1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ศูนย์แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเขาสามบาตร

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเขาสามบาตร

รายละเอียดหลักสูตร

เขาสามบาตร เป็นภูเขา หินปูน ลูกโดดตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์ วัดไพรสณฑ์ หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง มี แม่น้ำตรัง อยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกประมาณ 100 เมตร ภายในมีถ้ำอยู่ 2 แห่ง คือ ถ้ำสามบาตรและถ้ำลูกยองโดยปรากฏมีหลักฐานทางโบราณคดี ทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ อยู่ร่วมกันภายในถ้ำจำนวนมาก เหตุที่ชื่อ "เขาสามบาตร" เพราะชาวบ้านเล่าว่ามีผู้นำทรัพย์สมบัติมาซุกซ่อนไว้มากถึง 3 บาตรพระ

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ศูนย์แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเขาสามบาตร

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

แหล่งโบราณคดีถ้ำเขาสามบาตร หรือถ้ำเขาสามบาท เป็นถ้ำบนภูเขาหินปูนเล็ก ๆ ใกล้แม่น้ำตรังและวัดไพรสณฑ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง ชาวบ้านเล่าว่า มีผู้นำทรัพย์สมบัติมาซุกซ่อนไว้มากถึง 3 บาตรพระ และยังผูกปริศนาลายแทงไว้ว่า ขึ้นต้นขาม (มะขาม) ข้ามต้นทึง (กะทิง) ถึงต้นข่อยคอย (มอง) ลงมา ไม้ค่าวาคัดออก ใครทายออก กินไม่รู้สิ้น การสำรวจถ้ำเขาสามบาตรทางโบราณคดีเริ่มเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2445 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงบันทึกถึงการพบอักษรจารึกบนผนังถ้ำ และทรงวินิจฉัยว่า เป็นตัวอักษรไทยสมัยอยุธยาลักษณะเดียวกับที่วัดป่าโมก กรมศิลปากร สำรวจพบว่า ถ้ำนี้มีหลักฐานทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ คือเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินค่อนข้างหยาบ แบบหม้อสามขา ภาชนะปากผายชามเตี้ย ตกแต่งผิวด้วยลายเชือกทาบ เครื่องมือสะเก็ดหิน ค้อนหิน เปลือกหอยแครงเจาะรู ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ กระดองเต่า หอยน้ำจืด ส่วนหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์อยุธยาคือชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดินขาวเหนียวแบบชามมีเชิง คนโทและพวยกา นอกจากนี้ ยังสำรวจพบหลักฐานเพิ่มเติมคือ ภาพเขียนสีแดง เป็นรูปภาพคล้ายภูเขาสามลูกต่อกันนักวิชาการท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า ตามทำเลที่ตั้งของเขาสามบาตร นับเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเข้าอยู่อาศัยคือเป็ฯถ้ำซึ่งอยู่ไม่สูงเกินไปนัก ถ้ำแห้ง มีบริเวณที่สามารถเข้าอยู่อาศัยประกอบกิจกรรมครัวเรือนได้ ทั้งยังอยู่ใกล้ทางน้ำใช้เป็นแหล่งอุปโภคบริโภคและการคมนาคมติดต่อกับชุมชนข้างเคียงในบริเวณลุ่มน้ำเดียวกัน (แหล่งโบราณคดีข้างเคียงได้แก่ ถ้ำหมูดิน ถ้ำเขาน้ำพราย ถ้ำตราและถ้ำเขาปินะ) นอกจากถ้ำนี้เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ยังปรากฏว่าเคยใช้เป็นศาสนสถานสำคัญของกลุ่มชนในภูมิภาคนี้ร่วมสมัยอยุธยา โดยมีหลักฐานตัวหนังสือจารึกบนผนังหินบอกพุทธศักราชไว้ด้วย คือ พ.ศ. 2150 ตรงกับสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ แห่งกรุงศรีอยุธยา คือ พ.ศ. 2148-2163 ซึ่งการจารึกตัวหนังสือไทยสมัยอยุธยาไว้ในถ้ำเช่นนี้ เป็นหลักฐานที่หาได้ยาก (ที่มา : http://www.iamtrang.com/)

เขาสามบาตร นับเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเข้าอยู่อาศัยคือเป็นถ้ำซึ่งอยู่ไม่สูงเกินไปนัก ถ้ำแห้ง มีบริเวณที่สามารถเข้าอยู่อาศัยประกอบกิจกรรมครัวเรือนได้ ทั้งยังอยู่ใกล้ทางน้ำใช้เป็นแหล่งอุปโภคบริโภคและการคมนาคมติดต่อกับชุมชนข้างเคียงในบริเวณลุ่มน้ำเดียวกัน (แหล่งโบราณคดีข้างเคียงได้แก่ ถ้ำหมูดิน ถ้ำเขาน้ำพราย ถ้ำตราและถ้ำเขาปินะ) นอกจากถ้ำนี้เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนสมัยก่อน

ถ้ำเขาสามบาตรทางโบราณคดีเริ่มเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2445 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงบันทึกถึงการพบอักษรจารึกบนผนังถ้ำ และทรงวินิจฉัยว่า เป็นตัวอักษรไทยสมัยอยุธยาลักษณะเดียวกับที่วัดป่าโมก กรมศิลปากร สำรวจพบว่า ถ้ำนี้มีหลักฐานทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ คือเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินค่อนข้างหยาบ แบบหม้อสามขา ภาชนะปากผายชามเตี้ย ตกแต่งผิวด้วยลายเชือกทาบ เครื่องมือสะเก็ดหิน ค้อนหิน เปลือกหอยแครงเจาะรู ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ กระดองเต่า หอยน้ำจืด ส่วนหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์อยุธยาคือชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดินขาวเหนียวแบบชามมีเชิง คนโทและพวยกา นอกจากนี้ ยังสำรวจพบหลักฐานเพิ่มเติมคือ ภาพเขียนสีแดง เป็นรูปภาพคล้ายภูเขาสามลูกต่อกันนักวิชาการท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า ตามทำเลที่ตั้งของเขาสามบาตร นับเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเข้าอยู่อาศัยคือเป็ฯถ้ำซึ่งอยู่ไม่สูงเกินไปนัก ถ้ำแห้ง มีบริเวณที่สามารถเข้าอยู่อาศัยประกอบกิจกรรมครัวเรือนได้ ทั้งยังอยู่ใกล้ทางน้ำใช้เป็นแหล่งอุปโภคบริโภคและการคมนาคมติดต่อกับชุมชนข้างเคียงในบริเวณลุ่มน้ำเดียวกัน (แหล่งโบราณคดีข้างเคียงได้แก่ ถ้ำหมูดิน ถ้ำเขาน้ำพราย ถ้ำตราและถ้ำเขาปินะ) นอกจากถ้ำนี้เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ยังปรากฏว่าเคยใช้เป็นศาสนสถานสำคัญของกลุ่มชนในภูมิภาคนี้ร่วมสมัยอยุธยา โดยมีหลักฐานตัวหนังสือจารึกบนผนังหินบอกพุทธศักราชไว้ด้วย คือ พ.ศ. 2150 ตรงกับสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ แห่งกรุงศรีอยุธยา คือ พ.ศ. 2148-2163 ซึ่งการจารึกตัวหนังสือไทยสมัยอยุธยาไว้ในถ้ำเช่นนี้ เป็นหลักฐานที่หาได้ยาก (ที่มา : http://www.iamtrang.com/)

ชาวบ้านแถบนั้นเล่าต่อๆ กันมาว่า ภายในถ้ำแห่งนี้ ได้มีผู้นำทรัพย์สมบัติมาซุกซ่อนไว้มากถึง 3 บาตรพระ พร้อมกับผูกปริศนาลายแทงเอาไว้ว่า “ขึ้นต้นขาม (มะขาม) ข้ามต้นทึง (กระทิง) ถึงต้นข่อยคอย (ก้ม) ลงมา ไม้ค่า (แค่) วา คัดออก ใครทายออกกินไม่รู้สิ้น” แต่ปริศนานี้ชาวบ้านเล่าด้วยว่าได้มีเจ้านายคนหนึ่งขี่ช้างมาแก้ปริศนานั้นตก และได้เอาสมบัติออกไปทั้งหมดแล้ว

เมื่อ พ.ศ.2454 สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ เคยเสด็จมาที่ “เขาสามบาตร” และได้ทรงบันทึกเรื่องการพบรอยบันทึกบนผนังถ้ำแห่งนี้เอาไว้ โดยทรงวินิจฉัยว่าเป็นอักษรไทยสมัยอยุธยา และมีรูปลักษณ์แบบเดียวกับตัวหนังสือที่วัดป่าโมกข์ ร่วมสมัยพระเจ้าท้ายสระ (พ.ศ.2252-2275)
ต่อมา พ.ศ.2519 นายวรรณยุทธ ณ วิลาศ เจ้าหน้าที่หน่วยศิลปากรที่ 9 ได้เข้าไปสำรวจทางด้านโบราณคดี และรายงานว่าเป็นถ้ำที่มีหนังสือไทยจารึกไว้บนผนัง จากนั้น พ.ศ.2523 คณะโครงการสำรวจแหล่งโบราณคดี และโบราณสถานภาคใต้ กรมศิลปากร ได้เข้าไปสำรวจ “เขาสามบาตร” ซ้ำอีก และบันทึกว่าพบจารึกอักษรไทยสมัยอยุธยา และหลักฐานก่อนสมัยประวัติศาสตร์ คือภาชนะดินเผา และเครื่องมือหิน

จากนั้น พ.ศ.2533 ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนสภาราชินี จ.ตรัง ได้เข้าไปทำการสำรวจอีกครั้ง และพบหลักฐานทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ อยู่ร่วมกันเช่นเดียวกับรายงานของคณะอื่นๆ นอกจากนั้น ทางชมรมยังได้พบหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง ที่ยังไม่มีการบันทึกไว้ในรายงานการสำรวจฉบับอื่นๆ คือภาพเขียนสีรูปทรงคล้ายภูเขาสามลูกต่อกันที่อยู่ในซอกผนัง “ถ้ำสามบาตร”

พ.ศ. 2523 คณะสำรวจโครงการสำรวจแหล่งโบราณคดีและโบราณสถานภาคใต้ กองโบราณคดี กรมศิลปากร พบหลักฐานโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งเศษภาชนะดินเผาเนื้อดิน (Earthenware) แบบหม้อสามขา ภาชนะดินเผาปากผาย เครื่องมือสะเก็ดหิน ค้อนหิน ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ เปลือกหอยเจาะรู และหลักฐานทางโบราณคดีสมัยอยุธยา คือ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดิน ขาวเหนียว แบบชามมีเชิง คนโทและพวยกา และใน พ.ศ. 2533 ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง สำรวจพบภาพเขียนสีแดง เขียนเป็นรูปคล้ายภูเขาสามลูกต่อกัน[
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ศูนย์แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเขาสามบาตร (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ศูนย์แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเขาสามบาตร
1 เขาสามบาตร ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านใด ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง?
2 เขาสามบาตร ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของสถานที่สำคัญทางศาสนาใด?
3 หากเดินทางจากตัวเมืองจังหวัดตรังไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีระยะทางประมาณกี่กิโลเมตรจึงจะถึงเขาสามบาตร?
4 ลักษณะทางภูมิประเทศของเขาสามบาตรคือข้อใด?
5 แหล่งน้ำหรือแม่น้ำสายสำคัญใดที่ไหลผ่านอยู่ใกล้กับบริเวณเขาสามบาตร?
6 ตามข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ ถ้ำเขาสามบาตรเคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคใด?
7 ชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของ "เขาสามบาตร" ตามคำเรียกขานของชาวท้องถิ่นในอดีตคือข้อใด?
8 การสันนิษฐานชื่อ "เขาสามบาท" (สะกดด้วยตัว ท.ทหาร) มีที่มาจากสภาพภายในถ้ำที่พบสิ่งใด?
9 ตามตำนานเล่าขาน บุคคลสำคัญใดในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มีความศรัทธาและเกี่ยวข้องกับที่มาของชื่อเขาสามบาตร?
10 นางเลือดขาวและคณะรวบรวมทรัพย์สมบัติจำนวน 3 บาตรพระ เพื่อเดินทางไปสมทบการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ณ เมืองใด?
11 ข้อใดคือปริศนาลายแทงที่ชาวบ้านเล่าขานถึงทรัพย์สมบัติที่ซุกซ่อนไว้ที่เขาสามบาตร?
12 จากปริศนาลายแทง "ขึ้นต้นขาม" คำว่า ต้นขาม หมายถึงต้นไม้ชนิดใด?
13 จากปริศนาลายแทง "ข้ามต้นทึง" คำว่า ต้นทึง หมายถึงต้นไม้ชนิดใดในท้องถิ่น?
14 ลักษณะของปากถ้ำเขาสามบาตรมีความกว้างประมาณเท่าใด?
15 ปากถ้ำเขาสามบาตรอยู่สูงจากระดับพื้นดินประมาณเท่าใด?
16 ลักษณะเพดานถ้ำเขาสามบาตรเป็นอย่างไร?
17 หน่วยงานราชการท้องถิ่นใดในจังหวัดตรังที่ทำหน้าที่ดูแลและติดต่อเข้าเยี่ยมชมเขาสามบาตร?
18 หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อสำนักงานเทศบาลตำบลนาตาล่วงคือข้อใด?
19 ทำไมถ้ำเขาสามบาตรจึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้งานกันมาหลายยุคหลายสมัย?
20 การสำรวจทางโบราณคดีที่ถ้ำเขาสามบาตรเริ่มต้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย เกิดขึ้นในช่วงประมาณ พ.ศ. ใด?
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ