1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

การส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

แหล่งเรียนรู้: สวนเกษตร ทองคำ

รายละเอียดหลักสูตร

การส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรากฐานความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรนี้จะเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและสร้างความเข้าใจในเรื่องความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ควบคู่ไปกับการจัดสรรพื้นที่ถือครองตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินและน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เกษตรกรจะได้เรียนรู้การทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเองที่เน้นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ โดยปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่เดียวกันเพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่เกื้อกูลกัน ทั้งการปลูกพืช 5 ระดับ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองเพื่อบำรุงดิน การผลิตอาหารสัตว์ลดต้นทุน ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตภายนอกและลดรายจ่ายได้อย่างจริงจัง นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการวางแผนสร้างรายได้แบบเป็นระบบครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตั้งแต่รายได้รายวันที่ได้จากผักสวนครัว รายสัปดาห์จากไข่ไก่หรือเห็ด รายเดือนจากผลไม้ จนถึงรายได้ระยะยาวจากไม้เศรษฐกิจ ควบคู่กับการจดบันทึกบัญชีครัวเรือนเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและรายรับ-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้ว การบูรณาการองค์ความรู้เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกรมีอาหารไว้นับประทานอย่างปลอดภัยภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพ เกิดการรวมกลุ่มแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า และต่อยอดไปสู่การสร้างเครือข่ายเกษตรยั่งยืนในระดับชุมชนต่อไป

จำนวนชั่วโมงเรียน
3.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

การส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

การส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรากฐานความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรนี้จะเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและสร้างความเข้าใจในเรื่องความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ควบคู่ไปกับการจัดสรรพื้นที่ถือครองตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินและน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เกษตรกรจะได้เรียนรู้การทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเองที่เน้นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ โดยปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่เดียวกันเพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่เกื้อกูลกัน ทั้งการปลูกพืช 5 ระดับ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองเพื่อบำรุงดิน การผลิตอาหารสัตว์ลดต้นทุน ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตภายนอกและลดรายจ่ายได้อย่างจริงจัง นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการวางแผนสร้างรายได้แบบเป็นระบบครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตั้งแต่รายได้รายวันที่ได้จากผักสวนครัว รายสัปดาห์จากไข่ไก่หรือเห็ด รายเดือนจากผลไม้ จนถึงรายได้ระยะยาวจากไม้เศรษฐกิจ ควบคู่กับการจดบันทึกบัญชีครัวเรือนเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและรายรับ-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้ว การบูรณาการองค์ความรู้เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกรมีอาหารไว้นับประทานอย่างปลอดภัยภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพ เกิดการรวมกลุ่มแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า และต่อยอดไปสู่การสร้างเครือข่ายเกษตรยั่งยืนในระดับชุมชนต่อไป
ที่มาของหลักสูตรการส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สวนเกษตร ทองคำ ตั้งอยู่ที่อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ก่อตั้งโดยคุณเกษร ทองคำ เริ่มจากพื้นที่ราว 6 ไร่ ที่ประสบปัญหาดินเสื่อมโทรมและเป็นกรดจัดจากการใช้สารเคมี จึงพลิกฟื้นสู่เกษตรอินทรีย์ผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง กลายเป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญจุดเริ่มต้นและปัญหาปลูกพืชผลไม้เดิม เช่น ทุเรียน เงาะ และลางสาดประสบภาวะดินเสื่อมโทรม ดินปนทราย และความเป็นกรดสูง (ค่า pH ถึง 3) จากสารเคมีสะสมราคาผลผลิตตกต่ำและต้นทุนเคมีสูงขึ้น ทำให้เจ้าของตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางการพลิกฟื้นและการปรับเปลี่ยนปรึกษาหน่วยงานพัฒนาที่ดินเพื่อตรวจวิเคราะห์และฟื้นฟูดินด้วยโดโลไมท์และปุ๋ยหมักนานกว่า 2 ปีปลูกพืชหมุนเวียนบำรุงดิน เช่น ปอเทือง ถั่วลิสง และมันญี่ปุ่นทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ ผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพใช้เองความสำเร็จในปัจจุบันปรับสภาพดินจนสมบูรณ์ (ค่า pH 6.5) และได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ปลูกพืชผสมผสานและเด่นเรื่องเสาวรสรสชาติหวานหอม รวมถึงผลผลิตปลอดภัยอื่นๆเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและหมอดินอาสา นำความรู้ถ่ายทอดสู่ชุมชนและคนรุ่นใหม่

คุณค่าด้านการเรียนรู้ของสวนเกษตรทองคำ อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการเป็น "ห้องเรียนมีชีวิต" ที่ทรงคุณค่าทางด้านเกษตรกรรมและวิทยาศาสตร์กายภาพ โดยเริ่มต้นจากการสะท้อนความสำคัญของการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผ่านบทเรียนการพลิกฟื้นดินเสื่อมโทรมและกรดจัดที่มีค่า pH เพียง 3 ให้กลับมามีความสมบูรณ์ที่ pH 6.5 ด้วยการใช้ปรับสภาพดินด้วยโดโลไมท์ ปุ๋ยหมัก และการปลูกพืชบำรุงดินอย่างปอเทืองและถั่วลิสงอย่างอดทนยาวนานกว่า 2 ปี ซึ่งนับเป็นกรณีศึกษาเรื่องการจัดการทรัพยากรดินอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ปฏิสัมพันธ์ทางระบบนิเวศผ่านการทำเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์ที่พึ่งพาตนเองโดยไม่ใช้เคมีสังเคราะห์ ลดต้นทุนและตัดวงจรรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในครัวเรือน ขณะเดียวกันยังสอนบทเรียนด้านการจัดการการเงินและการวางแผนชีวิต ด้วยการกระจายความเสี่ยงสร้างรายได้หลายระยะ ตั้งแต่พืชผลไม้เด่นอย่างเสาวรสไปจนถึงผลผลิตปลอดภัยอื่นๆ สุดท้ายนี้ สวนเกษตรทองคำยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดภูมิปัญญาและสร้างแรงบันดาลใจในฐานะหมอดินอาสา ที่ปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความเพียร การพึ่งตนเอง และคุณค่าของหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ชุมชน เกษตรกร และคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมการเรียนรู้ของสวนเกษตรทองคำ อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ถูกออกแบบขึ้นอย่างครบวงจรเพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ โดยเริ่มต้นจากการเดินสำรวจแปลงเกษตรเพื่อศึกษาวิธีการปรับปรุงดินเสื่อมโทรมและดินกรดจัด เกษตรกรและผู้สนใจจะได้เรียนรู้เทคนิคการตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดิน การปรุงดินด้วยโดโลไมท์ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรต่างๆ ตลอดจนการปลูกพืชพุ่มครอบดินอย่างปอเทืองและถั่วลิสงเพื่อเพิ่มไนโตรเจนธรรมชาติให้แก่ดิน นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติการวางผังเกษตรผสมผสานและการจัดสรรพื้นที่ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการปลูกพืช 5 ระดับเพื่อลดการพึ่งพาเคมีสังเคราะห์อย่างสิ้นเชิง ผู้เรียนยังจะได้ลงมือผลิตสารชีวภาพป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์ลดต้นทุนด้วยตนเอง เรียนรู้เทคนิคการคัดเลือกสายพันธุ์และการดูแลเสาวรสซึ่งเป็นพืชผลไม้สร้างชื่อของสวน รวมถึงการทำเวิร์กช็อปแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรมยังครอบคลุมถึงบทเรียนการทำบัญชีครัวเรือนและการวางแผนสร้างรายได้แบบกระจายความเสี่ยงทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งปิดท้ายด้วยการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหมอดินอาสาเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และต่อยอดไปสู่การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

บทเรียนการอนุรักษ์และพัฒนาของสวนเกษตรทองคำ อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากการตระหนักถึงโทษภัยของการใช้สารเคมีเข้มข้นที่เคยทำลายโครงสร้างดินจนเป็นกรดจัดและหมดสภาพ แล้วหันมาใช้แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามหลักเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง ผ่านการปรับปรุงคุณภาพดินด้วยสารปรับสภาพธรรมชาติ ปุ๋ยหมักชีวภาพ และพืชตระกูลถั่วที่ช่วยคืนความสมบูรณ์และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กลับคืนสู่แผ่นดิน การฟื้นฟูนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การปรับปรุงดิน แต่ยังขยายผลไปสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการทำเกษตรผสมผสาน สร้างระบบนิเวศเกื้อกูลที่พืชและสัตว์พึ่งพากันเองได้ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาเคมีสังเคราะห์และการรบกวนสิ่งแวดล้อมลงได้อย่างสิ้นเชิง ในมิติของการพัฒนา สวนเกษตรทองคำได้ยกระดับผลผลิตสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย ต่อยอดพืชผลไม้สร้างชื่ออย่างเสาวรสให้มีคุณภาพและรสชาติโดดเด่น เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป และบริหารจัดการรายได้แบบกระจายความเสี่ยงหลายระยะเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ บทเรียนที่ทรงคุณค่าที่สุดคือการไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตนเอง โดยการเปลี่ยนความสำเร็จในแปลงเกษตรให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาในฐานะหมอดินอาสา ซึ่งช่วยปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่เกษตรกร ชุมชน และคนรุ่นใหม่ได้นำไปปฏิบัติตามได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

การส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ การส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1 สิ่งใดคือจุดเริ่มต้นแรกสุดในกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการส่งเสริมเกษตรผสมผสานตามข้อความข้างต้น
2 ตามเนื้อหาในบทความ ข้อใดจัดเป็นแหล่งรายได้ระยะสั้นแบบ 'รายสัปดาห์' ของเกษตรกร
3 วัตถุประสงค์สำคัญของการทำปุ๋ยหมักชีวภาพและการผลิตอาหารสัตว์ใช้เองตามที่ระบุในข้อความคือข้อใด
4 ข้อใดไม่ใช่ผลลัพธ์ในระดับชุมชนที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้เกษตรผสมผสานตามบทความ
5 การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่เดียวกันมีเป้าหมายหลักตามบทความเพื่ออะไร
6 ก่อนการปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ สวนเกษตร ทองคำ ประสบปัญหาสำคัญด้านใดมากที่สุด
7 คุณเกษร ทองคำ ใช้ระยะเวลานานเท่าใดในการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพดินจนกลับมาสมบูรณ์
8 ข้อใดคือพืชบำรุงดินที่คุณเกษรนำมาปลูกหมุนเวียนเพื่อช่วยปรับปรุงสภาพดิน
9 นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแล้ว สวนเกษตร ทองคำ ยังมีบทบาทสำคัญใดในชุมชน
10 บทเรียนแรกสุดที่สวนเกษตรทองคำสะท้อนให้เห็นในฐานะ "ห้องเรียนมีชีวิต" คือเรื่องใด
11 การทำเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์โดยไม่ใช้เคมีสังเคราะห์ ส่งผลดีในเชิงบริหารจัดการอย่างไรตามบทความ
12 บทเรียนด้านการจัดการการเงินและการกระจายความเสี่ยงของสวนเกษตรทองคำ สะท้อนผ่านการกระทำใด
13 บทบาทสุดท้ายของสวนเกษตรทองคำและหมอดินอาสาที่มีต่อชุมชนและคนรุ่นใหม่คือเรื่องใด
14 กิจกรรมแรกสุดที่ผู้เข้าเยี่ยมชมจะได้สัมผัสเมื่อเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการคือเรื่องใด
15 พืชชนิดใดในบทความที่ใช้ปลูกเพื่อเพิ่มไนโตรเจนธรรมชาติให้แก่ดิน
16 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วงสุดท้ายถูกปิดท้ายด้วยเรื่องใดเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างเครือข่ายความเข้มแข็ง
17 จุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติของสวนเกษตรทองคำคืออะไร
18 สิ่งใดในบทความที่ช่วยคืนความสมบูรณ์และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กลับคืนสู่ดิน
19 การทำเกษตรผสมผสานส่งผลดีต่อมิติการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างไร
20 ข้อใดคือแนวทางการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการสร้างความมั่นคงของสวนเกษตรทองคำตามบทความ
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ