1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นายมานิตย์ สุวรรณรัตน์

แหล่งเรียนรู้: นายมานิตย์ สุวรรณรัตน์

รายละเอียดหลักสูตร

การขยายพันธุ์พืช เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากวิทยากรแล้วสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริง เมื่อจบหลักสูตรแล้วสามารถนำทักษะความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ

จำนวนชั่วโมงเรียน
3.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นายมานิตย์ สุวรรณรัตน์

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

การทาบกิ่ง เป็นวิธีขยายพันธุ์ทุเรียนแบบไม่อาศัยเพศ โดยนำกิ่งพันธุ์ดีที่มีลักษณะตรงตามต้องการ มาทาบกับต้นตอที่แข็งแรง ให้เนื้อเยื่อเจริญของทั้งสองส่วนสัมผัสและเชื่อมประสานกัน จนสามารถเจริญเป็นต้นทุเรียนต้นใหม่ที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์ได้
1. ความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช
2. ความเป็นไปได้ในการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืช
3. แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการขยายพันธุ์พืช
4. ทิศทางการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืช

การขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยวิธีการทาบกิ่ง ตั้งแต่การคัดเลือกต้นพันธุ์ การเตรียมต้นตอ การเลือกกิ่งพันธุ์ดี ไปจนถึงการดูแลกิ่งทาบให้เจริญเติบโตอย่างแข็งแรง
องค์ความรู้สำคัญ
- มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะและพันธุ์ของทุเรียนที่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์
- สามารถคัดเลือก ต้นตอที่แข็งแรง ระบบรากดี ปราศจากโรคและแมลง
- สามารถเลือก กิ่งพันธุ์ดี ที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีลักษณะตรงตามพันธุ์
- มีทักษะในการปาดแผลต้นตอและกิ่งพันธุ์ให้พอดีและสัมผัสกันสนิท
- เข้าใจความสำคัญของ เนื้อเยื่อเจริญ (Cambium) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมประสานของต้นตอและกิ่งพันธุ์
- สามารถดูแลความชื้น แสง และสภาพแวดล้อมระหว่างรอการเชื่อมติด
- สามารถสังเกตความผิดปกติ เช่น แผลเน่า เชื้อรา กิ่งแห้ง หรือการเชื่อมติดไม่สมบูรณ์ และแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
การขยายพันธุ์ทุเรียน (Durio zibethinus L.) ด้วยวิธีการทาบกิ่ง

มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ (Asexual or Vegetative Propagation) โดยเฉพาะการขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยวิธี การทาบกิ่ง (Approach Grafting) ซึ่งเป็นเทคนิคที่อาศัยความสามารถของเนื้อเยื่อเจริญของพืชในการเชื่อมประสานระหว่าง ต้นตอ (Rootstock) และ กิ่งพันธุ์ดี (Scion) จนสามารถพัฒนาเป็นต้นพืชที่มีระบบลำเลียงน้ำและธาตุอาหารร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์

มีความสามารถในการประยุกต์ใช้หลักการทาง สรีรวิทยาพืช กายวิภาคพืช และการขยายพันธุ์พืช ร่วมกับประสบการณ์ภาคปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความสำเร็จของการทาบกิ่ง ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การเตรียมต้นตอและกิ่งพันธุ์ การสร้างบาดแผล การจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อเจริญ การควบคุมสภาพแวดล้อม ตลอดจนการอนุบาลต้นพันธุ์หลังการเชื่อมติด

1. ความรู้ด้านพันธุ์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์

มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางพฤกษศาสตร์และความหลากหลายของ ทุเรียน (Durio zibethinus L.) ซึ่งเป็นไม้ผลเขตร้อนในวงศ์ Malvaceae สามารถจำแนกลักษณะประจำพันธุ์และประเมินความเหมาะสมของต้นพันธุ์สำหรับนำมาใช้เป็นกิ่งพันธุ์ดี

สามารถพิจารณาลักษณะสำคัญ เช่น

ความสมบูรณ์และความแข็งแรงของต้นแม่พันธุ์
ลักษณะทรงพุ่มและการเจริญเติบโต
ความสม่ำเสมอของลักษณะประจำพันธุ์
คุณภาพของผล เช่น ขนาด รูปทรง สี เนื้อสัมผัส กลิ่น และรสชาติ
ประวัติการให้ผลผลิตและความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

การเลือกกิ่งพันธุ์จากต้นแม่ที่มีลักษณะดีและมีความสม่ำเสมอ มีความสำคัญต่อการรักษาลักษณะทางพันธุกรรมของพันธุ์ทุเรียน เนื่องจากการทาบกิ่งเป็นการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ จึงช่วยรักษาลักษณะทางพันธุกรรมของต้นแม่พันธุ์ไว้ได้ดีกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

2. ความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกและเตรียมต้นตอ

สามารถคัดเลือก ต้นตอ (Rootstock) ที่มีคุณภาพ โดยพิจารณาจากความแข็งแรงของต้น ระบบราก การเจริญเติบโต และความสมบูรณ์ของลำต้น

ต้นตอที่เหมาะสมควรมีลักษณะ

มีระบบรากแข็งแรงและสามารถดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดี
ลำต้นสมบูรณ์ ไม่มีบาดแผลหรืออาการผิดปกติ
ปราศจากโรคและแมลงศัตรูพืช
มีการเจริญเติบโตสม่ำเสมอ
มีขนาดลำต้นเหมาะสมกับกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาทาบ
มีความเข้ากันได้ทางสรีรวิทยากับกิ่งพันธุ์ดี

ในทางสรีรวิทยา ต้นตอมีบทบาทสำคัญต่อ การดูดน้ำ แร่ธาตุ และการลำเลียงสารต่าง ๆ รวมถึงมีผลต่อความแข็งแรงของต้นพันธุ์ในระยะต่อมา ดังนั้นคุณภาพของต้นตอจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการขยายพันธุ์

3. ความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกกิ่งพันธุ์ดี

สามารถเลือก กิ่งพันธุ์ดี (Scion) จากต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะเด่นและตรงตามวัตถุประสงค์ โดยพิจารณาความสมบูรณ์ของกิ่ง อายุและระยะการเจริญเติบโต รวมถึงสุขภาพของกิ่ง

กิ่งพันธุ์ที่เหมาะสมควรมีลักษณะ

มาจากต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์
มีความแข็งแรงและสมบูรณ์
ไม่มีโรคและแมลงเข้าทำลาย
มีตาหรือส่วนเจริญที่สมบูรณ์
ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป
มีขนาดใกล้เคียงกับบริเวณที่จะนำมาทาบกับต้นตอ

การคัดเลือกกิ่งพันธุ์ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และการเชื่อมประสานของต้นตอกับกิ่งพันธุ์

4. ความรู้ด้านกายวิภาคพืชและเนื้อเยื่อเจริญ

มีความเข้าใจเกี่ยวกับ แคมเบียม (Vascular Cambium) หรือเนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเนื้อเยื่อท่อลำเลียงใหม่ของพืช

หลักการสำคัญของการทาบกิ่ง คือ การสร้างบาดแผลบริเวณต้นตอและกิ่งพันธุ์ แล้วนำบริเวณดังกล่าวมาประกบกัน โดยต้องจัดตำแหน่งให้ บริเวณเนื้อเยื่อเจริญของต้นตอและกิ่งพันธุ์สามารถสัมผัสกันได้อย่างเหมาะสม

เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม พืชจะเกิดกระบวนการตอบสนองต่อบาดแผล มีการสร้าง แคลลัส (Callus) และเกิดการเชื่อมประสานของเนื้อเยื่อ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การเชื่อมต่อของระบบท่อลำเลียง ได้แก่

ไซเล็ม (Xylem) ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ
โฟลเอ็ม (Phloem) ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและสารอินทรีย์

กระบวนการดังกล่าวทำให้ต้นตอและกิ่งพันธุ์สามารถดำรงชีวิตร่วมกันและพัฒนาเป็นต้นพันธุ์ใหม่ได้

5. ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการทาบกิ่ง

มีทักษะในการปฏิบัติงานอย่างประณีต โดยเฉพาะการใช้มีดขยายพันธุ์พืชให้เกิดบาดแผลที่ เรียบ สะอาด และเหมาะสม เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างต้นตอกับกิ่งพันธุ์

ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย

คัดเลือก → เตรียมต้นตอ → เตรียมกิ่งพันธุ์ → เปิดแผล → จัดแนวเนื้อเยื่อ → ประกบ → พันยึด → ควบคุมสภาพแวดล้อม → ตรวจสอบการเชื่อมติด → แยกต้นพันธุ์ → อนุบาล

ความชำนาญของผู้ปฏิบัติมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพของบาดแผล การจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อ และความแน่นของการพันยึด ซึ่งล้วนมีผลต่อการเชื่อมประสานของต้นตอและกิ่งพันธุ์

6. ความรู้ด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม

มีความสามารถในการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมในช่วงที่ต้นตอและกิ่งพันธุ์กำลังสร้างเนื้อเยื่อเชื่อมประสาน โดยให้ความสำคัญกับ

ความชื้น เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากบริเวณบาดแผล
อุณหภูมิ ที่เหมาะสมต่อกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อ
แสง โดยหลีกเลี่ยงสภาพที่มีแสงแดดจัดเกินไปในระยะเริ่มต้น
การระบายอากาศ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสะสมความชื้นและการเกิดเชื้อรา
สุขอนามัยของวัสดุและอุปกรณ์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อสาเหตุโรค

การจัดการปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดความเครียดของต้นพืชและสนับสนุนการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณรอยทาบ

7. ความสามารถในการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหา

สามารถประเมินสภาพรอยทาบและวิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลวได้จากลักษณะที่ปรากฏ เช่น

อาการที่พบ แนวทางวิเคราะห์
รอยทาบแห้ง ความชื้นไม่เพียงพอหรือกิ่งสูญเสียน้ำมาก
กิ่งพันธุ์เหี่ยว กิ่งพันธุ์ไม่สมบูรณ์หรือการลำเลียงน้ำยังไม่เชื่อมต่อ
รอยแผลเน่า ความชื้นสูงเกินไปหรือเกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์
รอยทาบไม่เชื่อม ตำแหน่งเนื้อเยื่อเจริญสัมผัสกันไม่เหมาะสม
กิ่งหลุดหรือเคลื่อน การพันยึดไม่แน่นเพียงพอ
ยอดเจริญช้า ต้นพันธุ์ยังมีระบบลำเลียงไม่สมบูรณ์หรือมีความเครียด

สามารถนำข้อมูลจากการสังเกตมาปรับปรุงวิธีปฏิบัติ เช่น การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม การปรับความชื้น การปรับวิธีพันยึด และการคัดเลือกต้นตอหรือกิ่งพันธุ์ให้มีคุณภาพมากขึ้น

8. การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาร่วมกับหลักวิชาการ
จุดเด่นของความเชี่ยวชาญ คือ การผสมผสานระหว่าง ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริงกับหลักวิชาการด้านการขยายพันธุ์พืช โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการทำให้กิ่งติดเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของต้นพันธุ์ในระยะยาว

การนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน **การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ (Vegetative Propagation)** ด้วยวิธี **การทาบกิ่ง (Approach Grafting)** มาประยุกต์ใช้ในการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนสำหรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง โดยบูรณาการหลักการด้าน **พันธุศาสตร์พืช กายวิภาคพืช สรีรวิทยาพืช และเทคนิคการขยายพันธุ์พืช** เข้ากับภูมิปัญญาและประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง

กระบวนการดังกล่าวมุ่งเน้นการคัดเลือก **ต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีและตรงตามพันธุ์** การคัดเลือกต้นตอที่มีระบบรากแข็งแรง การเลือกกิ่งพันธุ์ดีที่มีความสมบูรณ์ ตลอดจนการควบคุมขั้นตอนการทาบกิ่งให้เกิดการเชื่อมประสานของเนื้อเยื่อเจริญระหว่างต้นตอและกิ่งพันธุ์ จนสามารถพัฒนาเป็นต้นพันธุ์ที่มีความแข็งแรงและพร้อมสำหรับการนำไปปลูก

นอกจากการผลิตต้นพันธุ์เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนเองแล้ว ยังสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวไป **ถ่ายทอด สาธิต และฝึกปฏิบัติให้แก่เกษตรกร ผู้เรียน และผู้สนใจ** เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการขยายพันธุ์ทุเรียนได้ด้วยตนเอง และเป็นแนวทางในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มศักยภาพด้านการเกษตรของครัวเรือนและชุมชน

จุดเด่นและผลสัมฤทธิ์ของผลงาน
🌱 1. สามารถผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนจากพันธุ์ที่ต้องการได้

สามารถคัดเลือกกิ่งพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะเด่นและตรงตามความต้องการ แล้วนำมาขยายพันธุ์ด้วยวิธีการทาบกิ่ง ทำให้สามารถผลิตต้นพันธุ์เพื่อใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ โดยลดการพึ่งพาการจัดซื้อต้นพันธุ์จากภายนอก
🌳 2. รักษาลักษณะประจำพันธุ์ของต้นแม่พันธุ์

การใช้กิ่งพันธุ์จากต้นแม่ที่ผ่านการคัดเลือก ช่วยให้ต้นพันธุ์ที่ได้มีแนวโน้มคงลักษณะทางพันธุกรรมของต้นแม่พันธุ์ได้ดีกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ซึ่งมีโอกาสเกิดความแปรผันทางพันธุกรรมในรุ่นลูก

**ลักษณะที่ต้องการรักษา ได้แก่**

* ลักษณะประจำพันธุ์
* รูปทรงและการเจริญเติบโต
* คุณภาพและลักษณะของผล
* คุณภาพเนื้อ
* กลิ่นและรสชาติ
* ลักษณะการให้ผลผลิต

**ผลที่คาดหวัง:**
สามารถผลิตต้นพันธุ์ที่มีแหล่งที่มาชัดเจนและเหมาะสำหรับการนำไปปลูกเพื่อรักษาคุณลักษณะของพันธุ์ที่ต้องการ
💪 3. ได้ต้นพันธุ์ที่มีระบบรากและต้นตอแข็งแรง

การเลือกใช้ต้นตอที่มีระบบรากสมบูรณ์และแข็งแรง มีบทบาทต่อความสามารถในการดูดน้ำและธาตุอาหาร รวมถึงการเจริญเติบโตของต้นพันธุ์ในระยะต่อมา

การทาบกิ่งจึงเป็นการนำข้อดีของ **ต้นตอ (Rootstock)** และ **กิ่งพันธุ์ดี (Scion)** มาประสานกัน โดยต้นตอทำหน้าที่สนับสนุนระบบรากและการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ ขณะที่กิ่งพันธุ์ดีเป็นส่วนที่กำหนดลักษณะสำคัญของพันธุ์ที่ต้องการขยาย

**แนวคิดสำคัญ:**

> “ต้นตอดี + กิ่งพันธุ์ดี + การเชื่อมประสานที่สมบูรณ์ = ต้นพันธุ์คุณภาพ”

⏱️ 4. เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตต้นพันธุ์

การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนต้นพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีได้ โดยไม่ต้องรอให้ต้นที่เกิดจากเมล็ดเจริญเติบโตจนสามารถประเมินลักษณะประจำพันธุ์ได้

เมล็ดทุเรียนมีความแปรผันทางพันธุกรรมจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ดังนั้นต้นที่เกิดจากเมล็ดจึงอาจมีลักษณะแตกต่างจากต้นแม่พันธุ์ ในขณะที่การใช้กิ่งพันธุ์ดีจากต้นแม่ที่ผ่านการคัดเลือกช่วยให้การผลิตต้นพันธุ์มีความสม่ำเสมอในด้านลักษณะประจำพันธุ์มากกว่า

ผลเชิงประสิทธิภาพ:
ลดขั้นตอนการคัดเลือกต้นพันธุ์จากประชากรที่เกิดจากเมล็ด และเพิ่มความสามารถในการผลิตต้นพันธุ์ที่มีลักษณะตามเป้าหมาย

💰 5. ลดต้นทุนและเพิ่มการพึ่งพาตนเองด้านการผลิต

การสามารถขยายพันธุ์ทุเรียนได้ด้วยตนเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อต้นพันธุ์จากภายนอก โดยสามารถใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในพื้นที่หรือหาได้ง่ายในท้องถิ่น

**ต้นทุนที่มีโอกาสลดลง ได้แก่**

* ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อต้นพันธุ์
* ค่าใช้จ่ายในการขนส่งต้นพันธุ์
* ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัสดุสำหรับการขยายพันธุ์
* ต้นทุนจากการสูญเสียต้นพันธุ์ระหว่างการขนส่ง

♻️ 6. ใช้ทรัพยากรและวัสดุในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า

สามารถประยุกต์ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ โดยเน้นหลัก **การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดต้นทุนการผลิต**

องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถปรับให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยพิจารณาจากพันธุ์ทุเรียน สภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และศักยภาพของผู้ปฏิบัติ

📈 7. เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้

องค์ความรู้ด้านการทาบกิ่งสามารถพัฒนาจากการผลิตต้นพันธุ์เพื่อใช้ในครัวเรือน ไปสู่การผลิตต้นพันธุ์เพื่อจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนในชุมชนได้
ทั้งนี้ การผลิตเพื่อจำหน่ายควรให้ความสำคัญกับ **ความถูกต้องของสายพันธุ์ สุขภาพต้นพันธุ์ ความสมบูรณ์ของระบบราก และมาตรฐานด้านสุขอนามัยพืช** เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ

👩‍🌾 8. ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรและชุมชน

สามารถนำองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงมาพัฒนาเป็นกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้แนวทาง **Learning by Doing** ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริง

กระบวนการถ่ายทอดประกอบด้วย


แนวทางดังกล่าวช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้จาก **“ความรู้ของบุคคล” ให้เป็น “องค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดและนำไปใช้ได้จริงในชุมชน”**

“จากต้นแม่พันธุ์สู่ต้นพันธุ์คุณภาพ
จากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ
จากการพึ่งพาตนเองสู่การสร้างอาชีพ
และจากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน”**

จุดเด่นของผลงาน

🌱 ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนจากพันธุ์ที่ต้องการได้
🌳 ได้ต้นพันธุ์ที่มีลักษณะตรงตามต้นแม่พันธุ์
💪 ต้นทาบมีระบบรากจากต้นตอที่แข็งแรง
⏱️ ช่วยลดระยะเวลาในการขยายพันธุ์เมื่อเทียบกับการเพาะเมล็ดเพื่อรอให้ได้ต้นพันธุ์ตรงตามพันธุ์
💰 สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อต้นพันธุ์
♻️ สามารถใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่หาได้ในท้องถิ่น
👩‍🌾 สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้จากการผลิตต้นพันธุ์

🔧 เทคนิคและวิธีการทาบกิ่งทุเรียน
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมต้นตอ

เลือกต้นตอทุเรียนที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรคและแมลง ระบบรากดี และมีขนาดลำต้นเหมาะสมกับกิ่งพันธุ์

ขั้นตอนที่ 2 : คัดเลือกกิ่งพันธุ์ดี

เลือกกิ่งจากต้นทุเรียนพันธุ์ดีที่ต้องการขยายพันธุ์ กิ่งควรสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป และไม่มีโรคหรือแมลงทำลาย

ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมบริเวณทาบ

นำต้นตอและกิ่งพันธุ์มาอยู่ใกล้กัน เลือกตำแหน่งที่สามารถนำลำต้นหรือกิ่งมาสัมผัสกันได้พอดี

ขั้นตอนที่ 4 : ปาดแผล

ใช้มีดคมและสะอาดปาดเปลือกบริเวณที่จะทาบของทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ให้เป็นแผลเรียบ โดยระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลมากเกินไป

ขั้นตอนที่ 5 : ประกบต้นตอกับกิ่งพันธุ์

นำบริเวณแผลของต้นตอและกิ่งพันธุ์มาประกบกัน โดยให้ เนื้อเยื่อเจริญของทั้งสองส่วนสัมผัสกัน เพื่อให้เกิดการเชื่อมประสาน

ขั้นตอนที่ 6 : พันยึดบริเวณแผล

ใช้เทปพันกิ่งหรือวัสดุที่เหมาะสมพันบริเวณแผลให้แน่นพอดี ป้องกันไม่ให้แผลเคลื่อนหรือมีน้ำเข้าไปบริเวณรอยทาบ

ขั้นตอนที่ 7 : ดูแลหลังทาบกิ่ง

วางต้นทาบไว้ในบริเวณที่มีแสงรำไรและความชื้นเหมาะสม หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและการกระทบกระเทือนบริเวณรอยทาบ

ขั้นตอนที่ 8 : ตรวจสอบการเชื่อมติด

เมื่อกิ่งเริ่มเชื่อมประสานและมีการเจริญเติบโต สามารถทยอยตัดหรือแยกส่วนของกิ่งพันธุ์ออกจากต้นเดิมตามความเหมาะสม แล้วดูแลต้นทาบต่อจนแข็งแรงก่อนนำไปปลูก

เคล็ดลับสำคัญ: ความสะอาดของมีด ความเรียบของแผล และการจัดให้เนื้อเยื่อเจริญสัมผัสกันอย่างเหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการทาบกิ่ง

👩‍🏫 การถ่ายทอดองค์ความรู้

การถ่ายทอดความรู้เน้น “เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง” (Learning by Doing) ให้ผู้เรียนหรือผู้สนใจได้เห็นขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัสดุจนถึงการดูแลต้นทาบ

รูปแบบการถ่ายทอด

1. สาธิต

อธิบายหลักการขยายพันธุ์ทุเรียน
แนะนำอุปกรณ์และวัสดุ
สาธิตการเลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์
สาธิตการปาดแผล ประกบ และพันรอยทาบ

2. ฝึกปฏิบัติ
ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงเป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม โดยมีผู้ถ่ายทอดคอยแนะนำและแก้ไขข้อผิดพลาด

3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนปัญหา เทคนิค และประสบการณ์จากการขยายพันธุ์ทุเรียนในพื้นที่ของตนเอง

4. ติดตามผล
ติดตามการเปลี่ยนแปลงของรอยทาบ การแตกยอด และการเจริญเติบโตของต้นพันธุ์ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแล

5. ต่อยอดองค์ความรู้
ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในสวนของตนเอง ผลิตต้นพันธุ์ไว้ใช้ หรือพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นายมานิตย์ สุวรรณรัตน์ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ นายมานิตย์ สุวรรณรัตน์
1 ข้อใดอธิบายหลักการสำคัญของการทาบกิ่งทุเรียนได้ถูกต้องที่สุด
2 หากต้องการคัดเลือก ต้นตอ (Rootstock) สำหรับการทาบกิ่งทุเรียน ข้อใดมีความเหมาะสมมากที่สุด
3 เหตุใด เนื้อเยื่อเจริญ (Vascular Cambium) จึงมีความสำคัญต่อการทาบกิ่งทุเรียน
4 หลังจากทาบกิ่งแล้ว พบว่า รอยแผลบริเวณรอยทาบเริ่มเน่าและมีความชื้นสะสมมาก แนวทางใดเหมาะสมที่สุดตามหลักการดูแลกิ่งทาบ
5 เกษตรกรต้องการขยายพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีจากต้นแม่ที่มีลักษณะผลและคุณภาพตรงตามความต้องการ โดยต้องการรักษาลักษณะประจำพันธุ์ไว้ให้มากที่สุด วิธีใดเหมาะสมกับหลักการที่ศึกษา
6 ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่การทาบกิ่งสามารถช่วยรักษาลักษณะประจำพันธุ์ของทุเรียนได้ดีกว่าการเพาะเมล็ด
7 หากเกษตรกรต้องการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนที่มีคุณภาพ ปัจจัยใดมีความสำคัญมากที่สุดต่อการได้ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพตามแนวคิดของผลงาน
8 ข้อใดสะท้อน ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการพึ่งพาตนเอง จากการขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยตนเองได้เหมาะสมที่สุด
9 หากต้องการนำองค์ความรู้การทาบกิ่งไปถ่ายทอดให้เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถนำไปใช้ได้จริง แนวทางใดสอดคล้องกับหลัก Learning by Doing มากที่สุด
10 หากผู้ผลิตต้องการต่อยอดองค์ความรู้การทาบกิ่งไปสู่การผลิตต้นพันธุ์เพื่อจำหน่าย สิ่งใดควรให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ
11 ในการเริ่มต้นการทาบกิ่งทุเรียน ผู้ปฏิบัติควรเลือก ต้นตอ ในลักษณะใด
12 ข้อใดเป็นวิธีการ ปาดแผล ที่เหมาะสมในการทาบกิ่งทุเรียน
13 หลังจากเตรียมแผลบริเวณต้นตอและกิ่งพันธุ์แล้ว ขั้นตอนใดมีความสำคัญโดยตรงต่อการเริ่มต้น เชื่อมประสานของต้นตอกับกิ่งพันธุ์
14 หลังจากพันยึดบริเวณรอยทาบแล้ว การดูแลข้อใดเหมาะสมที่สุด
15 หากต้องการเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการทาบกิ่งทุเรียน ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่สอดคล้องกับ เคล็ดลับสำคัญ มากที่สุด
16 แนวทางการถ่ายทอดความรู้เรื่องการทาบกิ่งทุเรียนที่เน้น “เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by Doing)” มีเป้าหมายสำคัญที่สุดในข้อใด
17 ในการถ่ายทอดความรู้ ขั้นตอน “สาธิต” ควรดำเนินการอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
18 หากผู้เรียนลงมือทาบกิ่งแล้วเกิดข้อผิดพลาด ผู้ถ่ายทอดควรดำเนินการอย่างไรตามรูปแบบการ ฝึกปฏิบัติ
19 ข้อใดเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับขั้นตอน “ติดตามผล” หลังการทาบกิ่งทุเรียนมากที่สุด
20 ข้อใดแสดงถึงการ “ต่อยอดองค์ความรู้” จากการเรียนรู้การทาบกิ่งทุเรียนได้ชัดเจนที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ