1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

วัดโหละคล้า

แหล่งเรียนรู้: วัดโหละคล้า

รายละเอียดหลักสูตร

ศึกษาประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และบทบาทของวัดโหละคล้า ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ในฐานะศูนย์กลางทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน สำรวจและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สภาพแวดล้อม ศาสนวัตถุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และธรรมชาติรอบเทือกเขาบรรทัด
โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริง (Place-based Learning) การสืบเสาะหาความรู้ การลงพื้นที่สำรวจ (Field Trip) การสัมภาษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การสังเกตอย่างมีระบบ การรวบรวมข้อมูล และการทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการนำเสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความตระหนัก เห็นคุณค่า มีจิตสาธารณะ และตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันศาสนา เกิดความรักและความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ตลอดจนมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษา อนุรักษ์ และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ตามหลักการเชื่อมโยง "บ้าน วัด โรงเรียน" (บวร)

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

วัดโหละคล้า

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ประวัติความเป็นมาและการก่อตั้ง
• การสร้างวัด: วัดโหละคล้าสร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2420 (ตามบันทึกประวัติวัดในพื้นที่)
• ผู้ริเริ่ม: มีพระอธิการผอม เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการสร้างวัด พร้อมกับประชาชนในหมู่บ้านที่ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจ
• ด้านการศึกษา: ในอดีตวัดเคยมีโรงเรียนประถมศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่วัด เพื่อให้เด็กๆ ในชุมชนได้[A0-0]
ลำดับเจ้าอาวาส
วัดโหละคล้ามีพระภิกษุที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและรักษาการสืบมาหลายรูป อาทิ:
1. พระผอม
2. พระเอียด
3. พระบ้อง
4. พระแดง
5. พระรุ้ง
6. พระพร้อม
7. พระไข่
8. พระคล้าย
9. พระตั้ง
10. พระเหนียง (ช่วงปี พ.ศ. 2510-2522)
11. พระกล่อง จตุกวโร (รักษาการต่อมา) และในยุคต่อมามีพระอธิการอุดม สภาจาโร (หลวงดม) เป็นเจ้าอาวาส [1, 2]

1. ที่ตั้งและทำเลทางภูมิศาสตร์
ภูมิประเทศ: ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มใกล้กับเชิงเขาบรรทัด ทางทิศตะวันออกของอำเภอย่านตาขาว พื้นที่โดยรอบมีลักษณะเป็นที่ลุ่มชื้นแฉะในอดีต (เป็นที่มาของคำว่า "โหละ")

แหล่งน้ำธรรมชาติ: มีลำคลองสายธรรมชาติไหลผ่านในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งรับน้ำมาจากผืนป่าเทือกเขาบรรทัด (ส่งผลให้ในอดีตมีพืชตระกูล "ต้นคล้า" ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น)

2. สภาพแวดล้อมและนิเวศวิทยาโดยรอบ
ความร่มรื่นและพรรณไม้: พื้นที่ภายในวัดมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ทั้งไม้ยืนต้นดั้งเดิมและไม้มงคล มีการจัดสรรพื้นที่เขตร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการเรียนรู้ตามธรรมชาติ

บรรยากาศ: เป็นวัดในชนบทที่มีความสงบเงียบ แวดล้อมด้วยสวนยางพารา สวนผลไม้ และผืนป่าธรรมชาติของชุมชนตำบลโพรงจระเข้

3. การจัดวางพื้นที่และสิ่งก่อสร้าง (เสนาสนะ)
ขอบเขตพื้นที่: มีการแบ่งสรรพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน ได้แก่ เขตพุทธาวาส (พื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา) เขตสังฆาวาส (กุฏิที่พักสงฆ์) และพื้นที่ส่วนกลางสำหรับชุมชน

อาคารและศาสนสถาน:

อุโบสถ / ศาลาการเปรียญ: สถาปัตยกรรมเรียบง่ายตามรูปแบบวัดราษฎร์ภาคใต้ โครงสร้างมั่นคงเพื่อรองรับสภาพอากาศที่มีฝนตกชื้นตลอดปี

ลานกิจกรรมชุมชน: มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับรองรับประชาชนในตำบลโพรงจระเข้เข้ามาร่วมงานบุญ งานประเพณีประจำปี และใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมของโรงเรียนในท้องถิ่น

สถานที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์: มีอาคาร/ศาลาสำหรับประดิษฐานต้นตะเคียนทองโบราณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพบูชา

คุณค่าการเรียนรู้ของ "วัดโหละคล้า" (ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง) สามารถจำแนกออกเป็น 4 มิติสำคัญ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนี้ครับ

1. คุณค่าด้านศาสนาและจิตใจ (Spiritual & Moral Value)
ศูนย์รวมความศรัทธา: เป็นยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านในตำบลโพรงจระเข้ และเป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธีสำคัญ (เช่น วันสำคัญทางศาสนา งานบุญสารทเดือนสิบ งานทอดผ้าป่า/กฐิน)

กลไกปลูกฝังคุณธรรม: ใช้เป็นพื้นที่ฝึกอบรมจริยธรรม ให้ผู้เรียนและคนในชุมชนได้เรียนรู้หลักธรรม การฝึกสมาธิ การมีจิตสาธารณะ และการขัดเกลาจิตใจผ่านกิจกรรมทางศาสนา

2. คุณค่าด้านประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น (Historical & Local Wisdom Value)
สะท้อนเรื่องราวถิ่นฐาน: ที่มาของชื่อ "โหละคล้า" เป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่สะท้อนถึงสภาพดั้งเดิมของพื้นที่ (ที่ลุ่มน้ำท่วมขังและป่าต้นคล้า) ทำให้ผู้เรียนได้เชื่อมโยงชื่อสถานที่กับความเป็นมาของชุมชน

คติความเชื่อและมรดกทางวัฒนธรรม: การประดิษฐานโบราณวัตถุอย่าง "เจ้าพ่อตะเคียนทอง" สะท้อนถึงความเชื่อ ความศรัทธา และวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนภาคใต้ที่ผูกพันกับธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

3. คุณค่าด้านสังคมและการบำเพ็ญประโยชน์ (Social & Community Value - "บวร")
โมเดลความร่วมมือ (บ้าน-วัด-โรงเรียน): เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างชาวบ้าน โรงเรียน และหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนาสังคม

พื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต: เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก นักเรียน จนถึงผู้สูงอายุ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำกิจกรรมร่วมกัน และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น

4. คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติวิทยา (Environmental Value)
การเรียนรู้ระบบนิเวศเชิงเขาบรรทัด: ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใกล้น้ำตก คลองธรรมชาติ และแนวเทือกเขาบรรทัด วัดจึงเป็นแหล่งเรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ ศาสนสถาน และธรรมชาติอย่างเกื้อกูล

จิตสำนึกในการอนุรักษ์: บรรยากาศที่ร่มรื่นและสมบูรณ์ของวัดช่วยปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของป่าไม้ แหล่งน้ำ และตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นของตนเอง

กิจกรรมการเรียนรู้ของ "วัดโหละคล้า" (ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง) สามารถออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้งการลงพื้นที่จริง การสืบเสาะหาความรู้ และการปฏิบัติจริง โดยแบ่งตามกลุ่มกิจกรรมหลักดังนี้ครับ

1. กิจกรรมสืบเสาะประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาชนบท (Historical & Local Wisdom Exploration)
กิจกรรม "สืบรอยโหละคล้า": ผู้เรียนเดินสำรวจพื้นที่ภายในวัดและบริเวณรอบข้าง สังเกตลักษณะทางกายภาพที่มาของคำว่า "โหละ" (พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ) และศึกษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติติดแนวเทือกเขาบรรทัด

กิจกรรม "สัมภาษณ์ปราชญ์ชุมชน": สัมภาษณ์พระสงฆ์ ผู้นำชุมชน หรือผู้สูงอายุในหมู่บ้าน เกี่ยวกับประวัติการก่อตั้งวัด บทบาทของวัดในอดีต และเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับโบราณวัตถุ เช่น "เจ้าพ่อตะเคียนทอง"

กิจกรรม "ถอดรหัสศาลาและเสนาสนะ": ศึกษาเรียนรู้สถาปัตยกรรม ศาสนวัตถุ และการจัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่พุทธาวาส-สังฆาวาสของวัดราษฎร์ในชนบทภาคใต้

2. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และวิถีพุทธ (Moral & Cultural Practice)
กิจกรรม "สมาธิสร้างปัญญา": กิจกรรมสวดมนต์ ฟังธรรมเทศนา และฝึกปฏิบัติสมาธิอย่างง่าย ณ ศาลาปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจและสร้างความสงบภายใน

กิจกรรม "เรียนรู้วิถีบุญท้องถิ่น": เข้าร่วมและศึกษากระบวนการจัดงานประเพณีทางศาสนา เช่น งานสารทเดือนสิบ งานตักบาตรเทโว งานทอดผ้าป่า/กฐินสามัคคี เพื่อเข้าใจวิถีชีวิตและความศรัทธาของคนในท้องถิ่น

กิจกรรม "จิตอาสาพัฒนาวัด (บวร สัมพันธ์)": ร่วมมือกันทำความสะอาด ลานวัด การดูแลกุฏิ หรือกวาดใบไม้ เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงศาสนสถาน

3. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และอนุรักษ์ธรรมชาติ (Environmental Learning & Stewardship)
กิจกรรม "สำรวจพรรณไม้และแหล่งน้ำ": เรียนรู้ชนิดของพรรณไม้ท้องถิ่นภายในวัดและพืชตระกูล "ต้นคล้า" รวมถึงการสังเกตระบบนิเวศของลำคลองธรรมชาติที่ไหลผ่านใกล้บริเวณวัด

กิจกรรม "วัดร่มรื่น ชุมชนยั่งยืน": ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ หรือคัดแยกขยะภายในวัด เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในแหล่งเรียนรู้ชุมชน

แนวทางการอนุรักษ์และการพัฒนา วัดโหละคล้า (ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง) สามารถดำเนินงานได้ภายใต้หลักการบูรณาการความร่วมมือแบบ "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน/ราชการ) เพื่อรักษาคุณค่าทางจิตใจ สภาพแวดล้อม และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยแบ่งแนวทางออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้ครับ

1. ด้านการอนุรักษ์ (Preservation & Conservation)
การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและความเชื่อท้องถิ่น:

ดูแลและจัดแสดงสิ่งศักดิ์สิทธิ์: รักษาสภาพโบราณวัตถุและสิ่งที่ชาวบ้านเคารพบูชา เช่น "เจ้าพ่อตะเคียนทอง" โดยสร้างอาคารหรือศาลาคุ้มแดดคุ้มฝนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ พร้อมป้ายอธิบายประวัติความเป็นมาอย่างชัดเจน

สืบสานงานประเพณีและวิถีพุทธ: อนุรักษ์งานบุญประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่น เช่น ประเพณีสารทเดือนสิบ งานตักบาตรเทโว และพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อไม่ให้เลือนหายไปตามยุคสมัย

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม:

ฟื้นฟูระบบนิเวศดั้งเดิม: อนุรักษ์และปลูกพืชท้องถิ่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะ "ต้นคล้า" และไม้น้ำบริเวณริมลำคลอง เพื่อรักษาสัญลักษณ์และที่มาของชื่อ "โหละคล้า"

รักษาความร่มรื่นและเขตอนุรักษ์ป่า: อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่และผืนป่าเชิงเขาบรรทัดในบริเวณวัด ให้เป็นเขตอภัยทานและแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติวิทยา

การบันทึกและจัดการความรู้ท้องถิ่น:

จัดทำคลังข้อมูลภูมิปัญญา: รวบรวมคำบอกเล่า ประวัติการก่อตั้งวัด และเรื่องเล่าปราชญ์ชาวบ้านจัดทำเป็นเอกสาร แผ่นพับ หรือสื่อดิจิทัล เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์บอกเล่า (Oral History) สูญหาย

2. ด้านการพัฒนา (Development & Innovation)
การพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศและวัฒนธรรม (Cultural & Eco-Learning Hub):

จัดทำฐานการเรียนรู้และป้ายนิเทศ: พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติและวัฒนธรรมภายในวัด พร้อมป้ายข้อมูล (หรือ QR Code) แนะนำจุดสำคัญ เช่น ประวัติวัด สภาพภูมิศาสตร์ และชนิดพรรณไม้

ปรับปรุงศูนย์เรียนรู้ชุมชน: จัดสรรพื้นที่ศาลาการเปรียญหรืออาคารโปร่งให้เป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับนักเรียนและประชาชนที่มาศึกษาดูงาน

การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการยั่งยืน:

โครงการวัดสะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย (Green Temple): บริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ มีจุดแยกขยะ และการดูแลสุขอนามัยในพื้นที่เสนาสนะ

ปรับปรุงภูมิทัศน์และอารยสถาปัตย์: พัฒนาทางเดิน ราวจับ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และพุทธศาสนิกชนสามารถเข้าถึงพื้นที่พิธีกรรมได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Community Engagement):

ดึงเยาวชนร่วมพัฒนา: ดึงโรงเรียนในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้ให้นำนักเรียนเข้ามาทำกิจกรรมจิตอาสา ไกด์เด็กเล่าประวัติวัด และมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงวัด

ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ: เชื่อมโยงวัดโหละคล้าเข้ากับเส้นท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น น้ำตกวังหินลาด และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศรอบเทือกเขาบรรทัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

วัดโหละคล้า (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ วัดโหละคล้า
1 วัดโหละคล้า ตั้งอยู่ที่ตำบลและอำเภอใดของจังหวัดตรัง
2 คำว่า โหละ ในภาษาถิ่นใต้ มีความหมายตรงกับข้อใด
3 ข้อใดคือที่มาของการตั้งชื่อ "วัดโหละคล้า"
4 สภาพภูมิประเทศของวัดโหละคล้า มีลักษณะเด่นอย่างไร
5 วัดโหละคล้าสังกัดคณะสงฆ์นิกายใด และจัดเป็นวัดประเภทใด
6 สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือโบราณวัตถุสำคัญที่ชาวบ้านเคารพศรัทธาและประดิษฐาน ณ วัดโหละคล้า คือข้อใด
7 โมเดลความร่วมมือ "บวร" ที่วัดโหละคล้าใช้ในการพัฒนาชุมชน ย่อมาจากคำว่าอะไร
8 การใช้วัดโหละคล้าเป็นแหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ใดมากที่สุด
9 ข้อใด **ไม่ใช่** คุณค่าการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นของวัดโหละคล้า
10 หากต้องการศึกษาบทบาทของวัดโหละคล้าในฐานะศูนย์รวมจิตใจ ควรสังเกตจากกิจกรรมใด
11 กิจกรรมการเรียนรู้ "สืบรอยโหละคล้า" เหมาะสมกับการฝึกทักษะใดของผู้เรียนมากที่สุด
12 ขั้นตอนแรกของโมเดลการจัดกิจกรรมลงพื้นที่ (4Es Model) ในการศึกษาวัดโหละคล้า คือข้อใด
13 การปลูก "ต้นคล้า" เพิ่มเติมบริเวณพื้นที่ชื้นแฉะริมคลองภายในวัด จัดเป็นการอนุรักษ์ในมิติใด
14 ข้อใดเป็นแนวทางการอนุรักษ์โบราณวัตถุ "เจ้าพ่อตะเคียนทอง" ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
15 หากวัดโหละคล้าต้องการพัฒนาเป็น "วัดสะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย (Green Temple)" ข้อใดคือการดำเนินงานที่เหมาะสมที่สุด
16 แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติใดในอำเภอย่านตาขาว ที่สามารถเชื่อมโยงเส้นทางศึกษาร่วมกับวัดโหละคล้าได้
17 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ด้านเจตคติ (Attitude) ที่คาดหวังจากการให้นักเรียนศึกษาวัดโหละคล้า
18 การจัดทำป้าย QR Code ติดไว้ตามจุดสำคัญภายในวัดโหละคล้า มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
19 การปรับปรุงพื้นที่วัดโดยคำนึงถึง "อารยสถาปัตย์" มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้มาใช้วิการ
20 นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในการสืบสานและพัฒนาวัดโหละคล้าได้อย่างไรในชีวิตประจำวัน
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ