1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

วัดโหละคล้า

แหล่งเรียนรู้: วัดลำไห

รายละเอียดหลักสูตร

ศึกษาและสืบค้นประวัติความเป็นมา สภาพภูมิศาสตร์ และบริบททางสังคมของ วัดลำไห ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ในฐานะศูนย์รวมจิตใจและศาสนสถานสำคัญของชุมชน ศึกษาเสนาสนะ ปูชนียวัตถุ หลักธรรมคำสอน และประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การทำบุญประเพณี และการอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน (เช่น คณะกลองยาวศิษย์วัดลำไห)

โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Active Learning) ผ่านวิธีการทางประวัติศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การสำรวจพื้นที่ การสัมภาษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น/พระสงฆ์ การรวบรวมข้อมูล และการบันทึกจัดทำสารสนเทศ

เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของศาสนสถานในฐานะแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น มีคุณธรรม จริยธรรม นำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต และมีจิตสาธารณะในการร่วมอนุรักษ์พัฒนาชุมชนของตนเอง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

วัดโหละคล้า

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

วัดลำไห ตั้งอยู่เลขที่ ๗๙ บ้านลำไห หมู่ที่ ๓ ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีทิ่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๓ งาน ๖๗ ตารางวา มีที่ธรณีสงฆ์ ๑ แปลง เนื้อที่ ๖ ไร่ ๑ งาน ๘๑ ตารางวา พื้นที่ตั้งวัดเป็นทิ่ราบสูง อยู่ริมคลองลำพิกุล หน้าวัดอยู่ทางทิศตะวันออกติดต่อกับถนนใหญ่ ปูชนียวัตถุมีพระประธานอยู่องค์หนึ่ง วัดลำไห สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๖๐ เดิมมีนามว่า“ วัดคลำไห เล่าสืบ ๆ กันมาว่า มีลำห้วยทิ่ไหลไปบรรจบกับคลองใหญ่ ที่ปากห้วยมีวังน้ำลึกและมีไหจมอยู่ลูกหนึ่ง ผู้คนมักจะดำน้ำลงไปคลำไหแสดงถึงความสามารถ จึงได้ เรียกชื่อวังน้ำและหมู่บ้านว่า“คลำไห” ต่อมาเรียกเป็น“ ลำไห” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร เจ้าอาวาสรูปแรกคือ พระลง กมพโล ปัจจุบันมีพระเกลื่อน สุวณโณ เป็นเจ้าอาวาส ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒

ลักษณะทางกายภาพของ วัดลำไห (ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 3 ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง) สามารถแบ่งออกเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อใช้ในการศึกษาเรียนรู้ได้ดังนี้:1. ทำเลที่ตั้งและสภาพภูมิประเทศลักษณะพื้นที่: ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบใกล้แนวเทือกเขาบรรทัด สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์ ห้อมล้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรม สวนยางพารา และสวนผลไม้ของชาวบ้านทางน้ำธรรมชาติ: ตั้งอยู่ใกล้กับลำห้วย/ลำคลองในเขตตำบลโพรงจระเข้ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ลำไห" ทำให้พื้นที่วัดมีความชุ่มชื้นและมีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่ร่มรื่นการคมนาคม: เชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคมทางบกภายในหมู่บ้านและตำบลโพรงจระเข้ เข้าถึงได้สะดวกโดยรถยนต์2. การจัดสรรพื้นที่ภายในวัด (เขตพุทธาวาสและสังฆาวาส)เขตพุทธาวาส (พื้นที่ประกอบศาสนพิธี):อุโบสถ / ศาลาการเปรียญ: เป็นอาคารปูนทรงไทยประยุกต์ หลังคาทรงจั่วลดชั้น ตกแต่งด้วยช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ตามแบบศิลปกรรมไทยภาคใต้ประธานและจิตรกรรม: ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานพระประธาน และมีการตกแต่งฝาผนังด้วยภาพจิตรกรรมพุทธประวัติหรือลายไทยอย่างสวยงามเขตสังฆาวาส (พื้นที่ที่อยู่อาศัยของสงฆ์):กุฏิสงฆ์: เป็นอาคารที่พักอาศัยของพระภิกษุและสามเณร จัดวางอย่างเป็นระเบียบในมุมที่สงบเงียบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเขตจัดกิจกรรมชุมชน:ลานวัด / ศาลาอเนกประสงค์: พื้นที่กว้างขวางสำหรับรองรับประชาชนในการทำบุญประเพณี งานกฐิน งานลากพระ (เรือพระ) รวมถึงใช้เป็นพื้นที่ฝึกซ้อมกิจกรรมวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น คณะกลองยาว3. สภาพแวดล้อมและบรรยากาศโดยรวมพื้นที่สีเขียว: มีการปลูกไม้ประดับ ไม้ให้ร่มเงา และพืชพรรณท้องถิ่นรอบบริเวณวัด ช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบร่มเย็น เหมาะแก่การเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนความเป็นระเบียบเรียบร้อย: มีการแบ่งสัดส่วนระหว่างพื้นที่ประกอบพิธีกรรม พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ และพื้นที่ส่วนตัวของพระสงฆ์ไว้อย่างชัดเจน

คุณค่าด้านการเรียนรู้ของ วัดลำไห สามารถวิเคราะห์และสรุปออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนตำบลโพรงจระเข้ ดังนี้:

1. คุณค่าด้านศาสนา จริยธรรม และการพัฒนาจิตใจ
ศูนย์กลางแห่งธรรม: เป็นสถานที่อบรมสั่งสอนหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ ดีงามให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่น

พื้นที่ฝึกปฏิบัติจิตภาวนา: สภาพแวดล้อมที่สงบร่มเย็นเอื้อต่อการเรียนรู้เรื่องการฝึกสมาธิ การเจริญสติ และการขัดเกลาจิตใจให้สงบและเห็นคุณค่าของการเว้นจากการทำบาป

2. คุณค่าด้านประวัติศาสตร์และสังคมศาสตร์ท้องถิ่น
ห้องเรียนประวัติศาสตร์ชุมชน: เป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐาน วิถีชีวิต และพัฒนาการของชุมชนรอบลำน้ำลำไห (ตำบลโพรงจระเข้) ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ศูนย์รวมความมั่งคั่งทางสังคม (Social Capital): เป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างคนในชุมชน ผ่านการร่วมมือกันจัดงานบุญ ประเพณี และกิจกรรมจิตอาสาทำนุบำรุงวัด

3. คุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
แหล่งสืบสานสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์: เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมไทยภาคใต้ งานปูนปั้น ลายไทย และปูชนียวัตถุภายในวัด

ศูนย์อนุรักษ์ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน: เป็นแหล่งส่งเสริมและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น คณะกลองยาวศิษย์วัดลำไห รวมถึงประเพณีสำคัญของภาคใต้ เช่น ประเพณีลากพระ (เรือพระ) และงานสารทเดือนสิบ

4. คุณค่าด้านกระบวนการเรียนรู้และทักษะชีวิต (Learning Skills)
ฐานการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Active Learning): ช่วยเปลี่ยนการเรียนรู้แบบท่องจำในห้องเรียนมาเป็นการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการสังเกต การสัมภาษณ์พระสงฆ์/ภูมิปัญญา และการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นที่จริง

จิตสำนึกรักบ้านเกิด: การได้เรียนรู้และสัมผัสความสำคัญของวัดในท้องถิ่นตนเอง จะช่วยสร้างความตระหนัก ความภาคภูมิใจ และความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาและพัฒนาชุมชนตนเองอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ณ วัดลำไห สามารถออกแบบตามแนวทางการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติจริงผ่านฐานกิจกรรมต่างๆ ดังนี้:1ฐานที่ 1: รอยอดีตโพรงจระเข้ (ประวัติศาสตร์และกายภาพ):ระยะเวลาประมาณ 30 นาทีกิจกรรม: เดินสำรวจพื้นที่กายภาพรอบวัด สังเกตสิ่งปลูกสร้าง ลำห้วยลำไห และป้ายประวัติสิ่งที่ผู้เรียนทำ: บันทึกข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง สภาพแวดล้อม วาดแผนผังอย่างง่ายของวัด และสัมภาษณ์พระสงฆ์/ผู้นำชุมชนเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและการตั้งชื่อ "วัดลำไห"2ฐานที่ 2: พุทธศิลป์และสถาปัตยกรรม (ศิลปะและพุทธศาสนา):ระยะเวลาประมาณ 45 นาทีกิจกรรม: พินิจพิจารณาสถาปัตยกรรมอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และลายไทยปูนปั้นสิ่งที่ผู้เรียนทำ: ถอดรหัสภาพจิตรกรรมฝาผนังหรือลายปูนปั้น ฝึกทักษะการสเกตช์ภาพ (Drawing) องค์ประกอบทางศิลปกรรมที่ประทับใจ พร้อมสรุปเรื่องราวพุทธประวัติที่ค้นพบ3ฐานที่ 3: จังหวะชีวิต ภูมิปัญญาพื้นบ้าน เรือพระ กลองยาว (ดนตรีและประเพณี):ระยะเวลาประมาณ 45 นาทีกิจกรรม: เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแสดงพื้นบ้าน เช่น คณะกลองยาวศิษย์วัดลำไห หรือการทำเรือพระสิ่งที่ผู้เรียนทำ: ทดลองฝึกเคาะจังหวะกลองยาวเบื้องต้น สัมภาษณ์ปู่ย่าตาขยายามมาช่วยงานวัด และบันทึกขั้นตอนการเตรียมงานบุญประเพณีท้องถิ่น4ฐานที่ 4: ธรรมะในชีวิตจริงและจิตสาธารณะ (คุณธรรมและจิตอาสา):ระยะเวลาประมาณ 30 นาทีกิจกรรม: กิจกรรมสนทนาธรรมเบื้องต้นและการทำประโยชน์เพื่อศาสนสถานสิ่งที่ผู้เรียนทำ: กราบนิมนต์พระสงฆ์เทศนาสั้นๆ เรื่องหลักธรรมกับการดำเนินชีวิต ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น กวาดลานวัด หรือจัดเก็บสิ่งของในศาลา เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะ

1. การอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ศาสนวัตถุ และสภาพแวดล้อม
การดูแลรักษาอาคารและศาสนสถาน: บำรุงรักษาอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และเสนาสนะให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงปลอดภัย โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทยภาคใต้

การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ธรรมชาติ: ดูแลรักษาความสะอาดและเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบบริเวณวัด รวมถึงการอนุรักษ์ลำน้ำ/ลำห้วยลำไหที่ไหลผ่าน เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ร่มรื่นและสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

2. การสืบสานภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
ส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน: สนับสนุนและฟื้นฟู คณะกลองยาวศิษย์วัดลำไห ให้มีการถ่ายทอดจังหวะและการแสดงแก่เยาวชนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้สูญหาย

การสืบทอดประเพณีท้องถิ่น: อนุรักษ์และจัดงานบุญประเพณีสำคัญ เช่น งานลากพระ (เรือพระ) งานสารทเดือนสิบ และงานกฐินสามัคคี โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีบทบาทในขั้นตอนการเตรียมงาน

3. การพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต (Learning Center)
จัดทำสื่อและระบบสารสนเทศ: ทำป้ายคำอธิบายประวัติศาสตร์ ป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับศาสนวัตถุ หรือจัดทำคิวอาร์โค้ด (QR Code) สแกนอ่านประวัติและข้อมูลของวัดลำไหสำหรับนักท่องเที่ยวและนักเรียน

เชื่อมโยงหลักสูตรท้องถิ่นกับโรงเรียน: ร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว นำนักเรียนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ผ่านกิจกรรมฐานการเรียนรู้ การทำจิตอาสา และการฝึกปฏิบัติธรรม

4. การสร้างเครือข่ายและความยั่งยืนในชุมชน
บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม: ตั้งคณะกรรมการวัดที่มาจากตัวแทนพระสงฆ์ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านตำบลโพรงจระเข้ เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตรวจสอบการดำเนินงาน

การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน: เชื่อมโยงวัดลำไหเข้ากับเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ/วิถีชุมชนของตำบลโพรงจระเข้ (เช่น เส้นทางเที่ยวเทือกเขาบรรทัด/น้ำตก) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนควบคู่ไปกับการเผยแพร่วัฒนธรรม
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

วัดโหละคล้า (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ วัดโหละคล้า
1 วัดลำไห ตั้งอยู่ในพื้นที่ใดของจังหวัดตรัง
2 ข้อใดคือที่มาหลักของชื่อ "วัดลำไห" ตามสภาพภูมิศาสตร์ท้องถิ่น
3 วัดลำไหสังกัดคณะสงฆ์นิกายใด และมีสถานภาพเป็นวัดประเภทใด
4 ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดในการจัดกิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้วัดลำไหสำหรับนักเรียน
5 คณะศิลปะการแสดงพื้นบ้านใดที่มีชื่อเสียงและได้รับการส่งเสริมอนุรักษ์ ณ วัดลำไห
6 ข้อใดเป็นลักษณะภูมิประเทศโดยรอบของวัดลำไห
7 พื้นที่ภายในวัดส่วนใดที่ใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น อุโบสถ และศาลาการเปรียญ
8 งานประเพณีสำคัญทางภาคใต้ข้อใดที่วัดลำไหและชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
9 ในการออกแบบคำอธิบายหลักสูตรท้องถิ่นวัดลำไห ผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) มุ่งเน้นเรื่องใด
10 การจัดฐานการเรียนรู้ "รอยอดีตโพรงจระเข้" มุ่งเน้นการเรียนรู้ในเรื่องใดเป็นหลัก
11 กิจกรรมในฐานการเรียนรู้ใดที่ส่งเสริมการฝึกสมาธิและการมีจิตสาธารณะของนักเรียน
12 การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยภาคใต้ภายในวัดลำไหควรดำเนินตามแนวทางใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
13 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการพัฒนาวัดลำไหเป็นแหล่งเรียนรู้ตรงกับข้อใด
14 หลักการบริหารจัดการวัดแบบมีส่วนร่วมที่เรียกว่า "บวร" ประกอบด้วยองค์กรใดบ้าง
15 ข้อใดเป็นคุณค่าด้านสังคมศาสตร์และทุนทางสังคม (Social Capital) ของวัดลำไห
16 ในการศึกษาสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์วัดลำไห นักเรียนจะสามารถสังเกตศิลปะไทยภาคใต้ได้จากสิ่งใด
17 การนำนักเรียนเข้าศึกษาแหล่งเรียนรู้วัดลำไหจัดเป็นการเรียนรู้รูปแบบใด
18 ข้อใดเป็นแนวทางการเชื่อมโยงวัดลำไหกับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
19 หากนักเรียนต้องการเก็บข้อมูลประวัติความเป็นมาของวัดลำไหในอดีต วิธีการใดเหมาะสมที่สุด
20 เป้าหมายสูงสุดของการปลูกฝังการศึกษาแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นวัดลำไหแก่เยาวชนคืออะไร
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ