1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

นางบุญพา กุศลรักษ์

แหล่งเรียนรู้: นางบุญพา กุศลรักษ์

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรการทำขนมคล้องใจ จำนวน 5 ชั่วโมง จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ควบคู่กับการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญของขนมคล้องใจ การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ขั้นตอนและเทคนิคการทำ การขึ้นรูป การนึ่ง การจัดเตรียมและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการดูแลรักษาวัตถุดิบและอุปกรณ์อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ หลักสูตรยังมุ่งพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการอาชีพ ได้แก่ การคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย การจัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย การวางแผนการจำหน่าย และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประกอบอาชีพ พัฒนาอาชีพเดิม หรือสร้างรายได้เสริมให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

หลักสูตรมีระยะเวลาเรียนทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และสามารถนำไปใช้ได้จริง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

นางบุญพา กุศลรักษ์

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

การทำขนมคล้องใจ

ขนมคล้องใจเป็นขนมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นขนมที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในชุมชน คำว่า “คล้องใจ” สื่อถึงความรัก ความผูกพัน ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชน ขนมชนิดนี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านอาหารเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของชุมชนเกาะสุกร

ขนมคล้องใจนิยมทำในโอกาสพิเศษ เช่น งานบุญ งานประเพณี และการต้อนรับแขกผู้มาเยือน การทำขนมจึงเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของคนในครอบครัวและชุมชนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันขนมคล้องใจสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้ โดยสามารถพัฒนาเป็นของฝาก ของที่ระลึก หรือผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมการประกอบอาชีพ

การทำขนมคล้องใจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีความสดใหม่ วัตถุดิบพื้นฐานที่ใช้ประกอบด้วยแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวขูด กะทิ เกลือเล็กน้อย และน้ำสะอาด ทั้งนี้สูตรและสัดส่วนของวัตถุดิบสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสูตรและภูมิปัญญาของแต่ละครัวเรือนหรือผู้ทำขนมในชุมชน การเลือกวัตถุดิบที่ดีจะช่วยให้ขนมมีคุณภาพ มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เหมาะสม โดยเฉพาะมะพร้าวควรเลือกใช้มะพร้าวสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหืน ส่วนกะทิควรใช้กะทิที่สดใหม่เพื่อช่วยเพิ่มความหอมและความอร่อยให้กับขนม
ก่อนการทำขนมควรเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อมและตรวจสอบความสะอาด อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ กะละมังสำหรับผสม หม้อนึ่ง เตาแก๊ส พิมพ์หรืออุปกรณ์สำหรับขึ้นรูป ทัพพี ช้อน และภาชนะสำหรับใส่ขนม การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมจะช่วยให้การทำขนมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและลดความผิดพลาดระหว่างการผลิต นอกจากนี้ผู้ทำขนมควรดูแลรักษาอุปกรณ์ให้สะอาด ล้างอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้งาน เช็ดให้แห้ง และจัดเก็บในบริเวณที่เหมาะสม
ขั้นตอนการทำขนมคล้องใจเริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบให้ครบถ้วนและตรวจสอบความสะอาด จากนั้นนำแป้ง น้ำตาล กะทิ และส่วนผสมอื่น ๆ มาผสมให้เข้ากัน โดยค่อย ๆ เติมกะทิและน้ำตามความเหมาะสม คนหรือนวดส่วนผสมจนได้เนื้อแป้งที่เนียนและไม่จับตัวเป็นก้อน ความข้นของส่วนผสมควรมีความเหมาะสม ไม่เหลวจนเกินไปและไม่แข็งจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการขึ้นรูปและคุณภาพของขนม

เมื่อเตรียมส่วนผสมได้ที่แล้ว จึงนำมาขึ้นรูปเป็นลักษณะคล้องหรือรูปทรงตามเอกลักษณ์ของขนมคล้องใจ การขึ้นรูปควรทำให้มีขนาดและลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ขนมมีความสวยงามและสุกอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นนำขนมที่ขึ้นรูปแล้วไปนึ่งจนสุก โดยใช้ไฟในระดับที่เหมาะสมและไม่ควรเปิดฝาหม้อนึ่งบ่อยเกินไป เมื่อขนมสุกแล้วควรพักให้เย็นก่อนนำไปจัดเสิร์ฟหรือบรรจุในภาชนะสำหรับจำหน่าย

การทำขนมคล้องใจให้มีคุณภาพจำเป็นต้องอาศัยความรู้และเทคนิคในการควบคุมกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การผสมแป้ง การขึ้นรูป และการนึ่ง การผสมแป้งควรค่อย ๆ เติมกะทิและน้ำ เพื่อให้สามารถควบคุมความข้นของส่วนผสมได้ง่าย และควรคนหรือนวดจนเนื้อแป้งเนียน ไม่จับตัวเป็นก้อน ส่วนการนึ่งควรใช้ไฟปานกลางและไม่เปิดฝาหม้อบ่อยเกินไป เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในหม้อนึ่งและช่วยให้ขนมสุกได้อย่างเหมาะสม

นอกจากรสชาติและคุณภาพของขนมแล้ว สุขลักษณะในการประกอบอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ทำขนมควรล้างมือก่อนและหลังการทำอาหาร สวมหมวกคลุมผมและผ้ากันเปื้อน ใช้ภาชนะและอุปกรณ์ที่สะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดบริเวณประกอบอาหาร เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและการปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

เมื่อทำขนมเสร็จแล้ว การจัดเตรียมและบรรจุภัณฑ์ถือเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญ โดยควรเลือกภาชนะที่สะอาด เหมาะสม และสามารถช่วยรักษาคุณภาพของขนมได้ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามและสะอาดจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อนำไปจำหน่ายเป็นของฝากหรือของที่ระลึก นอกจากนี้ควรติดฉลากแสดงชื่อสินค้าและวันผลิตตามความเหมาะสม และสามารถสร้างจุดเด่นให้กับสินค้าโดยนำเรื่องราวและอัตลักษณ์ของเกาะสุกรมาใช้ประกอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์

การเก็บรักษาวัตถุดิบและขนมก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบอาชีพควรให้ความสำคัญ กะทิที่ยังไม่ได้ใช้ควรเก็บไว้ในตู้เย็น แป้งควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท มะพร้าวควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว และควรตรวจสอบวันหมดอายุของวัตถุดิบก่อนนำมาใช้ สำหรับขนมที่ทำเสร็จแล้วควรเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด และหากมีส่วนผสมของกะทิควรเก็บในตู้เย็น โดยไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1–2 วันตามเนื้อหาในหลักสูตร

การทำขนมคล้องใจสามารถพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพได้ ผู้เรียนจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนการผลิต โดยต้นทุนไม่ได้ประกอบด้วยเฉพาะค่าวัตถุดิบเท่านั้น แต่ควรรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าแก๊สหรือเชื้อเพลิง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงตนเอง และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด การคำนวณต้นทุนที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดราคาขายได้อย่างเหมาะสมและทราบถึงกำไรที่แท้จริงของการผลิต

การกำหนดราคาขายควรพิจารณาจากต้นทุนการผลิตและกำไรที่ต้องการ โดยสามารถคำนวณต้นทุนต่อหน่วยจากต้นทุนรวมทั้งหมดหารด้วยจำนวนขนมที่ผลิตได้ จากนั้นนำต้นทุนต่อหน่วยมาพิจารณาร่วมกับกำไรที่ต้องการเพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรจัดทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร และขาดทุน รวมทั้งนำข้อมูลไปใช้วางแผนและพัฒนาอาชีพได้อย่างเหมาะสม

การเพิ่มมูลค่าขนมคล้องใจสามารถดำเนินการได้หลายแนวทาง เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม การนำเรื่องราวของขนมและชุมชนมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ การสร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ และการรักษามาตรฐานของรสชาติและคุณภาพให้คงที่ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าสนใจและความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภค

ดังนั้น การเรียนรู้การทำขนมคล้องใจจึงไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการทำขนมให้รับประทานได้เท่านั้น แต่ยังมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และแนวทางในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นอาชีพ สามารถคำนวณต้นทุน วางแผนการจำหน่าย พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้ ขณะเดียวกันยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาการทำขนมคล้องใจของตำบลเกาะสุกรให้คงอยู่และสามารถถ่ายทอดไปยังคนรุ่นต่อไปได้

ความเชี่ยวชาญของวิทยากร

วิทยากรมีความรู้และประสบการณ์ด้านการทำขนมคล้องใจ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลเกาะสุกร สามารถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเลือกวัตถุดิบ การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ การผสมและขึ้นรูปขนม การนึ่ง ตลอดจนเทคนิคการทำขนมให้มีรสชาติและคุณภาพที่เหมาะสม

นอกจากนี้ วิทยากรมีความสามารถในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและสาธิตการทำขนมคล้องใจให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตามได้จริง รวมถึงให้คำแนะนำด้านการตกแต่งและบรรจุภัณฑ์ การคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย และแนวทางการนำขนมคล้องใจไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้และประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม

ด้านความเชี่ยวชาญหลัก

การทำขนมคล้องใจตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
การเลือกและเตรียมวัตถุดิบ
เทคนิคการผสม ขึ้นรูป และนึ่งขนม
การควบคุมคุณภาพและสุขลักษณะในการทำขนม
การตกแต่งและออกแบบบรรจุภัณฑ์
การคำนวณต้นทุนและกำหนดราคาขาย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้
การถ่ายทอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ผลงานที่โดดเด่นของวิทยากร
เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำ ขนมคล้องใจ ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลเกาะสุกร
มีส่วนในการ อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาการทำขนมคล้องใจ ให้แก่คนในชุมชนและผู้ที่สนใจ
สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และ สาธิตขั้นตอนการทำขนมคล้องใจ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การผสม การขึ้นรูป และการนึ่ง
มีความสามารถในการถ่ายทอด เทคนิคการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับขนมพื้นบ้าน
สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย และการนำขนมไปประกอบอาชีพ
เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่ช่วยส่งเสริมให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถนำไป สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชน

เนื้อหานี้สอดคล้องกับหลักสูตรที่ระบุให้วิทยากรสาธิตการทำขนม ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ แนะนำการคำนวณราคา และการออกแบบบรรจุภัณฑ์

เทคนิคและวิธีการทำขนมคล้องใจ

1. การเตรียมวัตถุดิบ
เตรียมวัตถุดิบให้ครบถ้วน ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวขูด กะทิ เกลือ และน้ำสะอาด โดยควรเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ สะอาด และมีคุณภาพ โดยเฉพาะมะพร้าวควรเป็นมะพร้าวสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหืน และกะทิควรมีความสดใหม่

2. การเตรียมอุปกรณ์
อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ กะละมังผสม หม้อนึ่ง เตาแก๊ส พิมพ์หรืออุปกรณ์สำหรับขึ้นรูป ทัพพี ช้อน และภาชนะสำหรับใส่ขนม ควรตรวจสอบความสะอาดและความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนเริ่มทำขนม

3. การผสมส่วนผสม
นำแป้ง น้ำตาล กะทิ และส่วนผสมอื่น ๆ มาผสมให้เข้ากัน ค่อย ๆ เติมกะทิและน้ำ แล้วคนหรือนวดจนเนื้อแป้งเนียน ไม่จับตัวเป็นก้อน ความข้นของส่วนผสมควรเหมาะสม ไม่เหลวหรือแข็งจนเกินไป เพื่อให้สามารถขึ้นรูปได้ง่าย

4. การขึ้นรูปขนม
นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ขึ้นรูปเป็นลักษณะคล้องหรือรูปทรงตามเอกลักษณ์ของขนมคล้องใจ ควรพยายามให้ขนมมีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกัน เพื่อให้สุกสม่ำเสมอและมีความสวยงาม

5. การนึ่ง
นำขนมที่ขึ้นรูปแล้วไปนึ่งจนสุก ควรใช้ไฟในระดับปานกลาง และไม่ควรเปิดฝาหม้อนึ่งบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ความร้อนภายในหม้อนึ่งลดลง ควรตรวจสอบความสุกก่อนนำขนมออกจากหม้อนึ่ง

6. การพักขนมและจัดเสิร์ฟ
เมื่อขนมสุกแล้วควรพักให้เย็นก่อนนำไปจัดเสิร์ฟหรือบรรจุ เพื่อให้ขนมคงรูปและเหมาะสมต่อการจัดเตรียมสำหรับจำหน่าย โดยควรใช้ภาชนะที่สะอาด

7. เทคนิคด้านความสะอาดและสุขลักษณะ
ผู้ทำขนมควรล้างมือก่อนและหลังการทำอาหาร สวมหมวกคลุมผมและผ้ากันเปื้อน ใช้ภาชนะและอุปกรณ์ที่สะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดบริเวณประกอบอาหาร เพื่อให้ขนมมีความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

8. เทคนิคการบรรจุภัณฑ์
ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและเหมาะสมกับขนม ออกแบบให้สวยงามและสามารถสร้างจุดเด่นให้กับสินค้า เช่น การนำอัตลักษณ์ของเกาะสุกรมาใช้ในการออกแบบ รวมถึงติดชื่อสินค้าและวันผลิตตามความเหมาะสม เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

9. การเก็บรักษา
กะทิที่ยังไม่ได้ใช้ควรเก็บในตู้เย็น แป้งควรเก็บในภาชนะปิดสนิท และมะพร้าวควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว ส่วนขนมที่ทำเสร็จแล้วควรเก็บในภาชนะปิดมิดชิด หากมีส่วนผสมของกะทิควรเก็บในตู้เย็น และไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1–2 วันตามเนื้อหาในหลักสูตร

สรุปเทคนิคสำคัญ:
การทำขนมคล้องใจให้มีคุณภาพควรเริ่มจาก วัตถุดิบที่ดี การผสมที่ได้สัดส่วน การขึ้นรูปที่สม่ำเสมอ การนึ่งที่เหมาะสม ความสะอาด และการบรรจุภัณฑ์ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้ขนมมีคุณภาพ สวยงาม และสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้

การถ่ายทอดองค์ความรู้

วิทยากรมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำขนมคล้องใจ ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ของตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โดยถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่ความเป็นมา ความสำคัญของขนม การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ขั้นตอนและเทคนิคการทำ การขึ้นรูปและการนึ่ง ตลอดจนการจัดเตรียมและบรรจุภัณฑ์

การถ่ายทอดเน้น การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยวิทยากรบรรยายและสาธิตขั้นตอนการทำขนมคล้องใจ จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง พร้อมให้คำแนะนำและแก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

นอกจากนี้ วิทยากรยังถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ ได้แก่ การคำนวณต้นทุน การกำหนดราคาขาย การทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย การวางแผนการจำหน่าย และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

นางบุญพา กุศลรักษ์ (10 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/10 ข้อ นางบุญพา กุศลรักษ์
1 ขนมคล้องใจเป็นขนมพื้นถิ่นของพื้นที่ใด
2 วัตถุดิบหลักในการทำขนมคล้องใจคือข้อใด
3 ขั้นตอนสำคัญก่อนการขึ้นรูปขนมคือข้อใด
4 จุดเด่นของขนมคล้องใจคือข้อใด
5 การเก็บรักษาวัตถุดิบที่ถูกต้องควรทำอย่างไร
6 การคิดต้นทุนควรคำนึงถึงข้อใดบ้าง
7 การตั้งราคาขายควรพิจารณาจากสิ่งใด
8 การเพิ่มมูลค่าขนมคล้องใจสามารถทำได้อย่างไร
9 การทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายมีประโยชน์อย่างไร
10 ผู้ผ่านหลักสูตรต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /10 ข้อ