1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์เตาถ่านบ้านในทอน

แหล่งเรียนรู้: พิพิธภัณฑ์เตาถ่าน

รายละเอียดหลักสูตร

เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ ประวัติความเป็นมา และการใช้ประโยชน์ ของพิพิธภัณฑ์เตาถ่านบ้านในทอน หมู่ที่ 11 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์เตาถ่านบ้านในทอน

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

พิพิธภัณฑ์เตาถ่าน ตั้งอยู่บริเวณบ้านในทอน หมู่ที่ 11 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จัดสร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เพื่ออนุรักษ์และถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านและกรรมวิธีการผลิตถ่านไม้จากป่าชายเลนในอดีต ซึ่งเคยเป็นอาชีพและเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจท้องถิ่นบริเวณลุ่มแม่น้ำปะเหลียนมาอย่างยาวนาน
ภายหลังมีการยกเลิกสัมปทานป่าชายเลนในปี พ.ศ. 2539 ชาวบ้านไม่สามารถตัดไม้โกงกางเพื่อนำมาเผาถ่านได้ ส่งผลให้กิจการเตาถ่านในพื้นที่และในหลายแห่งทั่วประเทศทยอยยุติลง เตาถ่านจำนวนมากในอำเภอปะเหลียนถูกรื้อถอนเพื่อนำอิฐไปจำหน่าย เหลือเตาถ่านดั้งเดิมเพียงบางส่วนที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม
องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังจึงได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์เตาถ่านขึ้นในปี พ.ศ. 2549 บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ เพื่อรวบรวมและอนุรักษ์เตาถ่าน เครื่องมือเครื่องใช้ และเรื่องราวของคนเผาถ่านในอดีต โดยได้รับความร่วมมือจากครอบครัวของอดีตคนงานในการบริจาคสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับอาชีพผลิตถ่าน รวมทั้งจัดทำหุ่นจำลองคนงานมากกว่า 30 ตัว โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายและคำบอกเล่าของคนในพื้นที่
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 และอยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 09.00–17.00 น.

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารจัดแสดง เตาเผาถ่านโบราณ และพื้นที่จำลองวิถีชีวิตของคนเผาถ่านในอดีต ภายในมีการจัดแสดงหุ่นจำลองคนงานมากกว่า 30 ตัว ซึ่งสะท้อนบทบาทและหน้าที่ของบุคคลในกระบวนการผลิตถ่านไม้
การจัดแสดงเน้นให้เห็นขั้นตอนการทำงานจริง ตั้งแต่การประกอบพิธีเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง การลงเรือไปตัดไม้ การเลื่อยไม้ การขนย้ายและเรียงไม้เข้าเตา การเผาและนำถ่านออกจากเตา ตลอดจนการรับค่าแรงและการทำงานร่วมกับเถ้าแก่เตาถ่าน รวมทั้งสิ้นประมาณ 11 ขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือ เครื่องใช้ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเผาถ่านในอดีต ซึ่งได้รับการรวบรวมจากคนในชุมชน ทำให้ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นภาพวิถีชีวิตและสภาพการทำงานของคนเผาถ่านในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรม

พิพิธภัณฑ์เตาถ่านเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มีคุณค่า โดยเฉพาะด้านวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอาชีพของคนในชุมชนปะเหลียน สามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับทรัพยากรป่าชายเลนในอดีต
ผู้เรียนและผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ
• ประวัติความเป็นมาของอาชีพเผาถ่านในชุมชน
• กรรมวิธีและขั้นตอนการผลิตถ่านไม้แบบดั้งเดิม
• เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ
• วิถีชีวิตและบทบาทของคนงานในเตาถ่าน
• ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
• ความสำคัญของป่าชายเลนต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชน
• การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมหลังการยกเลิกสัมปทานป่าชายเลน
• แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
พิพิธภัณฑ์จึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยง อดีตกับปัจจุบัน ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจรากฐานของชุมชน เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น
1. ศึกษานิทรรศการและเตาถ่านโบราณ เรียนรู้ประวัติความเป็นมา ลักษณะของเตาถ่าน และการใช้ประโยชน์จากเตาถ่านในอดีต
2. เรียนรู้กระบวนการผลิตถ่านไม้ ศึกษาขั้นตอนการทำงานตั้งแต่การเตรียมไม้ การขนไม้ การเรียงไม้เข้าเตา การเผา และการนำถ่านออกจากเตา
3. เรียนรู้จากหุ่นจำลองวิถีชีวิตคนเผาถ่าน สังเกตบทบาทและหน้าที่ของคนงานแต่ละคน พร้อมเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในอดีต
4. เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้รู้ในชุมชน เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุหรืออดีตคนงานถ่ายทอดประสบการณ์ เรื่องเล่า และความรู้เกี่ยวกับอาชีพเผาถ่าน
5. กิจกรรมศึกษาทรัพยากรป่าชายเลน เรียนรู้ความสำคัญของป่าชายเลน ความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรธรรมชาติกับอาชีพของชุมชน และแนวทางการอนุรักษ์
6. กิจกรรมสืบค้นและบันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ให้ผู้เรียนสัมภาษณ์คนในชุมชน รวบรวมภาพถ่าย เรื่องเล่า และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพเผาถ่าน เพื่อจัดทำเป็นสื่อหรือองค์ความรู้ท้องถิ่น
7. กิจกรรมสรุปและสะท้อนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนอภิปรายหรือจัดทำแผนผังความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ คุณค่าของพิพิธภัณฑ์ และแนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การอนุรักษ์พิพิธภัณฑ์เตาถ่านควรมุ่งรักษาทั้ง สถานที่ เตาถ่านโบราณ เครื่องมือเครื่องใช้ เรื่องราว และภูมิปัญญาของคนในอดีต ควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสูญหาย
แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนา ได้แก่
• บำรุงรักษาเตาถ่านโบราณและอาคารจัดแสดงให้อยู่ในสภาพเหมาะสม
• รวบรวมและอนุรักษ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับการเผาถ่าน
• บันทึกเรื่องราว ภาพถ่าย และคำบอกเล่าจากผู้สูงอายุหรืออดีตคนงานในชุมชน
• พัฒนาสื่อการเรียนรู้ เช่น ป้ายความรู้ แผ่นพับ QR Code และสื่อดิจิทัล
• ส่งเสริมให้สถานศึกษาและชุมชนใช้พิพิธภัณฑ์เป็นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการดูแลและเผยแพร่องค์ความรู้
• เชื่อมโยงพิพิธภัณฑ์กับแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้อื่นในอำเภอปะเหลียน
• ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม
• ปลูกจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรป่าชายเลน
• ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์เตาถ่านบ้านในทอน (10 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/10 ข้อ การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์เตาถ่านบ้านในทอน
1 1. พิพิธภัณฑ์เตาถ่านตั้งอยู่ในพื้นที่ใด
2 2. วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เตาถ่านคือข้อใด
3 3. เหตุการณ์ใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อาชีพเผาถ่านจากไม้โกงกางยุติลง
4 4. พิพิธภัณฑ์เตาถ่านสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ใด
5 5. สิ่งใดเป็นลักษณะเด่นที่ช่วยสะท้อนวิถีชีวิตของคนงานเผาถ่านในอดีต
6 6. ข้อใดเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการผลิตถ่านไม้ในอดีต
7 7. คุณค่าด้านการเรียนรู้ที่สำคัญของพิพิธภัณฑ์เตาถ่านคือข้อใด
8 8. กิจกรรมใดเหมาะสมที่สุดสำหรับการเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์เตาถ่าน
9 9. ข้อใดเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการอนุรักษ์พิพิธภัณฑ์เตาถ่าน
10 10. การนำพิพิธภัณฑ์เตาถ่านมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้จะช่วยส่งเสริมสิ่งใดมากที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /10 ข้อ