1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นางแก้ว แก่นสุวรรณ

แหล่งเรียนรู้: นางแก้ว แก่นสุวรรณ

รายละเอียดหลักสูตร

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการนวดเพื่อสุขภาพ
หลักการและประโยชน์ของการนวด
ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่นิยมใช้ในการนวดและประคบ
สรรพคุณและข้อควรระวังของสมุนไพร
การคัดเลือก การเตรียม และการเก็บรักษาสมุนไพร
สุขอนามัยและความปลอดภัยในการให้บริการ
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการนวด

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นางแก้ว แก่นสุวรรณ

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

นางแก้ว แก่นสุวรรณ เป็นชาวบ้านไสแตระ โดยกำเนิด อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ที่ 1 ตำบลกงหรา อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญา ด้านการนวดมาจากบรรพบุรุษ เรียนรู้กันแบบปากต่อปาก ต่อมานางแก้วได้เรียนรู้คิดค้นพัฒนาต่อยอด โดยการปลูกพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ในการดูแลรักษาสุขภาพและนำมาสกัดเป็นน้ำมันสมุนไพร เพื่อช่วยคลายความแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อและช่วยระบบการไหลเวียนของโลหิต

หมอนวดสมุนไพรพื้นบ้านมีความเชี่ยวชาญในการนำ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการนวดและสมุนไพร มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ โดยมีความรู้และทักษะสำคัญ เช่น
การนวดพื้นบ้าน สามารถใช้ท่านวดและแรงกดที่เหมาะสมเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและส่งเสริมสุขภาพ
การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน มีความรู้เกี่ยวกับชนิด สรรพคุณ และวิธีใช้สมุนไพรที่นิยมในชุมชน
การทำลูกประคบสมุนไพร สามารถคัดเลือกสมุนไพร เตรียมลูกประคบ และใช้ในการประคบเพื่อความผ่อนคลายได้อย่างเหมาะสม
การอบหรือประคบสมุนไพร มีความรู้เกี่ยวกับการเตรียมสมุนไพรและการใช้อุณหภูมิอย่างเหมาะสม
การประเมินสุขภาพเบื้องต้น สามารถสอบถามอาการและประเมินข้อควรระวังก่อนให้บริการ โดยไม่วินิจฉัยโรคแทนบุคลากรทางการแพทย์
การดูแลหลังการนวด ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพักผ่อน การดื่มน้ำ และการดูแลร่างกายหลังรับบริการ
การสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและวิธีการดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านให้แก่คนรุ่นต่อไป
การให้บริการอย่างปลอดภัย ให้ความสำคัญกับสุขอนามัย การใช้สมุนไพรอย่างเหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการนวดในกรณีที่มีข้อห้าม
สรุป: ความเชี่ยวชาญของหมอนวดสมุนไพรพื้นบ้าน คือ การผสมผสาน ศาสตร์การนวด ภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร และความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของชุมชน เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

นางแก้ว แก่นสุวรรณ มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาการนวดสมุนไพรพื้นบ้าน โดยให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพร การจัดทำลูกประคบ และการดูแลสุขภาพตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและผู้สนใจในชุมชน โดยให้บริการนวดสมุนไพรและนวดเพื่อสุขภาพแก่คนในชุมชน โดยนำภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านมาประยุกต์ใช้
จัดทำและสาธิต ลูกประคบสมุนไพร จากสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ในท้องถิ่น
ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรและการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านแก่เยาวชนและประชาชน
เป็นแหล่งเรียนรู้และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมสมุนไพร การนวด และการประคบสมุนไพร
ส่งเสริมการปลูกและใช้สมุนไพรในครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มการพึ่งพาตนเอง
ร่วมอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาการนวดสมุนไพรพื้นบ้านให้แก่คนรุ่นหลัง
นำความรู้ด้านการนวดและสมุนไพรไปต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและชุมชน

เทคนิคและวิธีการเรียนรู้การนวดสมุนไพรพื้นบ้าน
การเรียนรู้การนวดสมุนไพรพื้นบ้านเน้น การเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีเทคนิคและวิธีการดังนี้

เรียนรู้จากครูภูมิปัญญาหรือหมอนวดพื้นบ้าน ศึกษาวิธีการนวด การเลือกใช้สมุนไพร และข้อควรระวังจากผู้มีประสบการณ์โดยตรง
สังเกตและจดจำขั้นตอนการนวด เรียนรู้ท่านวด ตำแหน่งการกด น้ำหนักมือ และลำดับขั้นตอนจากการสาธิต
ฝึกปฏิบัติจริง ฝึกทักษะการนวดเป็นรายบุคคลหรือเป็นคู่ โดยเริ่มจากท่าพื้นฐานและค่อยพัฒนาสู่ท่าที่ซับซ้อนขึ้น
เรียนรู้การเตรียมสมุนไพร ฝึกการคัดเลือก ล้าง เตรียม และจัดเก็บสมุนไพร รวมถึงการทำลูกประคบสมุนไพร
เรียนรู้จากการลงมือทำ ให้ผู้เรียนได้ทดลองทำลูกประคบและฝึกประคบสมุนไพรภายใต้การดูแลของผู้มีประสบการณ์
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและวิธีการนวดที่ใช้ในแต่ละพื้นที่
ฝึกประเมินและปรับปรุงทักษะ รับคำแนะนำจากครูผู้สอนหรือหมอนวดที่มีประสบการณ์ เพื่อนำไปปรับปรุงท่านวดและการให้บริการ
เน้นความปลอดภัยและจริยธรรม เรียนรู้ข้อห้ามในการนวด สุขอนามัย การสังเกตอาการผิดปกติ และการส่งต่อผู้รับบริการเมื่อเกินขอบเขตความรู้ความสามารถ
รูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม
สาธิต → สังเกต → ฝึกปฏิบัติ → รับคำแนะนำ → ฝึกซ้ำ → ประเมินผล
วิธีนี้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทั้ง ความรู้ ทักษะ และความมั่นใจ พร้อมทั้งสามารถสืบทอดภูมิปัญญาการนวดสมุนไพรพื้นบ้านได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการนวดสมุนไพรพื้นบ้าน เป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้มีประสบการณ์สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ความรู้และทักษะยังคงอยู่และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้
1.ถ่ายทอดจากครูภูมิปัญญาสู่ผู้เรียนโดยตรง ผ่านการบอกเล่า อธิบาย และสาธิตวิธีการนวด การใช้สมุนไพร และการทำลูกประคบ
2.เน้นการฝึกปฏิบัติจริง ให้ผู้เรียนทดลองนวดและเตรียมสมุนไพรภายใต้คำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้เกิดความชำนาญ
3.ถ่ายทอดความรู้เรื่องสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ชื่อสมุนไพร สรรพคุณ วิธีเตรียม วิธีใช้ ตลอดจนข้อควรระวัง
4.จัดทำแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เพื่อเป็นสถานที่สาธิตและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างปราชญ์ชาวบ้าน เยาวชน และประชาชน
5.ส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน โดยจัดกิจกรรมอบรมหรือสาธิตการนวดและการใช้สมุนไพร เพื่อสร้างความสนใจและปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์
6.บันทึกและจัดเก็บองค์ความรู้ รวบรวมขั้นตอน เทคนิค และประสบการณ์ของหมอนวดพื้นบ้านไว้ในรูปแบบเอกสาร ภาพถ่าย หรือสื่อดิจิทัล เพื่อป้องกันความรู้สูญหาย
7.ส่งเสริมการปลูกและอนุรักษ์สมุนไพรในท้องถิ่น ให้ชุมชนร่วมกันดูแลแหล่งสมุนไพรและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
8.สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เชื่อมโยงหมอพื้นบ้าน กลุ่มอาชีพ สถานศึกษา และหน่วยงานในชุมชน เพื่อร่วมกันสืบสานและพัฒนาภูมิปัญญา
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นางแก้ว แก่นสุวรรณ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นางแก้ว แก่นสุวรรณ
1 นางแก้ว แก่นสุวรรณ เป็นชาวบ้านใดโดยกำเนิด
2 นางแก้ว แก่นสุวรรณ อาศัยอยู่ที่ใด
3 นางแก้วได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านใดมาจากบรรพบุรุษ
4 การถ่ายทอดความรู้ด้านการนวดจากบรรพบุรุษในระยะแรกใช้วิธีใด
5 นางแก้วได้พัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาด้านการนวดโดยนำสิ่งใดมาใช้
6 น้ำมันสมุนไพรที่นางแก้วนำมาสกัด มีประโยชน์อย่างไร
7 ข้อใดกล่าวถึงความเชี่ยวชาญของหมอนวดสมุนไพรพื้นบ้านได้ถูกต้องที่สุด
8 การนวดพื้นบ้านที่เหมาะสมควรคำนึงถึงสิ่งใด
9 ข้อใดเป็นความรู้สำคัญเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน
10 การทำลูกประคบสมุนไพร ผู้ปฏิบัติควรมีความสามารถในเรื่องใด
11 ก่อนให้บริการนวด หมอนวดสมุนไพรพื้นบ้านควรทำสิ่งใด
12 ข้อใดเป็นการดูแลผู้รับบริการหลังการนวดที่เหมาะสม
13 ผลงานโดดเด่นของนางแก้ว แก่นสุวรรณ คือข้อใด
14 นางแก้วจัดทำและสาธิตสิ่งใดจากสมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ในท้องถิ่น
15 การส่งเสริมให้ชุมชนปลูกและใช้สมุนไพรในครัวเรือน มีประโยชน์อย่างไร
16 เทคนิคการเรียนรู้การนวดสมุนไพรพื้นบ้านที่เหมาะสมคือข้อใด
17 ข้อใดเรียงลำดับรูปแบบการเรียนรู้การนวดสมุนไพรพื้นบ้านได้ถูกต้อง
18 เหตุใดจึงควรบันทึกและจัดเก็บองค์ความรู้ด้านการนวดสมุนไพรพื้นบ้าน
19 การถ่ายทอดความรู้เรื่องสมุนไพรท้องถิ่นควรครอบคลุมเรื่องใด
20 การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้มีเป้าหมายสำคัญอย่างไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ