ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ วิถีชุมชนหนองกระโดมน มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ (ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน) ให้ความหมายกับคำว่า กสิกรรม คือการไถหว่าน มีความหมายแตกต่างจากคำว่า เกษตรกรรม ซึ่งแปลว่า ความร่ำรวยของเกษตร ในอดีตที่ผ่านมารุ่นปู่ ย่า ตา ทวด ของเราใช้แนวทางการเพาะปลูกพืชตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ คือคนเลี้ยงดิน ดินเลี้ยงพืช เพื่อให้พืชหล่อเลี้ยงชีวิตคนตามขั้นตอน โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ไม่ฝืนหลักธรรมชาติ กระโดดข้ามขั้นตอนเหมือนเกษตรกรในยุคปัจจุบัน (ส่วนใหญ่)
สืบเนื่องจาก นายแมน ภูผา มีอาชีพหลักในการดำรงชีวิต คือ การทำนาและการทำไร่อ้อย มีพื้นที่ส่วนตัวในการประกอบอาชีพประมาณ 80 ไร่ การเพาะปลูกที่ผ่านมา ปัจจุบันที่ใช้คือ ยาปราบศัตรูพืช ยากำจัดวัชพืช ปุ๋ยเคมี สารเคมี 10% โดยไม่มีความรู้เรื่องอินทรีย์ชีวภาพ การผลิตการเพาะปลูกที่เริ่มมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปุ๋ย ยามีราคาแพง ดิน น้ำ อากาศเริ่มเสื่อมลง แต่อัตราการใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมีต้องเพิ่มปริมาณทุกปี ราคาพืชผลทางการเกษตรเท่าเดิมและตกต่ำ โรคระบาดของพืชเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาอย่างชัดเจน เช่น หนี้สินเพิ่ม รายได้ไม่พอกับรายจ่าย สุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลง จนเมื่อปี 2542 ได้มีโอกาสก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำชุมชนบ้านหนองกระโดนมน ต.หนองโพธิ์ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี จึงมีแนวความคิดว่า “จะทำอย่างไรให้เกิดการเป็นผู้นำทางความคิด และผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลในทางที่ดี ทำให้ตนเองและประชากรในหมู่บ้านอยู่ดี กินดี มีสุข”
ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ มีการเปิดฝึกอบรมต้นกล้าอาชีพหลายๆรุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากบุคคลหลายๆพื้นที่ที่เข้ารับการอบรมด้านการส่งเสริมอาชีพสอนการเพาะถั่วงอก การเลี้ยงกบ สอนการทำเครื่องใช้ภายในครัวเรือน อาทิ เช่นสอนให้ทำยาหม่อง น้ำยาล้างจาน เป็นต้น และนอกจากนั้นยังมีการสอนทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ที่สามารถนำไปใช้ในการเกษตร สอนการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มาจากวัสดุเหลือใช้ เช่น ฟาง ซังข้าวโพด แกลบ เศษใบไม้แห้ง และมูลสัตว์ การพการพิจารณาวัสดุเหลือใช้จากไร่นา มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์เป็นอีกแนวทางหนึ่งของการนำวัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดปัญหาด้านมลภาวะแล้วยังเป็นการเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้กับผู้ผลิตอย่างจริงจัง ยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และแก้ปัญหาโครงสร้างของดินที่สูญเสียให้กลับคืนมา นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงอีกทางหนึ่งด้วย และเพื่อที่เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยกันใช้เอง