วัดปลายนา ตั้งอยู่ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เดิมชื่อ "วัดประดู่" วัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๒๒๐
ต่อมามีสภาพร้างจากภัยสงคราม ราวสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจึงได้รับการบูรณะขึ้นมาอีกครั้ง แต่ชาวบ้านนิยมเรียกตามชื่อหมู่บ้านว่า "วัดบ้านปลายนา" กระทั่งทอนสั้นลงเป็น "วัดปลายนา"
อุโบสถเป็นอาคารขนาด ๔ ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือออกสู่คลองปลายนา ฐานอาคารแอ่นโค้งแบบท้องเรือสำเภาตามแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีกันสาดหรือจั่นหับยื่นออกมาด้านหน้า ผนังหน้าจั่วทั้งด้านหน้าและด้านหลังประดับเครื่องถ้วยเคลือบสีต่างๆ เหนือช่องประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้น รอบอุโบสถประดิษฐานเสมานั่งแท่น อุโบสถหลังนี้ได้รับการบูรณะมาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกราว พ.ศ.๒๕๐๕ คาดว่ามีการปรับปรุงรูปแบบอาคารบางส่วนและก่อฐานเสมาขึ้นมาใหม่ และครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖ มีการบูรณะกำแพงแก้วใหม่จากแนวกำแพงแก้วเดิม
เมื่อวันที่ ๑๐ ก.ค.๒๕๖๓ ท่านเจ้าอาวาสได้ค้นพบเศียรพระพุทธรูปโบราณที่ริมตลิ่งท่าน้ำวัดปลายนาอีกด้วย
วัดตั้งอยู่ริมลำน้ำปลายนา ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ ทั้งเป็นเขตแดนระหว่างเมืองสุพรรณบุรีกับเมืองวิเศษไชยชาญ(อ่างทอง)
ในสมัยโบราณ และด้วยตั้งอยู่สุดปลายแดนซึ่งมีหมู่บ้านใกล้เคียงคือ "บ้านไร่" สมัยก่อนจึงนิยมเรียกติดปากกันว่า "บ้านไร่ปลายนา"
นัยว่าหมายถึงหมู่บ้านที่อยู่ไกลสุดเขตแดน
สถานที่ตั้งวัดและชุมชนเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเส้นทางหนึ่ง ด้วยสมัยก่อนบริเวณเหนือวัดมีเส้นทางน้ำชื่อว่า "คลองบาง" หรือ
"คลองเรือ" เป็นคลองซึ่งขุดขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยไม่ทราบประวัติเกี่ยวกับการขุด มีลักษณะเป็นคลองลัดตัดตรงเพื่อเชื่อมต่อระหว่าง
ลำน้ำปลายนากับแม่น้ำสุพรรณ(ท่าจีน) ใช้ในการสัญจรระหว่างเมืองสุพรรณบุรีกับเมืองวิเศษไชยชาญ หากขึ้นเหนือสามารถไป
สิงห์บุรีได้ หากล่องใต้สามารถไปอ่างทองและอยุธยาได้ กระทั่งการคมนาคมทางน้ำเริ่มหมดไป และการคมนาคมทางบกเข้ามาแทนที่
เส้นทางสัญจรดังกล่าวจึงหายไป คลองถูกจับจองพื้นที่ทับถมจนพ้นสภาพ
นอกจากนี้ยังมีตำนานท้องถิ่นเป็นคำบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตเคยมีกองทัพข้าศึกมาตั้งค่ายเมื่อครั้งทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา
(สันนิษฐานว่าอาจเป็นครั้งเสียกรุงฯครั้งที่ ๒) ลักษณะเป็นค่ายเล็กๆติดกับคลองบางไปทางทิศตะวันตกอยู่ไม่ไกลวัดนัก ชาวบ้านจึง
หลบหนีภัยสงครามไปยังสถานที่ต่างๆ พระพุทธรูปถูกตัดเศียร ถูกทุบทำลายเพื่อหาของมีค่า เป็นการทำลายขวัญกำลังใจไปในตัว และวัดก็ร้างนับแต่นั้นมา โดยค่ายแห่งนี้เคยมีร่องรอยปรากฎอยู่ในอดีต ชาวบ้านจะร่วมกันประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล(ทำบุญกลางเดือน ๓)อุทิศให้บรรพชนซึ่งเสียชีวิตที่ค่ายนี้
ปัจจุบันวัดมีพื้นที่จำนวน ๒๕ ไร่ ๑ งาน ๘๔ ตารางวา ได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๐ ได้รับพระรชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ
พ.ศ. ๒๒๓๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๓ เมตร