1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นายสมหมาย พลประสิทธิ์

แหล่งเรียนรู้: นายสมหมาย พลประสิทธิ์

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตร "ศิลปะการแกะตัวหนังตะลุงเบื้องต้น" มุ่งเน้นการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ผู้เรียนจะได้ศึกษาตั้งแต่ประวัติความเป็นมา คติความเชื่อ และสัญลักษณ์วิทยาของตัวหนังตะลุงประเภทต่างๆ ตลอดจนฝึกทักษะช่างสิบหมู่ขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การเลือกและการเตรียมแผ่นหนัง การเขียนลายไทยประยุกต์ การใช้เครื่องมือตอกฉลุลายอย่างถูกวิธี เทคนิคการลงสีโปร่งแสง และการประกอบไม้ตับเพื่อการเชิดจริง

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะมี ความรู้ ความเข้าใจ ในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน สามารถใช้เครื่องมือช่างได้อย่างปลอดภัย และสร้างสรรค์ผลงานตัวหนังตะลุงประณีตศิลป์ด้วยตนเองอย่างน้อย 1 ชิ้น ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นงานอดิเรก สินค้าของที่ระลึก หรือการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหนังตะลุงต่อไป

จำนวนชั่วโมงเรียน
18.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นายสมหมาย พลประสิทธิ์

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

1.1 กำเนิดและพัฒนาการของหนังตะลุงภาคใต้
หนังตะลุงเป็นศิลปะการแสดงมหรสพพื้นบ้านที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของภาคใต้ ประเทศไทย มีรากฐานและวิวัฒนาการร่วมกับศิลปะการแสดงประเภทหนังเงา (Shadow Puppetry) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น วายัง กูลิต (Wayang Kulit) ของอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ในประเทศไทย ข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า หนังตะลุงพัฒนาขึ้นในพื้นที่จังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช คำว่า "หนังตะลุง" เชื่อว่ามาจากคำว่า "หนังพัทลุง" หรือการแสดงหนังเงาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากเมืองพัทลุง ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วภาคใต้และภาคอื่นๆ ของประเทศ

1.2 ความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรมเกี่ยวกับตัวหนังตะลุง
การทำและการแกะตัวหนังตะลุงไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถกรรมเชิงช่าง แต่เป็นศิลปะที่ผูกพันกับคติความเชื่อทางศาสนา พราหมณ์-ฮินดู และพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง

ครูหมอหนัง: นายช่างแกะหนังและนายหนังตะลุงจะต้องเคารพบูชา "ครูหมอหนัง" ซึ่งเป็นครูอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา

พิธีไหว้ครูและครอบครู: ก่อนเริ่มต้นเรียนหรือลงมือแกะหนัง ต้องมีพิธีขึ้นครูเพื่อขอขมาและขอพรให้การทำงานราบรื่น

ตัวหนังศักดิ์สิทธิ์: ตัวหนังบางตัวถือเป็นตัวหนังชั้นสูงหรือตัวหนังศักดิ์สิทธิ์ เช่น รูปฤๅษี (ฤๅษีตาไฟ), รูปพระอิศวร (ฤๅษีทรงพฤกษภ) และ รูปพระนารายณ์ ซึ่งต้องใช้แผ่นหนังพิเศษ (เช่น หนังโคฟ้าผ่า หรือหนังโคลูกตายในท้อง) มีพิธีตอกและแกะสลักเฉพาะ ห้ามวางบนพื้น หรือข้ามเว้นแต่จะได้รับอนุญาต
1.3 ประเภทและสัญลักษณ์วิทยาของตัวหนังตะลุง
ตัวหนังตะลุงสามารถแบ่งออกตามบทบาทหน้าที่และลักษณะทางประติมากรรมได้เป็น 5 กลุ่มหลัก:

รูปศักดิ์สิทธิ์ / รูปบูชา: ฤๅษี, พระอิศวร, พระนารายณ์ ใช้เปิดโรงและสร้างความเป็นสิริมงคล

รูปพระ - รูปนาง: ตัวเอกชายหญิง สื่อถึงความงดงาม ความเป็นระเบียบตามแบบแผนศิลปะไทย มีสัดส่วนสมส่วน หน้าตาหมดจด

รูปยักษ์ - รูปเทวดา: ตัวละครฝ่ายอสูรและฝ่ายสวรรค์ ยักษ์มักมีรูปร่างใหญ่โต หน้าตาถมึงทึง ปากแสยะ ตากลอก

รูปตัวเกร็ด / ตัวตลก (ตัวตลกเอก): เช่น นายเท่ง, นายหนูนุ้ย, นายยอดทอง, นายสะหม้อ, นายสีแก้ว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหนังตะลุง ตัวตลกจะมีรูปร่างแปลกตา ขยับปากและมือได้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

รูปเบ็ดเตล็ด / รูปประกอบ: สัตว์, ยานพาหนะ, ปราสาทราชวัง, ต้นไม้, อาวุธ

2.1 ศาสตร์แห่งวัสดุ: การเลือกและการฟอกหนัง (Hide Selection & Preparation)
คุณภาพของตัวหนังตะลุงขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเตรียมแผ่นหนังเป็นลำดับแรก:

ประเภทหนัง: นิยมใช้ หนังวัว หรือ หนังควาย โดยหนังวัวจะมีความบาง โปร่งแสง และสลักลายได้ละเอียด เหมาะกับรูปพระ รูปนาง และรูปตลก ส่วนหนังควายจะมีความหนา ทนทาน เหมาะกับรูปยักษ์หรือรูปขนาดใหญ่

กระบวนการฟอกแบบโบราณ:

การแช่น้ำและขูดขน: นำหนังสดมาแช่น้ำสะอาดผสมสารส้มหรือน้ำปูนใส เพื่อให้ขนหลุดง่าย จากนั้นใช้มีดขูดขนและเนื้อส่วนเกินออก

การขึงและตาก: นำหนังมาขึงบนกรอบไม้ให้ตึงแน่น ตากแดดให้แห้งสนิท

การฟอกผิว (Sizing): ขูดแต่งความหนาบางของแผ่นหนังให้สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น ช่างมืออาชีพจะสามารถขูดหนังให้มีความโปร่งแสง (Translucent) เมื่อยกขึ้นส่องแดด

2.2 ความรู้เรื่องเครื่องมือเฉพาะทาง (Specialized Tools)
มุกตอกลาย (Punch Tools / Chisels): มุกเป็นสิ่วขนาดเล็กที่มีปลายรูปทรงต่างๆ เช่น มุกกลม (ตอกจุด/ไข่ปลา), มุกใบบัว, มุกวงจันทร์, มุกสามเหลี่ยม ใช้ตอกสร้างลายบนแผ่นหนัง

มีดตอก / มีดแกะ (Carving Knife): มีดปลายแหลมสั้นที่มีความคมสูง สำหรับเดินเส้นลายและตัดขอบหนัง

เขียงรองตอก: ไม้เนื้อแข็งหรือแผ่นยางหนา เพื่อรองรับแรงตอกโดยไม่ทำให้ปลายมุกทู่หรือชำรุด

2.3 โครงสร้างสรีระและการเคลื่อนไหวของตัวหนัง (Anatomy & Kinematics)
ช่างแกะตัวหนังตะลุงที่มีความเชี่ยวชาญ ต้องเข้าใจระบบกลไกและการเคลื่อนไหว:

จุดหมุนและข้อต่อ (Joints): การฉลุแยกชิ้นส่วนแขน (ไหล่ ข้อศอก ข้อมือ) และปาก (สำหรับตัวตลก) เพื่อให้ร้อยเชิดได้อย่างสมจริง

สมดุลน้ำหนัก (Weight Distribution): ตัวหนังต้องไม่มีน้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป ไม้งอนและสายเชิดต้องติดตั้งในตำแหน่งที่ทำให้ตัวหนังไม่เอียงเมื่อถูกเชิด

3.1 การวิเคราะห์รูปพระอิศวรทรงพฤกษภ (Shiva on Nandi)
ถือเป็นหนึ่งในยอดงานประณีตศิลป์ของหนังตะลุง

ลักษณะศิลปะ: พระอิศวรทรงเกราะเครื่องทรงอลังการ ประทับบนหลังโคพฤกษภ มือทรงถือศรและตรีศูล

ความลึกซึ้งทางช่าง: ลวดลายบริเวณเครื่องทรง ลายกนก และกระจังบนโคพฤกษภ ต้องแกะด้วยมุกขนาดเล็กละเอียดนับพันจุด ลายโปร่งต้องสอดประสานกับลายทึบอย่างสมดุล เพื่อให้เกิดภาพเงาที่ทรงพลังบนจอหนัง

3.2 ศิลปะการแกะรูปตัวตลกเอก (The Comic Characters)
นายเท่ง: มีเอกลักษณ์คือ นิ้วชี้ขวาใหญ่และยาว ปากพะงาบขยับได้ ตาพอง นุ่งผ้าสโร่งลายตาข่าย การแกะตัวเท่งต้องถ่ายทอดความขี้เล่น ความเป็นชาวบ้าน และอารมณ์ขันผ่านสีหน้า

นายหนูนุ้ย: ตัวต่ำจมูกแหลม ปากกว้าง พุงโร มีข้อต่อเคลื่อนไหวได้ทั้งมือและปาก การสลักต้องเน้นความอ่อนช้อยของรูปทรงเพื่อให้ขยับแล้วเกิดท่าทางตลกขบขัน

3.3 งานสลักฉากและตัวประกอบขนาดใหญ่ (Set Pieces & Scenery)
รูปปราสาท / มณฑป: งานฉลุแผ่นหนังขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยความอดทนสูง มีการเดินเส้นลายไทย ลายกนก ลายประจำยาม และลายเรขาคณิตต่อเนื่องทั่วทั้งแผ่น

รูปเรือหงส์ / รถศึก: งานแกะสลักที่ผสานความอลังการของตัวละครเข้ากับยานพาหนะ ต้องมีการคิดคำนวณแสงและเงาเพื่อให้ภาพชัดเจนเมื่อแสงไฟส่องผ่าน

ขั้นที่ 1: การออกแบบและการลอกลาย (Designing & Pattern Tracing)
ร่างแบบตัวหนังลงบนกระดาษวาดเขียน โดยกำหนดโครงสร้าง สัดส่วน และตำแหน่งข้อต่อ

ทาแผ่นหนังด้วยน้ำแป้งพ่อง หรือใช้กระดาษก๊อบปี้เพื่อลอกลายจากกระดาษลงบนแผ่นหนังอย่างแม่นยำ

กำหนดพื้นที่ ลายทึบ (Solid) และ ลายโปร่ง (镂空/Perforated) เพื่อให้เกิดมิติแสงเงา

ขั้นที่ 2: เทคนิคการตอกฉลุลาย (Punching & Carving Techniques)
การเดินเส้นขอบ (Contour Outlining): ใช้มีดตอกหรือมุกเส้นตอกลากตามเส้นขอบรูปทรงภายนอก

การตอกไข่ปลาและลายกนก (Dot Punching & Kanok Patterns):

ใช้มุกกลมตอกเรียงจุดเป็นสายเพื่อสร้างเส้นสายที่อ่อนช้อย

ใช้มุกใบบัวฉลุกลีบดอกและลายกนก

การเจาะช่องไฟ (Lace Perforation): เทคนิคการเจาะรูเพื่อให้แสงลอดผ่าน โดยต้องเหลือเนื้อหนังเป็น "สะพานเชื่อม" ไว้ไม่ให้แผ่นหนังขาดออกจากกัน

ขั้นที่ 3: เทคนิคการลงสีโปร่งแสง (Translucent Coloring)
การเลือกใช้สี: นิยมใช้ สีหมึกหม้อ (Traditional Ink), สีน้ำมัน หรือ สีอะคริลิกสูตรโปร่งแสง (Transparent Colors)

วิธีการระบาย: ระบายสีลงบนแผ่นหนังทั้งสองด้าน โดยระวังไม่ให้เนื้อสีทาหนาเกินไปจนปิดบังลวดลายฉลุ เมื่อแสงไฟจากหลอดไฟหรือตะเกียงส่องผ่าน สีจะเปล่งประกายสดใสบนจอผ้าขาว

การตัดเส้น (Outlining): ใช้หมึกดำตัดขอบและลายเส้นอีกครั้งเพื่อเพิ่มความเด่นชัด

ขั้นที่ 4: การเข้าตับและการร้อยข้อต่อ (Assembly & Rigging)
การประกอบข้อต่อ: เจาะรูบริเวณไหล่ ศอก ข้อมือ หรือริมฝีปาก ใช้ด้ายร้อยหรือหมุดโลหะ/หมุดพลาสติกยึดชิ้นส่วนเข้าด้วยกันให้ขยับได้อิสระ

การผูกไม้ตับ (Bamboo Spine): เหลาไม้ไผ่ให้เรียว มีความยืดหยุ่น ยึดติดเข้ากับลำตัวหนังตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงด้ามจับด้วยเชือกหรือด้ายเหนียว

การติดตั้งไม้งอน (Control Rods): ผูกไม้ไผ่เหลาขนาดเล็กเข้ากับมือหรือปากของตัวหนัง เพื่อให้นายหนังใช้ควบคุมการขยับท่าทาง

5.1 ระบบการเรียนรู้แบบโบราณ vs. การศึกษาสมัยใหม่
ระบบศิษย์มีครู (Traditional Apprenticeship): ในอดีตการเรียนแกะหนังต้องอาศัยการกินนอนบ้านครู เริ่มจากการรับใช้ คอยลับเครื่องมือ เตรียมแผ่นหนัง สังเกตการทำงานของครู แล้วจึงได้รับอนุญาตให้แกะตัวหนังขั้นพื้นฐาน

การจัดการเรียนรู้ในระบบโรงเรียนและชุมชน: ปัจจุบันมีการนำหลักสูตรการแกะตัวหนังตะลุงเข้าสู่สถานศึกษา ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

5.2 การบันทึกและรวบรวมแม่ลายโบราณ (Documentation of Master Patterns)
การจัดทำคลังแม่ลาย (Pattern Archiving): ถ่ายลอกลายตัวหนังเก่าแก่จากครูช่างในอดีต เก็บไว้เป็นฐานข้อมูลดิจิทัลและสมุดแม่ลาย

การถอดรหัสลวดลาย: ศึกษาโครงสร้างลายไทยภาคใต้เพื่อไม่ให้ลวดลายเอกลักษณ์ดั้งเดิมสูญหายหรือถูกบิดเบือน

5.3 การนวัตกรรมและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Innovation & Adaptation)
การต่อยอดสู่สินค้าของที่ระลึก: การปรับขนาดตัวหนังให้เล็กลง ใส่กรอบรูปทำเป็นของตกแต่งบ้าน โคมไฟหนังตะลุง หรือพวงกุญแจ

การสร้างสรรค์ตัวละครใหม่: การนำเทคนิคการแกะหนังตะลุงไปใช้สร้างตัวละครร่วมสมัย หรือภาพประดิดประดอยเชิงร่วมสมัย (Contemporary Shadow Art)

การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์: การเปิดเวิร์กช็อป (Workshop) ระยะสั้นให้แก่นักท่องเที่ยวได้ทดลองแกะและลงสีตัวหนังตะลุงด้วยตนเอง เพื่อสร้างรายได้และเผยแพร่วัฒนธรรมไปสู่วงกว้าง
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นายสมหมาย พลประสิทธิ์ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นายสมหมาย พลประสิทธิ์
1 ข้อใดคือวัตถุดิบหลักที่นิยมนำมาใช้แกะตัวหนังตะลุงในปัจจุบัน
2 ขั้นตอนแรกของการเตรียมหนังสำหรับแกะสลักคืออะไร
3 "มุก" ในอุปกรณ์แกะหนังตะลุงทำหน้าที่อะไร
4 ตัวละครใดในหนังตะลุงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้และมักจะถูกแกะเป็นตัวแรกๆ ในการฝึกฝน
5 ลายพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการแกะหนังตะลุงคือลายใด
6 อุปกรณ์ใดที่ใช้รองใต้แผ่นหนังขณะทำการตอกลาย
7 เพราะเหตุใดตัวหนังตะลุงจึงต้องมีการแกะ "ช่องไฟ" หรือการฉลุลายโปร่ง
8 "ไม้ตับ" คือส่วนประกอบใดของตัวหนังตะลุง
9 การทำข้อต่อแขนของตัวหนังตะลุงนิยมใช้วัสดุใดในการร้อยต่อเพื่อให้ขยับได้
10 สีที่นิยมใช้ระบายตัวหนังตะลุงเพื่อให้แสงผ่านได้ดีคือสีประเภทใด
11 ก่อนจะลงมือแกะสลัก ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือข้อใด
12 ตัวละคร "อ้ายหนูนุ้ย" มีลักษณะเด่นที่ปากอย่างไร
13 ข้อใดคือคุณสมบัติของหนังที่ดีในการนำมาแกะตัวหนังตะลุง
14 การแกะ "ตัวยอดทอง" มักมีลักษณะเด่นที่ส่วนใด
15 ในการแกะสลัก การตอกลาย "กระจัง" มักใช้ในส่วนใดของตัวหนัง
16 การดูแลรักษาตัวหนังตะลุงไม่ให้งอหรือบิดเบี้ยวควรทำอย่างไร
17 "น้ำยาเคลือบ" หลังจากการระบายสีเสร็จมีประโยชน์อย่างไร
18 ประเพณีความเชื่อเรื่อง "ครูหมอหนัง" มีผลต่อช่างแกะอย่างไร
19 หากต้องการให้แขนหนังขยับได้พริ้วไหว ช่างแกะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งใด
20 วัตถุประสงค์สูงสุดของการเรียนหลักสูตรแกะตัวหนังตะลุงคือข้อใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ