วัดโคกโคเฒ่า ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน หรือตัวจังหวัดระยะทางประมาณ ๖
กิโลเมตร วัดโคกโคเฒ่าจัดว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง จากหลักฐานทางพุทธศาสนาที่ค้นพบและเหลืออยู่ เช่น พระพุทธรูปที่ถูกทำลาย ซึ่งทำด้วยศิลาแลง ลักษณะเป็นรูปทรงอู่ทอง หรือ อยุธยาตอนต้น และจากคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมาจนเป็นตำนาน สันนิษฐานว่า น่าจะเริ่มสร้างวัดเป็นครั้งแรกในสมัยอู่ทอง หรืออยุธยาตอนต้น ฉะนั้นประวัติของวัดโคกโคเฒ่า จึงเป็นประวัติทางตำนาน บอกเล่าต่อ ๆ กันมา โดยไม่สามารถบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรได้ ประวัติของวัดโคกโคเฒ่า จากตำนานและการบอกเล่าต่อ ๆ กันมา มีความว่า เดิมมีสองตายาย มาจากไหนไม่ปรากฏ ได้อพยพครอบครัว ซึ่งมีบุตรสาวหนึ่งคน เข้ามาอยู่และทำมาหากินในถิ่นแถวนี้ และต่อมาบุตรสาวได้ครอบครัว สองตายาย จึงให้บุตรสาวและบุตรเขย แยกครอบครัวธรรมเนียมของคนโบราณ เมื่อลูกสาวและลูกชายมีครอบครัว จะต้องแยกบ้านแยกเรือนจากพ่อแม่ เพื่อจะประกอบอาชีพ และสร้างฐานะของตัวเอง พร้อมทั้งมอบสมบัติให้ โดยให้ไถหนึ่งคัน (ไถวัว) วัวแก่ตัวหนึ่ง และเงินอีกจำนวนหนึ่งพร้อมทั้งที่ทำกินอีก ๑ แปลง พร้อมกันนั้น ตายายก็กำชับบุตรสาวและบุตรเขยว่า ให้ตั้งใจทำมาหากินรู้จักประหยัดเก็บหอมรอมริบ ในไม่ช้าก็จะร่ำรวย ฝ่ายบุตรสาวและบุตรเขยจึงได้ปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัยขึ้นใกล้ ๆ กับบ้านของพ่อแม่ตนนั้นเอง และได้ปรึกษากันว่า จะทำมาหากินกันอย่างไร เพราะพ่อและแม่ให้วัวมาเพียงตัวเดียว ธรรมดาวัวตัวเดียวเทียมไถไม่ได้ต้องใช้สองตัว ฝ่ายภรรยาก็พูดว่า น่าจะเป็นปริศนาอะไรสักอย่าง หรือว่าพ่อแม่ของเราจะทดสอบ ปัญญาและให้ตลอดแก้ไขปัญหาเอาเอง ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจนำเงินที่พ่อแม่ให้มานั้น ไปซื้อวัวอีกตัวหนึ่ง และเริ่มทำมาหากินโดยอาศัย ไถและวัวสองตัวพร้อมทั้งที่ดินที่พ่อแม่ให้ไว้
จนกระทั่งอยู่มาไม่นาน สองตายายก็ถึงแก่กรรม เพราะความชรา สมบัติต่าง ๆทั้งหมดจึงตก
เป็นของบุตรสาวและบุตรเขย ตั้งแต่นั้นมาสองสามีภรรยาคู่นี้ก็ตั้งใจทำมาหากิน จนกระทั่งมีทรัพย์สินมากมายเข้าขั้นเศรษฐีของหมู่บ้านนั้น ตามธรรมดาแล้วคนในสมัยก่อน เมื่อฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น สิ่งที่นิยมทำกันมาจนจะเรียกได้ว่า เป็นประเพณี ก็คือ การสร้างวัด สองสามีภรรยานี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อฐานะดีขึ้นจึงได้ปรึกษาหารือกัน สร้างวัดเพื่อที่จะทดแทนบุญคุณ และอุทิศส่วนกุศลให้กับพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว จึงเลือก
สถานที่ใกล้กับหมู่บ้านของตนซึ่งเป็นที่ดอน และเป็นโคกเนินสูง และตัวเองร่ำรวยได้เพราะโคแก่ที่เป็นมรดกของพ่อแม่ให้มา จึงนำมาตั้งเป็นชื่อวัดดังกล่าว และสำหรับหมู่บ้านของสามีภรรยาคู่นี้ก็ได้ชื่อว่าบ้านดอนเศรษฐี