1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ลิเกป่า

แหล่งเรียนรู้: นายถาวร รักรู้

รายละเอียดหลักสูตร

ลิเกป่า หรือ ลิเกรำมะนา หรือ ลิเกบก หรือ แขกแดง เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวปักษ์ใต้ของไทย ลิเกป่านิยมแถบจังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล ใช้เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลองรำมะนา หรือ โทน 2 - 3 ใบ ฉิ่ง ปี่ ฉิ่ง 1 คู่ กรับ 1 คู่ บางคณะอาจจะมีโหม่ง และทับด้วย ลิเกป่ามีนายโรงเช่นเดียวกับหนังตะลุง และมโนราห์ และโร สำหรับการแสดงก็คล้ายกับโรงมโนราห์ ผู้แสดงลิเกป่า คณะหนึ่งมีประมาณ 6 - 8 คน ถ้ารวมลูกคู่ด้วยก็จะมีจำนวนคนพอ ๆ กับมโนราห์หนึ่งคณะ การแสดงจะเริ่มด้วยการโหมโรง “เกริ่นวง” ต่อจากเกริ่นวงแขกขาวกับแขกแดงจะออกมาเต้นและร้องประกอบ โดยลูกคู่จะรับไปด้วย หลังจากนั้นจะมีผู้ออกมาบอกเรื่อง แล้วก็จะเริ่มแสดงเลย

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ลิเกป่า

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ลิเกป่าหรือลิเกแขกแดงเป็นการละเล่นพื้นบ้านประเภทหนึ่งของภาคใต้ที่แพร่หลายในพื้นที่ของจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันตก เช่น ตรัง พังงา กระบี่ เป็นต้น การแสดงประเภทนี้ เริ่มมีมาสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่กล่าวกันว่าเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๔๔ ตรงกับสมัยพระยาอิศราธิชัย เป็นเจ้าเมืองกระบี่ได้ส่งเสริมให้มีการละเล่นลิเกป่ากันอย่างกว้างขวางในงานเทศกาลและงานอื่นๆ โดยทั่วไป จากนั้นจึงแพร่หลายไปสู่จังหวัดใกล้เคียง แหล่งที่มีคณะลิเกป่าในจังหวัดกระบี่ในปัจจุบันอยู่ในอำเภอเหนือคลอง และอำเภอเขาพนม การแสดงลิเกป่าคณะหนึ่งมีผู้แสดงและนักดนตรีประมาณ ๑๐-๒๐ คน นักดนตรีทำหน้าที่เป็นลูกคู่ด้วย ลูกคู่บางคนอาจเป็นตัวแสดงด้วยในกรณีที่ต้องใช้ตัวแสดงมาก ตัวแสดงที่สำคัญมีแขกแดง ยายี เสนา และอาจมีตัวประกอบอื่นๆ เช่น นายด่าน เจ้าเมือง ญาติพี่น้อง ฝ่ายยายี เป็นต้น

🎭 1. ด้านการแสดงและการเจรจา (Performance & Dialogue)
ทักษะการด้นสด (Improvisation): ผู้แสดงต้องมีความเชี่ยวชาญในการเจรจาตอบโต้ ปฏิภาณกวี และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบนเวทีโดยไม่มีบทละครปฏิบัติตามแบบตายตัว

การสวมบทบาทตัวละครเอกลักษณ์:

ตัวแขกแดง (แขกเทศ): ต้องมีความเชี่ยวชาญในการแสดงท่าทางล้อเลียนพ่อค้าชาวอินเดีย/อาหรับ มีจังหวะการเดิน การตลกขบขัน และการร้องบทแนะนำตัวที่เป็นเอกลักษณ์

ตัวยาโหย (นางเอก): ต้องมีความเชี่ยวชาญในท่าวาดรำที่อ่อนช้อย และการขับร้องเพลงลูกบทที่มีน้ำเสียงกังวาน

ตัวเสนา/ตัวตลก: ต้องเชี่ยวชาญการหยิบยกเรื่องราวเหตุการณ์ปัจจุบันมาผูกเป็นเรื่องโจ๊กขบขันเพื่อดึงดูดผู้ชม

🥁 2. ด้านดนตรีและจังหวะกลองรำมะนา (Music & Rhythm)
การตีกลองรำมะนา (Ramana Drumming): เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของลิเกป่า ผู้เชี่ยวชาญต้องสามารถคุมจังหวะหน้าทับกลองรำมะนาได้อย่างแม่นยำ เร้าใจ และสอดรับกับท่ารำและการร้อง

การเล่นเครื่องดนตรีประกอบ: ความเชี่ยวชาญในการเล่นเครื่องดนตรีเร่งจังหวะ ได้แก่ ฉิ่ง, แฉ่ง, โหม่ง และ ปี่ (หรือโฉ่ง) เพื่อสร้างบรรยากาศสนุกสนานและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของดนตรีใต้

🎤 3. ด้านวรรณศิลป์และการขับร้อง (Literary & Vocal Skills)
การร้องบทว่ากลอน: เชี่ยวชาญการขับร้องบทกลอนสี่ หรือบทกลอนพื้นบ้าน ด้วยสำเนียงภาษาถิ่นใต้ที่มีจังหวะหนักแน่น

การออกแขก (Opening Ceremony): ความเชี่ยวชาญในพิธีการเปิดฉากการแสดง ซึ่งต้องมีการร้องเพลงออกแขกเพื่อบอกเล่าความเป็นมา เชิญครูบาอาจารย์ และอวยพรผู้ชม

👗 4. ด้านเครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า (Costume & Makeup)
เอกลักษณ์เครื่องแต่งกายผสมผสาน: มีความเชี่ยวชาญในการจัดแต่งเครื่องแต่งกายที่สะท้อนวัฒนธรรมพหุวัฒนธรรม เช่น ตัวแขกจะนุ่งโพกผ้าแบบชาวอินเดีย/มลายู สวมโพกหัว ขณะที่ตัวละครอื่นนุ่งผ้าช้องหรือผ้าตั้งแบบพื้นบ้านใต้

การแต่งหน้าสะท้อนตัวละคร: การใช้สีสันบนใบหน้าเพื่อเน้นบุคลิกของตัวละครให้ชัดเจนตั้งแต่ระยะไกล

สามารถรักษาวัฒนธรรมการละเล่นของคนภาคใต้และถ่ายทอดการละเล่นลิเกป่าให้กับเยาวชนรุ่นหลัง

ลิเกป่า (หรือ ลิเกรำมะนา / ลิเกบก) เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านโบราณของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งจังหวะดนตรีที่สนุกสนานและการแสดงที่เน้นความคล่องแคล่ว ปฏิภาณกวี และการตลกขบขัน โดยมีเทคนิคและวิธีการเล่นที่เป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้ครับ

🥁 1. เทคนิคด้านดนตรีและการให้จังหวะ
ดนตรีคือหัวใจสำคัญในการคุมบรรยากาศและกำกับท่ารำของผู้แสดง

การตีกลองรำมะนา: ใช้กลองรำมะนา 2−3 ใบ ตีสลับจังหวะหนัก-เบา เร่งจังหวะให้กระชับ เพื่อสร้างความครื้นเครงและส่งสัญญาณเปลี่ยนฉากหรือเปลี่ยนท่ารำ

การใช้อุปกรณ์ให้จังหวะเสริม: ใช้ ฉิ่ง, แฉ่ง, โหม่ง และ ปี่ (หรือโฉ่ง) ตีสอดรับกับหน้าทับกลอง ทำให้ดนตรีมีมิติและเร้าใจ

เทคนิคการรับ-ส่งลูกคู่: เมื่อตัวละครร้องบทกลอนจบวรรค บรรดาแม่ยกหรือนักดนตรีจะเป็น "ลูกคู่" ตะโกนร้องรับหรือส่งเสียงร้อง "ฮิ้ว..." เพื่อสร้างส่วนร่วมและดึงดูดผู้ชม

🎭 2. ลำดับขั้นตอนและวิธีการแสดง
การแสดงลิเกป่ามีโครงสร้างที่เป็นระเบียบชัดเจน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การเบิกโรงและออกแขก (Opening Ceremony)
ไหว้ครู: เริ่มต้นด้วยการตีกลองโหมโรงเพื่อเรียกคน และทำพิธีเบิกโรงไหว้ครูเพื่อความมงคล

การออกแขก: "ตัวแขก" (แขกแดง/แขกเทศ) จะออกมาเต้นรำและร้องเพลงออกแขก เป็นการบอกเล่าความเป็นมา อวยพรผู้ชม และชี้แจงว่าจะแสดงเรื่องอะไรในคืนนั้น

ขั้นตอนที่ 2: การเปิดตัวตัวละครหลัก (Character Introduction)
ตัวแขกและตัวเสน่ห์: แขกจะเกี้ยวพาราสีหรือพูดคุยหยอกล้อกับตัวเสนา (ตัวตลก) เพื่อสร้างความสนุกสนาน

การเปิดตัวนางเอก (ยาโหย) และพระเอก: นางเอกจะออกมาพร้อมท่ารำที่อ่อนช้อย ร้องบทกลอนแนะนำตัวเอง และเข้าสู่เนื้อเรื่อง

ขั้นตอนที่ 3: การดำเนินเรื่องและการเจรจา (Storytelling & Dialogue)
เนื้อเรื่องยอดนิยม: มักเล่นเรื่อง แขกขายผ้า, จันทโครพ, สังข์ทอง หรือ ขุนช้างขุนแผน

การเดินเรื่องด้วยกลอน: ตัวละครจะร้อง "บทกลอนสี่" หรือบทกลอนพื้นบ้านใต้ในการเล่าเรื่อง

💡 3. เทคนิคเฉพาะตัวของผู้แสดง
การด้นสด (Improvisation): ผู้แสดงไม่ต้องจำบทพูดทั้งหมด แต่ใช้วิธีด้นสดตามสถานการณ์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และโต้ตอบกับผู้ชม

ทักษะการเล่นมุกตลก (Comedy Skill): ตัวเสนาและตัวแขกจะดึงเอาเหตุการณ์ปัจจุบัน ข่าวสาร หรือเรื่องราวในท้องถิ่นมาทำเป็นมุกตลกสร้างเสียงหัวเราะ

ท่ารำผสมผสาน: มีการนำท่ารำของโนราและท่าวาดรำแบบชาวเกาะ/อินเดียมาประยุกต์ ทำให้การยักย้ายถ่ายเทน้ำหนักตัวมีความฉับไวและเป็นเอกลักษณ์

. รูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้
1.1 การถ่ายทอดแบบดั้งเดิม (มุขปาฐะ)
ครูสอนศิษย์แบบปาต่อปาก: ในอดีตจะไม่มีบทละครบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ศิษย์ต้องอาศัยการจดจำกลอน การฟัง และสังเกตท่าวาดรำจากครูผู้สอน

การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติตาม (Action Learning): ศิษย์จะเริ่มจากการเป็นลูกมือนักดนตรี (ตีฉิ่ง แฉ่ง หรือช่วยตีกลองรำมะนา) จากนั้นจึงค่อยขยับมาฝึกเป็นลูกคู่ และขึ้นแสดงเป็นตัวละครเล็กๆ ก่อนจะพัฒนาไปสู่ตัวละครหลัก

1.2 การถ่ายทอดในระบบการศึกษาและสถาบัน (Formal Education)
หลักสูตรท้องถิ่น: โรงเรียนและมหาวิทยาลัยในภาคใต้นำลิเกป่ามาบรรจุในรายวิชาศิลปะ วัฒนธรรม หรือวิชาเลือกชุมชน

กิจกรรมชมรมและชุมนุม: เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกซ้อมการเล่นกลองรำมะนา การร้องบทออกแขก และการออกท่าวาดรำเพื่อแสดงในกิจกรรมของโรงเรียน

1.3 การถ่ายทอดผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Community Learning)
ศาลาภูมิปัญญา/คณะลิเกป่าชุมชน: การรวมกลุ่มของครูหมอโนราและครูลิเกป่า เปิดบ้านหรือศูนย์เรียนรู้ต้อนรับเยาวชนและผู้สนใจ

การจัดทำคลังข้อมูลดิจิทัล: ถอดบทกลอน บันทึกวิดีโอท่ารำ จังหวะกลอง และลำดับขั้นตอนการแสดงเก็บไว้เป็นสื่อการเรียนรู้ออนไลน์

📝 2. ลำดับเนื้อหาองค์ความรู้ที่ต้องถ่ายทอด
การฝึกหัดลิเกป่าอย่างเป็นระบบมักเริ่มจากง่ายไปยากตามลำดับ ดังนี้:

จังหวะและดนตรี (ดนตรีนำ): ฝึกการตีกลองรำมะนาคุมจังหวะหน้าทับ การตีฉิ่ง แฉ่ง โหม่ง และการร้องรับเป็นลูกคู่

การว่ากลอนและการด้นสด: ฝึกการร้องบทกลอนสี่ บทไหว้ครู บทออกแขก และการฝึกปฏิภาณกวีในการเจรจาตอบโต้

ท่าวาดรำและบุคลิกตัวละคร:

ตัวแขก: ฝึกเดินยักย้าย ยักไหล่ ท่าตลกขบขัน

ตัวยาโหย (นางเอก): ฝึกท่าวาดรำที่อ่อนช้อย นุ่มนวล

ตัวเสนา: ฝึกทักษะการเล่นมุกตลก และการปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม

พิธีกรรมและความเชื่อ: การถ่ายทอดเรื่องการไหว้ครู ลาครู ข้อห้าม (ความเชื่อเรื่องครูหมอลิเกป่า) เพื่อให้เกิดความเคารพในศิลปะการแสดง

💡 3. แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการถ่ายทอดในปัจจุบัน
การจัดทำ Workshop/ค่ายเยาวชน: จัดกิจกรรมค่ายศิลปวัฒนธรรมระยะสั้นเพื่อให้เด็กๆ ได้ลองสัมผัสเครื่องดนตรีและฝึกแสดง

การบูรณาการกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: นำการแสดงลิเกป่าไปต้อนรับนักท่องเที่ยวในชุมชนนวัตวิถี เพื่อให้ผู้เรียนได้มีพื้นที่แสดงจริงและเกิดรายได้

การต่อยอดบริบทให้ร่วมสมัย: ประยุกต์มุกตลก หรือเรื่องราวที่ใช้เล่นให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน แต่ยังคงรักษาจังหวะกลองรำมะนาและเอกลักษณ์การออกแขกแบบดั้งเดิมไว้
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ลิเกป่า (15 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/15 ข้อ ลิเกป่า
1 ลิเกป่าเป็นศิลปะการละเล่นพื้นบ้านที่มีความโดดเด่นในพื้นที่ใด
2 ลิเกป่ามีลักษณะสำคัญอย่างไร
3 ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดงลิเกป่า
4 ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงลิเกป่ามีหน้าที่สำคัญอย่างไร
5 การแต่งกายของผู้แสดงลิเกป่าควรมีลักษณะอย่างไร
6 ข้อใดแสดงถึงคุณค่าของลิเกป่าต่อชุมชน
7 ผู้แสดงลิเกป่าควรมีทักษะใดมากที่สุด
8 การฝึกซ้อมลิเกป่ามีประโยชน์อย่างไร
9 การด้นสดในการแสดงลิเกป่าหมายถึงอะไร
10 ข้อใดเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการอนุรักษ์ลิเกป่า
11 ผู้ชมที่ดีควรปฏิบัติอย่างไรขณะชมลิเกป่า
12 เนื้อเรื่องของลิเกป่ามักมีลักษณะอย่างไร
13 การเรียนรู้ลิเกป่าช่วยพัฒนาผู้เรียนด้านใด
14 หากต้องจัดการแสดงลิเกป่า สิ่งใดควรเตรียมเป็นอันดับแรก
15 ข้อใดสะท้อนความสำคัญของลิเกป่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /15 ข้อ