1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านไสใหญ่

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านไสใหญ่

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านใสใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง มุ่งเน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรตามแนวทางโคก หนอง นา โมเดล และการฝึกทักษะปฏิบัติจริงผ่าน 9 ฐานการเรียนรู้ อาทิ การเลี้ยงผึ้งโพรง การแปรรูปน้ำผึ้ง การทำถ่านไบโอชา การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง พืชผักสวนครัว ปศุสัตว์ และการส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรี เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
80%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านไสใหญ่

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

1. ข้อมูลทั่วไปและสถานที่ตั้ง
ชื่อแหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ บ้านใสใหญ่

สถานที่ตั้ง: เลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง

ผู้ดูแล/วิทยากรปราชญ์ชาวบ้าน: คุณอาคม ครชาตรี (ผู้ใหญ่บ้าน/ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น)

2. ต้นกำเนิดและพัฒนาการของศูนย์เรียนรู้
จุดเริ่มต้น (พ.ศ. 2557):

ริเริ่มจัดตั้งขึ้นเนื่องจากในชุมชนยังขาดแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการเกษตรยั่งยืน คุณอาคม ครชาตรี จึงได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในพื้นที่ตนเอง เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรและคนในชุมชน เน้นการ "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้" และสร้างความมั่นคงทางอาหาร จนได้รับรางวัลชนะเลิศกิจกรรมเกษตรผสมผสานระดับจังหวัด

การขยายผลและต่อยอด (พ.ศ. 2564):

ได้รับการสนับสนุนและต่อยอดจากกรมการพัฒนาชุมชน เข้าสู่การบริหารจัดการพื้นที่แบบ "โคก หนอง นา โมเดล" มีการบูรณาการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การเผาถ่านไบโอชา (Biochar) เพื่อปรับปรุงดิน การทำน้ำหมักชีวภาพ และการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ จนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดระดับเขต

การยกระดับสู่ศูนย์เรียนรู้ระดับอำเภอ (พ.ศ. 2569 - ปัจจุบัน):

ผ่านการประเมินคัดเลือกจากสำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ ให้ได้รับการยกระดับเป็น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ สกร. รวมถึงเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการพัฒนาอาชีพของกลุ่มสตรีและประชาชนทั่วไป

3. สรุปภาพรวมกิจกรรมและฐานการเรียนรู้ภายในศูนย์
ภายในศูนย์เรียนรู้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 ฐานกิจกรรมหลัก ได้แก่:

ฐานการเลี้ยงผึ้งโพรง: การเลี้ยงและเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์ผึ้งธรรมชาติ

ฐานการแปรรูปน้ำผึ้ง: การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

ฐานการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง: การอนุรักษ์ไม้เศรษฐกิจและไม้กินได้

ฐานการเผาถ่านไบโอชา (Biochar): การลดขยะเศษไม้และการบำรุงดิน

ฐานการปลูกพืชผักสวนครัว: การสร้างคลังอาหารปลอดภัยในครัวเรือน

ฐานการเลี้ยงปลาธรรมชาติ: การบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อการบริโภค

ฐานการเลี้ยงสัตว์/ปศุสัตว์: การปศุสัตว์ตามวิถีพอเพียง

ฐานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม: การส่งเสริมอาชีพหม่อนไหม

ฐานผลิตภัณฑ์กลุ่มสตรี: การส่งเสริมทักษะอาชีพ เช่น การตัดเย็บหมวกและงานหัตถกรรม

1. บริบททางพื้นที่และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
ลักษณะภูมิประเทศ: ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มและเนินเขาเตี้ยๆ ของตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ มีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ เหมาะแก่การทำเกษตรผสมผสานและการเลี้ยงสัตว์

การจัดการทรัพยากรดินและน้ำ: มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยสารปรับปรุงดินชีวภาพ ถ่านไบโอชา (Biochar) และน้ำหมักชีวภาพ พร้อมขุดสระเก็บกักน้ำเพื่อใช้วงจรเกษตรตลอดปี

2. การจัดสรรพื้นที่ตามแนวทาง "โคก หนอง นา โมเดล"
ศูนย์เรียนรู้บ้านใสใหญ่ ได้แบ่งพื้นที่ใช้สอยขนาดพอเหมาะให้ออกมาเป็นภูมิสถาปัตย์แห่งการเรียนรู้ที่เกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้:

1. โซน "โคก" (พื้นที่สูงและการเกษตรยั่งยืน):

พื้นที่ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง (ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ)

แปลงปลูกพืชผักสวนครัวไร้สารเคมี และแปลงปลูกหม่อนสำหรับเลี้ยงตัวไหม

พื้นที่โรงเรือนสำหรับทำถ่านไบโอชา (Biochar) และผลิตน้ำหมักชีวภาพ

2. โซน "หนอง" (แหล่งน้ำและการประมง):

สระเก็บกักน้ำธรรมชาติเพื่อการเกษตร

บ่อเลี้ยงปลาธรรมชาติ เพื่อสร้างคลังอาหารโปรตีนในครัวเรือนและชุมชน

3. โซน "นาและปศุสัตว์" (การปศุสัตว์และแมลงเศรษฐกิจ):

พื้นที่คอกเลี้ยงสัตว์/ปศุสัตว์

จุดตั้งกล่องเลี้ยงผึ้งโพรงธรรมชาติรอบๆ พื้นที่สวน เพื่อช่วยผสมเกสรพืชและสร้างรายได้จากน้ำผึ้ง

4. โซน "สิ่งปลูกสร้างและศูนย์กิจกรรมชุมชน":

อาคารศูนย์เรียนรู้/อาคารอเนกประสงค์ สำหรับใช้จัดประชุม อบรม และเป็นพื้นที่ทำงานของกลุ่มสตรี (หัตถกรรม)

3. สรุปความเชื่อมโยงเชิงระบบทางกายภาพ
การจัดสรรพื้นที่ลักษณะนี้ ทำให้เกิดวงจรหมุนเวียนพลังงานภายในศูนย์ฯ เช่น มูลสัตว์และเศษไม้ถูกนำมาทำปุ๋ย/ถ่านไบโอชา พืชผักและป่าไม้ให้เกสรแก่ผึ้งโพรง และแหล่งน้ำเกื้อกูลทั้งปศุสัตว์ สวนผัก และการประมง เกิดเป็นการพึ่งพาตนเองอย่างเป็นระบบและครบวงจร

1. คุณค่าการเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบระดับอำเภอและจังหวัด
การน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติจริง: เป็นศูนย์เรียนรู้ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้อย่างเห็นผลเชิงประจักษ์ สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน

การการันตีด้วยผลงานและรางวัล:

รางวัลชนะเลิศการประกวดกิจกรรมเกษตรผสมผสาน ระดับจังหวัด (พ.ศ. 2557)

รางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระดับเขต (พ.ศ. 2564)

ได้รับการประเมินยกระดับเป็น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ (พ.ศ. 2569)

2. ประโยชน์และคุณค่าที่ผู้เรียน/ชุมชนได้รับ
ด้านการพึ่งพาตนเองและการลดรายจ่าย: ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา และการเลี้ยงสัตว์ ไปสร้างคลังอาหารปลอดภัยในครัวเรือน ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ด้านการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพ: การส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งโพรงและการแปรรูปน้ำผึ้ง รวมถึงกิจกรรมกลุ่มสตรี (การทำหัตถกรรม) ช่วยสร้างรายได้เสริมให้แก่คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญา: การทำถ่านไบโอชา (Biochar) การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ดิน และน้ำ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

3. จุดเด่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning): มีฐานการเรียนรู้ครอบคลุมถึง 9 ฐานปฏิบัติการ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา สกร. และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาศึกษาดูงาน

ศูนย์กลางความร่วมมือของชุมชน: เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (สกร., พัฒนาชุมชน, เกษตรอำเภอ) กับปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มอาชีพชุมชน ทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบไม่สิ้นสุด

ฐานการเรียนรู้และกิจกรรมฝึกปฏิบัติจริงภายในศูนย์ฯ
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านใสใหญ่ ได้จัดแบ่งกระบวนการเรียนรู้ออกเป็น 9 ฐานปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาและลงมือทำจริง ดังนี้:

1. ฐานการเลี้ยงผึ้งโพรง:

ศึกษาเรียนรู้ชีววิทยาของผึ้งโพรงธรรมชาติ การทำกล่องรังผึ้ง เทคนิคการตั้งวางรังผึ้งในสวนเกษตรเพื่อช่วยผสมเกสรพืช และวิธีการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งคุณภาพ

2. ฐานการแปรรูปน้ำผึ้ง:

เรียนรู้กระบวนการกรอง คัดแยก และบรรจุภัณฑ์น้ำผึ้งบริสุทธิ์ การสร้างแบรนด์สินค้าชุมชน และการต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า

3. ฐานการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง:

เรียนรู้การจัดสรรพื้นที่ปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์ 4 ประการ คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น ตามแนวทางศาสตร์พระราชา

4. ฐานการเผาถ่านไบโอชา (Biochar):

ศึกษาการนำเศษไม้และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเผาด้วยความร้อนสูงในสภาวะจำกัดอากาศ เพื่อได้ถ่านชีวภาพที่มีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำ ปรับปรุงดิน และกักเก็บคาร์บอน

5. ฐานการปลูกพืชผักสวนครัว:

เรียนรู้การวางแผนปลูกผักหมุนเวียน การทำปุ๋ยหมักหมักชีวภาพ และการดูแลพืชผักแบบไร้สารเคมี เพื่อสร้างคลังอาหารปลอดภัยลดรายจ่ายในครัวเรือน

6. ฐานการเลี้ยงปลาธรรมชาติ:

ศึกษาการบริหารจัดการแหล่งน้ำ บ่อปลาธรรมชาติ การเลือกชนิดพันธุ์ปลาที่เหมาะสม และการผลิตอาหารปลาลดต้นทุน

7. ฐานการเลี้ยงสัตว์ / ปศุสัตว์:

เรียนรู้วิธีการเลี้ยงสัตว์ตามวิถีพอเพียง การดูแลสุขาภิบาลสัตว์ และการนำมูลสัตว์มาหมุนเวียนทำเป็นปุ๋ยบำรุงพืช

8. ฐานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม:

ศึกษาขั้นตอนการปลูกพืชอาหาร (หม่อน) การอนุบาลและเลี้ยงตัวไหม เพื่อการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมหม่อนไหมในชุมชน

9. ฐานผลิตภัณฑ์กลุ่มสตรี:

เรียนรู้การรวมกลุ่มอาชีพของสตรีในชุมชน ทักษะงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เพื่อสร้างรายได้เสริมและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

1. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง: การปลูกป่าผสมผสานช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ เพิ่มความชื้นในดิน และเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนในชุมชน

การลดขยะและหมุนเวียนทรัพยากร (Zero Waste): การนำเศษไม้มาแปรรูปเป็นถ่านไบโอชา (Biochar) เพื่อลดการเผาในที่โล่ง ช่วยกักเก็บคาร์บอนลงดิน และปรับปรุงคุณภาพดินแทนการใช้สารเคมี

การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ: การเลี้ยงผึ้งโพรงธรรมชาติช่วยเกื้อกูลระบบนิเวศในการผสมเกสรพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลอ่าวตงและใกล้เคียง

2. การต่อยอดและขยายผลสู่ความยั่งยืน
การขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่มสตรีและชุมชน: เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมและการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่กลุ่มสตรีในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การยกระดับสู่ ศพก. ระดับอำเภอ: เป็นการยืนยันถึงความพร้อมในการเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรประจำอำเภอวังวิเศษ

3. บทบาทการเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
การเป็นแหล่งเรียนรู้ของ สกร.และชุมชน: เปิดโอกาสให้นักศึกษา สกร., เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น

การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน: น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้ชุมชนบ้านใสใหญ่และตำบลอ่าวตงมีความมั่นคง มีความสุข และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านไสใหญ่ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านไสใหญ่
1 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านใสใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่เท่าใด และตำบลใด
2 บุคคลสำคัญท่านใดที่เป็นผู้นำในการจัดตั้งและพัฒนาศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านใสใหญ่
3 จุดเริ่มต้นการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ในปี พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นจากปัจจัยหลักใดในชุมชน
4 ในปี พ.ศ. 2569 ศูนย์เรียนรู้บ้านใสใหญ่ได้รับการประเมินยกระดับจากสำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษให้เป็นสิ่งใด
5 การจัดสรรพื้นที่ตามแนวทาง "โคก หนอง นา โมเดล" ของศูนย์ฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
6 พื้นที่โซน "โคก" ภายในศูนย์เรียนรู้ใช้สำหรับกิจกรรมในข้อใดเป็นหลัก
7 การทำบ่อเลี้ยงปลาธรรมชาติภายในศูนย์ฯ จัดอยู่ในพื้นที่โซนใดตามหลักภูมิสถาปัตย์เกษตร
8 สิ่งใดต่อไปนี้ถือเป็นประโยชน์ที่ได้จากการตั้งกล่องเลี้ยงผึ้งโพรงไว้รอบๆ พื้นที่สวนเกษตร
9 ในปี พ.ศ. 2557 ศูนย์เรียนรู้บ้านใสใหญ่ได้รับรางวัลเกียรติยศในระดับจังหวัดจากกิจกรรมใด
10 ในปี พ.ศ. 2564 ทางศูนย์ฯ ได้รับการต่อยอดจากกรมการพัฒนาชุมชน จนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเขตในเรื่องใด
11 หัวใจสำคัญของการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในศูนย์เรียนรู้คือข้อใด
12 ศูนย์เรียนรู้บ้านใสใหญ่มีความสำคัญอย่างไรต่อการจัดการศึกษาของ สกร. อำเภอวังวิเศษ
13 การเผาถ่าน "ไบโอชา" (Biochar) จากเศษไม้ มีประโยชน์สำคัญอย่างไรต่อการเกษตร
14 แนวคิด "ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" คำว่า "ประโยชน์ 4 อย่าง" ประกอบด้วยอะไรบ้าง
15 กิจกรรมในฐานใดที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพและการรวมกลุ่มของกลุ่มสตรีในชุมชน
16 การปลูกต้นหม่อนภายในศูนย์เรียนรู้ มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมในฐานใดมากที่สุด
17 วัตถุประสงค์หลักของการส่งเสริม "ฐานการปลูกพืชผักสวนครัว" คือข้อใด
18 การนำเศษไม้และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำถ่านไบโอชา สอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมข้อใด
19 การเลี้ยงผึ้งโพรงธรรมชาติมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ระบบนิเวศในท้องถิ่นอย่างไร
20 เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านใสใหญ่คือข้อใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ