ระบบจัดการแหล่งเรียนรู้ : สกร.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
หน้าแรก
สำรวจ
แผนที่
เข้าสู่ระบบ
1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ
จักสานเตยปาหนัน
แหล่งเรียนรู้: จักสานเตยปาหนัน
จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท
ลงทะเบียนผู้เรียน
ชื่อ-นามสกุล
*
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หน่วยงาน/สังกัด
เริ่มเรียนรู้
เนื้อหาบทเรียน
จักสานเตยปาหนัน
ความคืบหน้า: 0/5 บท
0%
1
ประวัติความเป็นมา
การจักสานเตยปาหนัน เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีประวัติความเป็นมายาวนานในสังคมไทย
และถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนวิถีชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และความประณีตของคนไทยตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบัน เดิมทีการจักสานเตยปาหนันเกิดจากความจำเป็นในการดำรงชีวิตของคนในชนบท ที่ต้องสร้างเครื่องใช้ต่าง
ๆ ขึ้นเองจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เพื่อนำมาสานเป็นเครื่องใช้ใน
ครัวเรือน เช่น หมุกยา กระเป๋า เป็นต้น งานจักสานจึงเริ่มต้นจากของใช้ใน
ชีวิตประจำวันก่อนจะพัฒนาเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีความสวยงามและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจภูมิปัญญาการจัก
สานเตยปาหนันของไทยมีความหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ทั้งด้านรูปแบบ ลวดลาย และวัสด
2
ลักษณะทางกายภาพ
1. การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์
การตัดและริดหนาม: ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวใบเตยปาหนัน และการใช้ความระมัดระวังในการริดหนามหลังใบออก
การกรีดตอก: การใช้เครื่องมือเฉพาะในการกรีดใบเตยให้เป็นเส้นตอกตามขนาดที่ต้องการใช้งาน
การต้มและการย้อมสี: การต้มเส้นใยและการย้อมด้วยสีธรรมชาติหรือสีเคมีสำหรับใยพืช
การรีดเส้นตอก: การใช้เครื่องรีดเพื่อทำให้เส้นตอกเรียบ แบน และนุ่ม เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปสาน
2. เทคนิคการจักสานพื้นฐาน
การขึ้นรูปและสานลายเบื้องต้น: เรียนรู้เทคนิคการขึ้นรูปชิ้นงานและการสานลายพื้นฐาน เช่น การสานเสื่อผืนสี่เหลี่ยมหรือเสื่อวงกลม
การขูดและจัดแต่งเส้นตอก: การขูดและจัดระเบียบเส้นตอกระหว่างสาน เพื่อให้ชิ้นงานมีความแน่น ละเอียด และเรียบเนียน
3. การต่อยอดและแปรรูปผลิตภัณฑ์
การออกแบบและจับคู่สี: การพัฒนาลวดลายใหม่ๆ และการจับคู่สีร่วมสมัยเพื่อให้เข้ากับตลาด
การสานขึ้นรูปผลิตภัณฑ์แฟชั่น: การแปรรูปเป็นของใช้ เช่น กระเป๋า หมวก และของที่ระลึกแบบไร้รอยต่อ
การคำนวณต้นทุนและการตลาด: การคิดต้นทุน การกำหนดราคาขาย และการสร้างช่องทางการจำหน่ายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
3
คุณค่าด้านการเรียนรู้
1. คุณค่าด้านปัญญาและทักษะสมอง (Cognitive & Executive Function)
กระบวนการคิดเชิงระบบและคณิตศาสตร์: ลวดลายการสาน (เช่น ลายสอง ลายสาม หรือลายขัด) ต้องอาศัยการนับ จังหวะ การกะระยะ และการคำนวณโครงสร้างเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ได้รูปทรงที่แข็งแรง
การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ: ผู้เรียนจะได้ฝึกคิดวางแผน ตั้งแต่การเลือกขนาดใบเตย การต่อเส้นใยเมื่อเตยหมดชิ้น ไปจนถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเส้นใยเบี้ยวหรือขาด
🤲 2. คุณค่าด้านทักษะหัตถการและการพัฒนากายภาพ (Psychomotor Skills)
การประสานงานของประสาทสัมผัส (Hand-Eye Coordination): ฝึกการทำงานร่วมกันระหว่างสายตากับกล้ามเนื้อมือ ในการดึง รีด และขัดเส้นใยอย่างประณีต
การฝึกสมาธิและความใจเย็น: งานจักสานเป็นงานที่เร่งรีบไม่ได้ ช่วยฝึกความจดจ่อ (Focus) สร้างความผ่อนคลาย และฝึกสติให้อยู่กับปัจจุบัน
🌿 3. คุณค่าด้านนิเวศวิทยาและภูมิปัญญาสิ่งแวดล้อม (Environmental Literacy)
การเรียนรู้วิถีธรรมชาติ (Eco-learning): ผู้เรียนจะได้เข้าใจวงจรชีวิตของเตยปาหนัน การเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืนที่ไม่ทำลายต้นแม่ และกระบวนการเตรียมวัตถุดิบด้วยธรรมชาติ (การจักหนาม การต้ม การแช่น้ำ และตากแดด)
ตระหนักถึงวัสดุทดแทน: ปลูกฝังค่านิยมการใช้วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาพลาสติกและสังเคราะห์
👥 4. คุณค่าด้านสังคม วัฒนธรรม และจิตวิญญาณชุมชน (Socio-Cultural Value)
การสืบทอดและภาคภูมิใจในรากเหง้า: เป็นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Action Learning) ที่ช่วยเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับภูมิปัญญาบรรพบุรุษชายฝั่ง
พื้นที่แลกเปลี่ยนและสร้างปฏิสัมพันธ์: ในชุมชน (เช่น กลุ่ม PANAE CRAFT เตยปาหนัน ตรัง) วงสานเตยมักเป็นพื้นที่พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ถ่ายทอดเทคนิคระหว่างวัย สร้างความเข้มแข็งและสามัคคีในชุมชน
4
กิจกรรมการเรียนรู้
🌾 ฐานที่ 1: การสำรวจและเก็บเกี่ยวเตยปาหนัน (Harvesting)
กิจกรรม: ผู้เรียนลงพื้นที่ป่าชายเลนหรือพื้นที่ปลูกเตยปาหนัน เพื่อศึกษาลักษณะกายภาพของต้นเตยปาหนัน
การเรียนรู้: เรียนรู้วิธีการคัดเลือกใบเตยที่แก่พอดีสำหรับการใช้งาน และฝึกทักษะการแทง/ตัดใบอย่างถูกวิธีโดยไม่ทำลายต้นแม่
🔪 ฐานที่ 2: การเตรียมเส้นใยและแปรรูปวัตถุดิบ (Processing)
กิจกรรม:
การจักหนาม: ใช้เครื่องมือท้องถิ่น (เช่น มีดจักหนามหรือไม้จักหนาม) เอาหนามแหลมตรงขอบใบและเส้นกลางใบออก
การจักเส้น: ซอยใบเตยเป็นเส้นขนาดเท่าๆ กันตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสาน
การต้ม/ลวก และแช่น้ำ: นำเส้นเตยไปต้มเพื่อล้างความยืดหยุ่นและฆ่าเชื้อ จากนั้นนำไปแช่น้ำธรรมชาติเพื่อไม่ให้เส้นเตยแข็งกรอบ
การรีดใบและตากแห้ง: ใช้ไม้รีดเส้นเตยให้เรียบ นุ่ม ยืดหยุ่น แล้วนำไปตากแดดจนเป็นสีขาวนวล
การเรียนรู้: ฝึกความระมัดระวัง ความอดทน และเข้าใจวิทยาศาสตร์พื้นบ้านในการถนอมวัตถุดิบธรรมชาติ
🎨 ฐานที่ 3: การย้อมสีธรรมชาติ (Dyeing - Option)
กิจกรรม: นำเส้นเตยตากแห้งมาต้มย้อมสีด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องถิ่น (เช่น เปลือกไม้ ยางไม้ หรือใบพืช) เพื่อสร้างสีสันแปลกใหม่
การเรียนรู้: สนุกกับการทดลองเคมีธรรมชาติและสร้างสุนทรียภาพให้แก่ชิ้นงาน
👐 ฐานที่ 4: การฝึกทักษะการสานพื้นฐาน (Weaving Practice)
กิจกรรม:
เรียนรู้การก่อลายเริ่มต้น (การขึ้นฐานชิ้นงาน)
ฝึกการสานลายพื้นฐาน เช่น ลายขัด (ลายหนึ่ง), ลายสอง, ลายสาม
ฝึกเทคนิคการต่อเส้นเตยเมื่อเส้นใยหมด และการเก็บขอบชิ้นงานไม่ให้หลุดลุ่ย
การเรียนรู้: ฝึกสมาธิ การประสานงานระหว่างสายตากับมือ การคำนวณนับจังหวะ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
👜 ฐานที่ 5: การต่อยอดและเข้าเล่มผลิตภัณฑ์ (Product Finishing)
กิจกรรม: นำผืนงานสานมาประกอบขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้งานจริง เช่น เสื่อ, หมวก, กระเป๋าถือ, กล่องใส่ของ หรือพวงกุญแจ
การเรียนรู้: ฝึกความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบเชิงพาณิชย์ และสร้างความภาคภูมิใจในผลงานที่ทำด้วยตนเอง
5
การอนุรักษ์และการพัฒนา
🌿 1. การอนุรักษ์ (Conservation & Preservation)
เน้นการปกป้องต้นทุนทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย:
การอนุรักษ์ฟื้นฟูสายพันธุ์และแหล่งปลูก:
ส่งเสริมการปลูกเตยปาหนันในพื้นที่ป่าชายเลนและชุมชนชายฝั่ง เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
บริหารจัดการการเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน โดยตัดเฉพาะใบที่แก่เหมาะสม และเว้นต้นแม่ไว้ให้เจริญเติบโตต่อ
การรวบรวมและรวบรวมองค์ความรู้:
บันทึกขั้นตอนการเตรียมเส้นใย เทคนิคการสาน และลวดลายโบราณไว้เป็นคลังความรู้ (ทั้งเอกสาร สื่อดิจิทัล และวิดีโอ)
ถ่ายทอดมรดกทางปัญญาจากครูภูมิปัญญา/ผู้สูงอายุ ไปสู่เด็ก Youth และคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชน
💡 2. การพัฒนาและต่อยอด (Development & Innovation)
เน้นการยกระดับคุณค่า เพิ่มมูลค่า และขยายโอกาสทางตลาด:
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการดีไซน์ (Product Design):
ผสมผสานลวดลายสานดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย เช่น ทำเป็นกระเป๋าแฟชั่น ของแต่งบ้านสไตล์มินิมอล หรืออุปกรณ์กิมมิกในชีวิตประจำวัน
นำวัสดุอื่นมาผสมผสาน (Cross-material) เช่น การต่อยอดร่วมกับหนัง ผ้า หรือไม้ เพื่อเพิ่มความหรูหราและความทนทาน
การพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต:
คิดค้นเครื่องมือช่วยผ่อนแรงในขั้นตอนยุ่งยาก เช่น เครื่องจักหนาม หรือเครื่องรีดใบเตย เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและได้มาตรฐาน
การย้อมสีธรรมชาติที่คงทนและสร้างเฉดสีแปลกใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก
การยกระดับเป็นวิสาหกิจชุมชนและการตลาด:
รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน (เช่น ผลงานของ PANAE CRAFT เตยปาหนัน ตรัง) เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและมาตรฐานสินค้า
ขยายช่องทางการขายสู่ออนไลน์ (E-commerce) และการสร้างแบรนด์ที่เน้นเรื่องราว (Storytelling) ของชุมชน
การท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี (Ecotourism & Craft Tourism):
ชูจุดขายเรื่อง Handmade & Eco-friendly ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาทำกิจกรรม Workshop สานเตยปาหนัน สัมผัสวิถีชีวิตคนชายฝั่ง สร้างรายได้หลากหลายช่องทางให้ชุมชน
ทำแบบทดสอบ
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ
แบบทดสอบ
จักสานเตยปาหนัน (15 ข้อ)
00:00
แบบทดสอบ
00:00
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ตอบแล้ว
0
/15 ข้อ
จักสานเตยปาหนัน
1
วัสดุหลักที่ใช้ในการจักสานเตยปาหนันคือข้อใด
ก. ใบเตยปาหนัน
ข. ใบมะพร้าว
ค. ใบจาก
ง. ใบตาล
2
ขั้นตอนใดควรทำก่อนนำใบเตยปาหนันมาสาน
ก. ย้อมสีทันที
ข. เตรียมและคัดเลือกวัสดุให้เหมาะสม
ค. เย็บขอบชิ้นงาน
ง. เคลือบเงาชิ้นงาน
3
การจักตอกหรือเตรียมเส้นเตยปาหนันมีจุดประสงค์สำคัญเพื่ออะไร
ก. ทำให้เส้นมีขนาดและความเหมาะสมต่อการสาน
ข. ทำให้เส้นเปียกมากขึ้น
ค. ทำให้เส้นมีน้ำหนักมากขึ้น
ง. ทำให้เส้นเปลี่ยนเป็นไม้
4
คุณสมบัติของเตยปาหนันที่เหมาะสำหรับงานจักสานคือข้อใด
ก. แข็งและหักง่าย
ข. มีความเหนียวและสามารถนำมาสานได้
ค. ละลายน้ำได้ง่าย
ง. เปราะเมื่อพับ
5
การสานลายขัดพื้นฐานมีลักษณะอย่างไร
ก. สอดเส้นสลับขึ้นลง
ข. มัดเส้นรวมกันโดยไม่สาน
ค. พับเส้นเป็นก้อน
ง. ตัดเส้นให้สั้นเท่ากันแล้วติดกาว
6
เครื่องมือใดเหมาะสำหรับใช้ตัดแต่งเส้นเตยปาหนัน
ก. กรรไกรหรือมีดที่คมเหมาะสม
ข. ค้อน
ค. เลื่อยวงเดือน
ง. ไขควง
7
เพราะเหตุใดจึงควรเลือกเส้นเตยปาหนันที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
ก. เพื่อให้ชิ้นงานมีความสม่ำเสมอและสวยงาม
ข. เพื่อให้ใช้วัสดุมากที่สุด
ค. เพื่อให้ชิ้นงานหนักขึ้น
ง. เพื่อไม่ต้องสาน
8
หากเส้นเตยปาหนันแห้งและแข็งเกินไป ควรทำอย่างไร
ก. ทิ้งทันที
ข. เพิ่มความชื้นอย่างเหมาะสมก่อนสาน
ค. เผาไฟให้ร้อน
ง. ทุบด้วยค้อน
9
การเก็บรักษาวัสดุเตยปาหนันที่เตรียมไว้ควรทำอย่างไร
ก. เก็บในที่แห้งและสะอาด ป้องกันความชื้นและเชื้อรา
ข. แช่น้ำไว้ตลอดเวลา
ค. ตากฝน
ง. เก็บรวมกับขยะเปียก
10
ข้อใดเป็นประโยชน์ของงานจักสานเตยปาหนันต่อชุมชน
ก. สร้างอาชีพและเพิ่มรายได้
ข. ทำให้ต้องซื้อสินค้าจากต่างประเทศเท่านั้น
ค. ลดการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ง. ทำให้วัสดุท้องถิ่นสูญเปล่า
11
การควบคุมความแน่นของเส้นขณะสานมีผลอย่างไร
ก. ทำให้ชิ้นงานแข็งแรงและได้รูปทรง
ข. ทำให้วัสดุหายไปทันที
ค. ทำให้สีซีดเสมอ
ง. ไม่มีผลต่อชิ้นงาน
12
หากต้องการให้ขอบชิ้นงานเรียบร้อย ควรทำอย่างไร
ก. ตัดและพับเก็บปลายเส้นให้เรียบร้อย
ข. ปล่อยเส้นให้ยาวรุงรัง
ค. ดึงเส้นออกทั้งหมด
ง. แช่น้ำหลังทำเสร็จ
13
ข้อใดเป็นหลักสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานเตยปาหนัน
ก. ความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย และความแข็งแรง
ข. ความซับซ้อนเพียงอย่างเดียว
ค. ใช้วัสดุให้มากที่สุด
ง. ไม่คำนึงถึงผู้ใช้งาน
14
การนำภูมิปัญญาจักสานเตยปาหนันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ควรคำนึงถึงสิ่งใด
ก. ความต้องการของผู้ใช้และตลาด โดยยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น
ข. เลียนแบบสินค้าทุกชนิด
ค. ยกเลิกภูมิปัญญาเดิมทั้งหมด
ง. ใช้วัสดุที่หาได้ยากเท่านั้น
15
ข้อใดแสดงถึงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาจักสานเตยปาหนันได้ดีที่สุด
ก. ถ่ายทอดความรู้ ฝึกปฏิบัติ และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ข. เก็บความรู้ไว้เฉพาะคนเดียว
ค. หยุดผลิตผลิตภัณฑ์
ง. ไม่ใช้วัสดุท้องถิ่น
ส่งคำตอบ
สถานะการตอบ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0
/15 ข้อ