1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

วัดย่านซื่อ

แหล่งเรียนรู้: วัดย่านซื่อ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ วัดย่านซื่อ

หลักสูตรนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงในชุมชน โดยใช้ วัดย่านซื่อ ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นฐานการเรียนรู้ เน้นการศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัด ศาสนสถานและสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา หลักธรรมและคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนประวัติและคุณูปการของ พ่อท่านอินทร์ อินทสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดย่านซื่อ

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านการศึกษาเอกสาร การสังเกตสถานที่จริง การสำรวจพื้นที่ การฟังคำบอกเล่าจากพระสงฆ์หรือผู้รู้ในชุมชน การสัมภาษณ์ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภาคีเครือข่าย ทำให้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ หลักสูตรมุ่งปลูกฝังให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของศาสนสถานและมรดกทางวัฒนธรรม มีคุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญา ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและถ่ายทอดต่อให้กับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม

สาระสำคัญของหลักสูตรประกอบด้วย

ประวัติความเป็นมาของวัดย่านซื่อ
ศาสนสถานและสถาปัตยกรรมของวัด
พระพุทธศาสนา หลักธรรม และคุณธรรมจริยธรรม
ประวัติและคุณูปการของพ่อท่านอินทร์ อินทสโร
วัดย่านซื่อกับวิถีชีวิต ประเพณี และภูมิปัญญาของชุมชน
การมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย
การอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม
การนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนสามารถอธิบายความเป็นมาและความสำคัญของวัดย่านซื่อ บอกคุณค่าของศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น มีทักษะในการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ สามารถแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนได้

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

วัดย่านซื่อ

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

1.1 ความเป็นมาของวัดย่านซื่อ

วัดย่านซื่อ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นศาสนสถานสำคัญที่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนมาเป็นเวลายาวนาน และเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ตลอดจนเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่

จากข้อมูลประวัติวัดที่เผยแพร่ พบว่าวัดย่านซื่อสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2425 โดยขุนสุนทรร่วมกับประชาชนในชุมชนจัดสร้างวัดขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์กลางของชุมชน ต่อมาวัดได้รับการพัฒนาและบูรณะอย่างต่อเนื่องตามความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและประชาชนในพื้นที่

วัดย่านซื่อสังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย มีอาคารและเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีคุณค่าต่อชุมชน

1.2 ความสำคัญต่อชุมชน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วัดย่านซื่อมีบทบาทมากกว่าการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมของชุมชน การประกอบประเพณีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การทำบุญ การปฏิบัติธรรม และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม

วัดจึงเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงระหว่าง พระพุทธศาสนา ชุมชน ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชน และสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้

1.3 พ่อท่านอินทร์ อินทสโร

บุคคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของวัดย่านซื่อ คือ พ่อท่านอินทร์ อินทสโร ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดย่านซื่อและเป็นพระเกจิที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน

เรื่องราวของพ่อท่านอินทร์สามารถนำมาใช้เป็นองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยผู้เรียนสามารถศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิต คุณธรรม ความศรัทธา และบทบาทของพระสงฆ์ที่มีต่อชุมชนในแต่ละยุคสมัย

ภายในวัดมีการจัดแสดงภาพและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพ่อท่านอินทร์ เพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจประวัติของท่าน

1.4 วัดย่านซื่อในฐานะแหล่งเรียนรู้

ด้วยประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและความสัมพันธ์กับชุมชน วัดย่านซื่อจึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็น แหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่ โดยสามารถจัดการเรียนรู้จากสถานที่จริง ให้ผู้เรียนได้ศึกษา สังเกต สำรวจ สัมภาษณ์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพระสงฆ์ ผู้รู้ และประชาชนในชุมชน

องค์ความรู้ที่สามารถศึกษา ได้แก่

ประวัติความเป็นมาของวัดย่านซื่อ
พระพุทธศาสนาและหลักธรรม
คุณธรรมและจริยธรรม
ประวัติพ่อท่านอินทร์ อินทสโร
ศิลปะและสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา
ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น
วิถีชีวิตของชุมชนย่านซื่อ
การมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย
1.5 คุณค่าของวัดย่านซื่อต่อการเรียนรู้

วัดย่านซื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยง “อดีตกับปัจจุบัน” ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในชุมชน การเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ตรง สามารถเห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม และเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง

ดังนั้น วัดย่านซื่อจึงมิได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็น แหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สามารถนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

2.1 ที่ตั้งและสภาพแวดล้อม

วัดย่านซื่อตั้งอยู่ใน หมู่ที่ 2 ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในชุมชนและมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บริเวณโดยรอบวัดมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุมชน มีบ้านเรือนและพื้นที่ใช้ประโยชน์ของประชาชน โดยพื้นที่ภายในวัดมีความร่มรื่น มีต้นไม้และพื้นที่เปิดโล่ง เหมาะสำหรับการประกอบศาสนกิจ การจัดกิจกรรมชุมชน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

วัดมีพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ 4 ตารางวา ทำให้มีพื้นที่สำหรับอาคารเสนาสนะ พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่ใช้ประโยชน์สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน

2.2 ลักษณะภูมิทัศน์ภายในวัด

พื้นที่ภายในวัดมีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเป็นศาสนสถานและสถานที่ประกอบกิจกรรมของชุมชน ประกอบด้วยอาคารทางพระพุทธศาสนา ลานกิจกรรม ทางเดิน และพื้นที่สีเขียว

บรรยากาศภายในวัดมีความสงบและร่มรื่น สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบการบรรยาย การสังเกต การสำรวจ และการเรียนรู้จากสถานที่จริง

พื้นที่ดังกล่าวยังสามารถใช้เป็นจุดพักผ่อนและพื้นที่พบปะของประชาชน ตลอดจนเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา ประเพณี และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน

2.3 อาคารและสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ

วัดย่านซื่อมีอาคารและเสนาสนะที่เกี่ยวข้องกับการประกอบศาสนกิจและการดำเนินกิจกรรมของพระสงฆ์และชุมชน ได้แก่

1. อุโบสถ
เป็นอาคารสำคัญสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ และเป็นส่วนสำคัญของวัดที่สะท้อนรูปแบบศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา

2. ศาลาการเปรียญ
เป็นพื้นที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การทำบุญ การฟังธรรม และกิจกรรมของชุมชน อีกทั้งสามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นกลุ่มได้

3. กุฏิสงฆ์
เป็นที่พักอาศัยและพื้นที่สำหรับการดำรงสมณเพศของพระสงฆ์ภายในวัด

4. พื้นที่ประกอบศาสนกิจและลานกิจกรรม
เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมประเพณี กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมที่ชุมชนร่วมกันจัดขึ้น

2.4 ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม

อาคารภายในวัดมีองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมไทยและศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น รูปทรงหลังคา เครื่องประดับอาคาร ลวดลายประดับหน้าบัน และองค์ประกอบตกแต่งที่สะท้อนความเชื่อและคติทางพระพุทธศาสนา

อาคารและสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จึงสามารถนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และพัฒนาการของศาสนสถานในท้องถิ่นได้

2.5 พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้

วัดย่านซื่อมีพื้นที่ที่สามารถนำมาใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ โดยสามารถเลือกพื้นที่ให้เหมาะสมกับลักษณะกิจกรรม เช่น

ศาลาการเปรียญ สำหรับการบรรยาย การอภิปราย และการเรียนรู้เป็นกลุ่ม
บริเวณอุโบสถ สำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม
ลานวัด สำหรับกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมชุมชน
พื้นที่โดยรอบวัด สำหรับการสำรวจและศึกษาสภาพแวดล้อม
พื้นที่จัดแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพ่อท่านอินทร์ อินทสโร สำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญของท้องถิ่น
2.6 สิ่งอำนวยความสะดวก

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวัดมีความเหมาะสมกับการประกอบศาสนกิจและการจัดกิจกรรมของชุมชน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรประสานงานกับทางวัดล่วงหน้า เพื่อเตรียมพื้นที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วม

สำหรับกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก สามารถพิจารณาใช้ศาลาการเปรียญหรือลานกิจกรรมเป็นพื้นที่หลัก ทั้งนี้ จำนวนผู้ที่สามารถรองรับได้ควรสำรวจและยืนยันจากผู้ประสานงานของวัดก่อนจัดกิจกรรม

2.7 ความเหมาะสมในการเป็นแหล่งเรียนรู้

ลักษณะทางกายภาพของวัดย่านซื่อมีความเหมาะสมต่อการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากมีทั้งอาคารทางศาสนา พื้นที่ประกอบกิจกรรม และบริบทชุมชนที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับเนื้อหาการเรียนรู้ได้

ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสถานที่จริงผ่านกระบวนการ สังเกต สำรวจ สอบถาม สัมภาษณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปองค์ความรู้ ทำให้เกิดประสบการณ์ตรงและสามารถเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับบริบทของชุมชนได้

2.8 คุณค่าด้านกายภาพต่อการเรียนรู้

ลักษณะทางกายภาพของวัดย่านซื่อไม่เพียงเป็นองค์ประกอบของศาสนสถาน แต่ยังเป็น สื่อการเรียนรู้ที่มีชีวิต ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ ศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน

การใช้พื้นที่จริงของวัดเป็นฐานการเรียนรู้จึงช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงคุณค่าของศาสนสถานและมรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานคุณค่าดังกล่าวให้คงอยู่ต่อไป

3.1 ความสำคัญของวัดย่านซื่อในฐานะแหล่งเรียนรู้

วัดย่านซื่อเป็นศาสนสถานที่มีความสัมพันธ์กับชุมชนมาอย่างยาวนาน และสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้หลายด้านเข้าด้วยกัน ทั้งพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม คุณธรรมจริยธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น

การเรียนรู้จากวัดเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา จากสถานที่จริงและประสบการณ์จริง สามารถสังเกต สอบถาม สำรวจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพระสงฆ์ ผู้รู้ และสมาชิกในชุมชน ทำให้เกิดความเข้าใจที่เชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่

3.2 คุณค่าด้านพระพุทธศาสนา

วัดย่านซื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและหลักธรรมคำสอน ผู้เรียนสามารถศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ ความสำคัญของศาสนสถาน และแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักคุณธรรม

องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น

การมีสติในการดำเนินชีวิต
ความซื่อสัตย์สุจริต
ความรับผิดชอบ
ความเมตตาและการช่วยเหลือผู้อื่น
การรู้จักเสียสละ
การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
3.3 คุณค่าด้านคุณธรรมและจริยธรรม

วัดเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้เรื่องคุณธรรม จริยธรรม และการเป็นพลเมืองที่ดี โดยสามารถจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง เช่น การทำบุญ การปฏิบัติธรรม การบำเพ็ญประโยชน์ และกิจกรรมจิตอาสา

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะสำคัญ ได้แก่ มีวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ รู้จักแบ่งปัน และเคารพผู้อื่น

3.4 คุณค่าด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

วัดย่านซื่อมีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยมีข้อมูลระบุว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2425 จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ศึกษาพัฒนาการของชุมชนและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้

ผู้เรียนสามารถศึกษาเรื่องราวของวัด การเปลี่ยนแปลงของชุมชน ตลอดจนบุคคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับวัด เช่น พ่อท่านอินทร์ อินทสโร ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างศาสนสถาน บุคคล และชุมชนในอดีต

3.5 คุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม

อาคารและสิ่งก่อสร้างภายในวัดสามารถใช้เป็นสื่อในการเรียนรู้ด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมไทย โดยผู้เรียนสามารถศึกษารูปแบบอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ลวดลายประดับอาคาร และองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่สะท้อนความเชื่อทางพระพุทธศาสนา

การเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของงานศิลปกรรมและตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

3.6 คุณค่าด้านประเพณีและวิถีชีวิตชุมชน

วัดมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมและประเพณีของชุมชน โดยเฉพาะกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและประเพณีที่ประชาชนร่วมกันจัดขึ้น

ผู้เรียนจึงสามารถศึกษาได้ว่า วัด ชุมชน และประเพณี มีความสัมพันธ์กันอย่างไร และเรียนรู้บทบาทของคนในชุมชนในการร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมท้องถิ่น

3.7 คุณค่าด้านการเรียนรู้จากบุคคลและภูมิปัญญาท้องถิ่น

นอกจากสถานที่และสิ่งก่อสร้างแล้ว พระสงฆ์ ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ และผู้รู้ในพื้นที่สามารถเป็น “ครูภูมิปัญญา” ที่ถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียน

การเรียนรู้จากบุคคลในชุมชนช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างคนต่างวัย และช่วยอนุรักษ์องค์ความรู้ท้องถิ่นไม่ให้สูญหาย

3.8 คุณค่าด้านทักษะการเรียนรู้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ณ วัดย่านซื่อสามารถพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ได้แก่

ทักษะการสังเกต
ผู้เรียนศึกษาสถานที่ อาคาร ศิลปกรรม และสภาพแวดล้อม

ทักษะการสืบค้น
ผู้เรียนค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร ผู้รู้ และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ

ทักษะการสัมภาษณ์
ผู้เรียนฝึกตั้งคำถามและรวบรวมข้อมูลจากพระสงฆ์และผู้รู้ในชุมชน

ทักษะการสื่อสาร
ผู้เรียนสามารถนำเสนอสิ่งที่ค้นพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น

ทักษะการทำงานร่วมกัน
ผู้เรียนร่วมกันสำรวจพื้นที่ เก็บข้อมูล และจัดทำผลงาน

ทักษะการคิดวิเคราะห์
ผู้เรียนวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน

3.9 คุณค่าด้านการอนุรักษ์และสืบสาน

การนำวัดย่านซื่อมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ช่วยสร้างความตระหนักให้แก่ผู้เรียนเกี่ยวกับคุณค่าของศาสนสถานและมรดกทางวัฒนธรรม

ผู้เรียนจะได้เห็นความสำคัญของการร่วมกันดูแลรักษาสถานที่ โบราณวัตถุ ศิลปกรรม ประเพณี และองค์ความรู้ท้องถิ่น พร้อมทั้งสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับครอบครัวและชุมชน

3.10 คุณค่าด้านการสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น

การเรียนรู้เรื่องราวของวัดย่านซื่อและชุมชนโดยรอบ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง

เมื่อผู้เรียนเห็นคุณค่าของทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่อยู่ใกล้ตัว จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พัฒนา และประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ของชุมชน

3.11 การนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้

องค์ความรู้จากวัดย่านซื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน เช่น

นำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิต
นำความรู้ด้านประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาท้องถิ่น
นำความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมไปใช้ในการอนุรักษ์
นำองค์ความรู้ไปจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ชุมชน
นำข้อมูลไปพัฒนาเป็นกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน
นำความรู้ไปส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คนในครอบครัวและชุมชน
3.12 สรุปคุณค่าด้านการเรียนรู้

วัดย่านซื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าหลากหลายมิติ ทั้งด้าน พระพุทธศาสนา คุณธรรมจริยธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตชุมชน

การจัดการเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง พัฒนาทักษะการคิด การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการสืบค้นข้อมูล พร้อมทั้งเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น

ดังนั้น วัดย่านซื่อจึงสามารถเป็น “ห้องเรียนชุมชน” ที่เชื่อมโยงความรู้จากอดีตกับการเรียนรู้ในปัจจุบัน และสร้างโอกาสให้คนในชุมชนได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานองค์ความรู้ให้คงอยู่ต่อไป

4.1 แนวคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ณ วัดย่านซื่อ มุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรงและสถานที่จริง โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม คุณธรรมจริยธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกัน

กิจกรรมเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น ผ่านกระบวนการ สำรวจ – สืบค้น – สัมภาษณ์ – ลงมือปฏิบัติ – แลกเปลี่ยนเรียนรู้ – สรุปและถ่ายทอดองค์ความรู้

4.2 วัตถุประสงค์ของกิจกรรม
เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักประวัติและความเป็นมาของวัดย่านซื่อ
เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้หลักธรรมและคุณธรรมจริยธรรม
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถศึกษาข้อมูลจากสถานที่จริง
เพื่อพัฒนาทักษะการสังเกต การสืบค้น และการสัมภาษณ์
เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศาสนสถานและมรดกทางวัฒนธรรม
เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและถ่ายทอดต่อได้
4.3 กิจกรรมที่ 1 “รู้จักวัดย่านซื่อ”
จุดประสงค์

ให้ผู้เรียนรู้จักประวัติความเป็นมา ที่ตั้ง และความสำคัญของวัดย่านซื่อ

วิธีดำเนินกิจกรรม
ครูหรือวิทยากรแนะนำประวัติของวัดย่านซื่อ
ผู้เรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งวัด
ผู้เรียนสำรวจบริเวณโดยรอบวัด
บันทึกข้อมูลและสิ่งที่สังเกตพบ
ร่วมกันอภิปรายถึงความสำคัญของวัดที่มีต่อชุมชน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนสามารถอธิบายประวัติและความสำคัญของวัดย่านซื่อได้

4.4 กิจกรรมที่ 2 “ตามรอยพ่อท่านอินทร์ อินทสโร”
จุดประสงค์

ให้ผู้เรียนศึกษาประวัติและคุณูปการของพ่อท่านอินทร์ อินทสโร

วิธีดำเนินกิจกรรม
ศึกษาข้อมูลและภาพที่เกี่ยวข้องกับพ่อท่านอินทร์
ฟังเรื่องราวจากพระสงฆ์หรือผู้รู้ในชุมชน
แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มเพื่อรวบรวมข้อมูล
จัดทำ Timeline หรือแผนผังประวัติ
นำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้ต่อกลุ่ม
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของท้องถิ่น และเกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชุมชน

4.5 กิจกรรมที่ 3 “เรียนรู้จากศาสนสถาน”
จุดประสงค์

ให้ผู้เรียนศึกษาอาคารและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของวัด

วิธีดำเนินกิจกรรม

ให้ผู้เรียนเดินสำรวจพื้นที่และศึกษาสิ่งต่าง ๆ เช่น

อุโบสถ
ศาลาการเปรียญ
กุฏิสงฆ์
พระพุทธรูป
ลวดลายและองค์ประกอบทางศิลปกรรม
พื้นที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา

ผู้เรียนบันทึกข้อมูลด้วยภาพถ่ายหรือแบบบันทึกการเรียนรู้ แล้วนำมาอภิปรายร่วมกัน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนเข้าใจคุณค่าของศิลปะ สถาปัตยกรรม และศาสนสถานในท้องถิ่น

4.6 กิจกรรมที่ 4 “ธรรมะกับการดำเนินชีวิต”
จุดประสงค์

ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงหลักธรรมกับการดำเนินชีวิตประจำวัน

วิธีดำเนินกิจกรรม
วิทยากรหรือพระสงฆ์บรรยายหลักธรรมที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
ผู้เรียนร่วมกันยกตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
วิเคราะห์ว่าหลักธรรมสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาอย่างไร
เขียน “ธรรมะที่ฉันจะนำไปใช้” คนละ 1 ข้อ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนสามารถนำหลักธรรมและคุณธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

4.7 กิจกรรมที่ 5 “วัดกับวิถีชีวิตชุมชน”
จุดประสงค์

ให้ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับประชาชนในชุมชน

วิธีดำเนินกิจกรรม

ผู้เรียนศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับ

กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
ประเพณีท้องถิ่น
กิจกรรมชุมชน
กิจกรรมจิตอาสา
การทำงานร่วมกันระหว่างวัดกับชุมชน

จากนั้นจัดทำ แผนผังความสัมพันธ์ “วัด–ชุมชน–วิถีชีวิต”

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนเห็นความสำคัญของวัดในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและสังคมของชุมชน

4.8 กิจกรรมที่ 6 “นักสืบภูมิปัญญาท้องถิ่น”
จุดประสงค์

พัฒนาทักษะการสืบค้นและการสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชน

วิธีดำเนินกิจกรรม

แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3–5 คน แล้วเลือกหัวข้อที่สนใจ เช่น

ประวัติวัด
ประเพณีของชุมชน
เรื่องราวของพ่อท่านอินทร์
วิถีชีวิตคนในชุมชน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ให้ผู้เรียนจัดทำคำถาม สัมภาษณ์ผู้รู้ และบันทึกข้อมูล จากนั้นนำข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนมีทักษะการตั้งคำถาม การสัมภาษณ์ การสรุปข้อมูล และการสื่อสาร

4.9 กิจกรรมที่ 7 “จิตอาสารักษ์วัด”
จุดประสงค์

ปลูกฝังจิตสาธารณะและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

กิจกรรม

ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของวัด เช่น

เก็บขยะ
ทำความสะอาดบริเวณที่ได้รับอนุญาต
จัดระเบียบพื้นที่
ดูแลพื้นที่สีเขียว
ร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน

โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของทางวัดและคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ทางศาสนา

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผู้เรียนมีจิตสาธารณะ รู้จักการเสียสละ และเห็นคุณค่าของการร่วมกันดูแลสถานที่ส่วนรวม

4.10 กิจกรรมที่ 8 “ถอดบทเรียนจากวัดย่านซื่อ”
จุดประสงค์

ให้ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ทั้งหมด

วิธีดำเนินกิจกรรม

ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจัดทำผลงาน 1 ชิ้น เช่น

Infographic
แผ่นพับ
โปสเตอร์
Mind Map
Timeline
คลิปวิดีโอสั้น
สมุดบันทึกการเรียนรู้
นิทรรศการขนาดเล็ก

โดยกำหนดให้ผลงานตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อ

“ฉันได้เรียนรู้อะไร?”
“ฉันเห็นคุณค่าอะไร?”
“ฉันจะนำความรู้ไปใช้หรือถ่ายทอดต่ออย่างไร?”

4.11 กิจกรรมสรุป “วัดย่านซื่อ...ห้องเรียนของชุมชน”

ให้ผู้เรียนร่วมกันนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ โดยครูหรือวิทยากรสรุปให้เห็นความสัมพันธ์ของ

พระพุทธศาสนา → ประวัติศาสตร์ → ศิลปวัฒนธรรม → ชุมชน → ภูมิปัญญา → การอนุรักษ์

จากนั้นให้ผู้เรียนเขียนข้อเสนอหรือแนวทางที่สามารถทำได้เพื่อช่วยอนุรักษ์และประชาสัมพันธ์วัดย่านซื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนต่อไป

4.12 รูปแบบการจัดการเรียนรู้

กิจกรรมสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน

ขั้นที่ 1 สำรวจ

ผู้เรียนสำรวจสถานที่และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 สืบค้น

ค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร พระสงฆ์ ผู้รู้ และแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม

ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ

สัมภาษณ์ บันทึกข้อมูล ถ่ายภาพ จัดกิจกรรม และทำงานกลุ่ม

ขั้นที่ 4 แลกเปลี่ยน

นำข้อมูลและประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ขั้นที่ 5 สรุปและถ่ายทอด

จัดทำผลงานและนำเสนอองค์ความรู้ให้ผู้อื่น

4.13 การวัดและประเมินผล

ประเมินจาก

การมีส่วนร่วมในกิจกรรม
แบบบันทึกการเรียนรู้
การตอบคำถาม
การสัมภาษณ์และการสืบค้นข้อมูล
การทำงานเป็นกลุ่ม
ผลงานหรือชิ้นงาน
การนำเสนอ
พฤติกรรมด้านคุณธรรมและจิตสาธารณะ
แบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน
เกณฑ์การประเมิน

ด้านความรู้
ผู้เรียนสามารถอธิบายประวัติ ความสำคัญ และองค์ความรู้ของวัดย่านซื่อได้

ด้านทักษะ
ผู้เรียนสามารถสำรวจ สืบค้น สัมภาษณ์ วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลได้

ด้านคุณลักษณะ
ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ เคารพสถานที่ทางศาสนา และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น

4.14 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

เมื่อผู้เรียนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ ณ วัดย่านซื่อแล้ว ผู้เรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน สามารถใช้ทักษะการสืบค้นและการเรียนรู้จากแหล่งจริง มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน

5.1 ความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนา

วัดย่านซื่อเป็นศาสนสถานที่มีความสัมพันธ์กับชุมชนมาอย่างยาวนาน และมีคุณค่าในหลายด้าน ทั้งด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การอนุรักษ์และพัฒนาวัดจึงมีความสำคัญต่อการรักษาเอกลักษณ์ของชุมชนและการส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

การพัฒนาควรดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ โดยคำนึงถึงคุณค่าดั้งเดิมของศาสนสถาน ไม่เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบสำคัญโดยขาดการพิจารณา และเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม

5.2 แนวทางการอนุรักษ์ด้านอาคารและศาสนสถาน

การอนุรักษ์อาคารและสิ่งก่อสร้างภายในวัดควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพมั่นคง ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งาน โดยเฉพาะอาคารสำคัญ เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม

แนวทางดำเนินงาน
สำรวจสภาพอาคารและสิ่งก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ
บันทึกข้อมูลและภาพถ่ายของอาคารที่สำคัญ
ดูแลความสะอาดและสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดตามความเหมาะสม
รักษารูปแบบและองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่มีคุณค่า
การปรับปรุงอาคารควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับลักษณะเดิม
จัดทำข้อมูลประวัติอาคารเพื่อใช้เป็นหลักฐานและสื่อการเรียนรู้
5.3 การอนุรักษ์ศิลปกรรมและมรดกทางวัฒนธรรม

ศิลปกรรมภายในวัด เช่น ลวดลายประดับอาคาร พระพุทธรูป สิ่งของทางศาสนา และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรได้รับการดูแล

การอนุรักษ์ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรักษาสิ่งของ แต่ควรส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ถึงความหมาย คุณค่า และความสำคัญของสิ่งเหล่านั้นด้วย

กิจกรรมที่สามารถดำเนินการ
สำรวจและจัดทำทะเบียนข้อมูลสิ่งสำคัญ
ถ่ายภาพและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
จัดทำป้ายหรือสื่ออธิบายความสำคัญ
จัดกิจกรรมเรียนรู้ศิลปกรรมภายในวัด
ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการศึกษาข้อมูล
เผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสม
5.4 การอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และองค์ความรู้เกี่ยวกับพ่อท่านอินทร์ อินทสโร

ประวัติและเรื่องราวของ พ่อท่านอินทร์ อินทสโร เป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถนำมาใช้ในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและพระพุทธศาสนา

ควรมีการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร ภาพถ่าย คำบอกเล่าของผู้รู้ และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสามารถใช้เป็นองค์ความรู้สำหรับคนรุ่นต่อไป

แนวทางการพัฒนา
รวบรวมประวัติและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
จัดเก็บภาพถ่ายและเอกสาร
บันทึกคำบอกเล่าจากผู้รู้ในชุมชน
จัดทำ Timeline ประวัติ
จัดทำบอร์ดหรือมุมเรียนรู้
พัฒนาเป็นสื่อ Infographic หรือสื่อดิจิทัล
นำข้อมูลไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน
5.5 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์

สภาพแวดล้อมของวัดเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติศาสนกิจและการเรียนรู้ จึงควรดูแลให้มีความสะอาด ร่มรื่น และปลอดภัย

แนวทางดำเนินงาน

ด้านความสะอาด

จัดกิจกรรมทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
จัดจุดทิ้งขยะให้เหมาะสม
ส่งเสริมการคัดแยกขยะ

ด้านพื้นที่สีเขียว

ดูแลต้นไม้เดิมที่มีคุณค่า
เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามความเหมาะสม
ปลูกไม้ดอกและไม้ประดับ
ดูแลภูมิทัศน์ให้สะอาดและเป็นระเบียบ

ด้านการใช้ทรัพยากร

ใช้น้ำและไฟฟ้าอย่างประหยัด
ลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ
ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
5.6 การพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

วัดย่านซื่อมีศักยภาพในการพัฒนาเป็น แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน โดยนำทรัพยากรที่มีอยู่มาจัดระบบเป็นฐานการเรียนรู้

แนวทางการพัฒนา
จัดทำข้อมูลแหล่งเรียนรู้ของวัด
จัดทำแผนผังจุดเรียนรู้
จัดทำป้ายให้ความรู้
จัดทำมุมเรียนรู้ประวัติวัด
พัฒนาสื่อ Infographic
จัดทำ QR Code เชื่อมโยงข้อมูล
จัดกิจกรรมสำหรับนักเรียนและประชาชน
เชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้อื่นในชุมชน

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และช่วยให้ข้อมูลของวัดสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น

5.7 การมีส่วนร่วมของชุมชน

การอนุรักษ์และพัฒนาวัดจะเกิดความต่อเนื่องได้เมื่อชุมชนมีส่วนร่วม การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทจะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมและความรับผิดชอบต่อศาสนสถาน

รูปแบบการมีส่วนร่วม

พระสงฆ์
ให้คำแนะนำด้านพระพุทธศาสนาและการใช้พื้นที่วัด

ประชาชน
ร่วมดูแลพื้นที่และร่วมกิจกรรมของวัด

เยาวชน
ร่วมศึกษาประวัติและจัดทำสื่อการเรียนรู้

สถานศึกษา
นำผู้เรียนเข้ามาศึกษาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สนับสนุนกิจกรรมและการพัฒนาพื้นที่ตามภารกิจและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย
สนับสนุนองค์ความรู้ บุคลากร และกิจกรรมตามความเหมาะสม

5.8 กิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนา

สามารถจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น

1. กิจกรรม “จิตอาสารักษ์วัด”

ร่วมกันทำความสะอาดและดูแลบริเวณวัด

2. กิจกรรม “เยาวชนเรียนรู้วัดย่านซื่อ”

ให้นักเรียนและเยาวชนศึกษาประวัติและองค์ประกอบของวัด

3. กิจกรรม “เล่าเรื่องจากภาพเก่า”

รวบรวมภาพเก่าและให้ผู้สูงอายุหรือผู้รู้ช่วยเล่าเรื่องราว

4. กิจกรรม “หนึ่งภาพ หนึ่งเรื่องราว”

ให้ผู้เรียนถ่ายภาพจุดสำคัญภายในวัดและค้นคว้าความหมาย

5. กิจกรรม “สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น”

เชื่อมโยงองค์ความรู้ของวัดกับภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชน

6. กิจกรรม “วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา”

ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เหมาะสม

7. กิจกรรม “วัดย่านซื่อสู่สื่อดิจิทัล”

จัดทำ Infographic คลิปวิดีโอ หรือสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวัด

5.9 การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้

การนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถช่วยให้ข้อมูลของวัดเข้าถึงผู้เรียนและประชาชนได้ง่ายขึ้น โดยควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทและดูแลความถูกต้องของข้อมูล

ตัวอย่าง
QR Code ประจำจุดเรียนรู้
Infographic ประวัติวัด
แผนผังการเรียนรู้
คลิปวิดีโอแนะนำวัด
นิทรรศการดิจิทัล
ภาพถ่ายก่อน–หลังการอนุรักษ์
สื่อการเรียนรู้สำหรับนักเรียน
ฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
5.10 การสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนา

การพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความต่อเนื่องควรอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น

วัดย่านซื่อ
ชุมชนตำบลย่านซื่อ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สถานศึกษา
หน่วยงานราชการ
กลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชน
หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว
กลุ่มจิตอาสา
ประชาชนในพื้นที่

การทำงานร่วมกันสามารถดำเนินการในรูปแบบ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินงาน ร่วมติดตาม และร่วมพัฒนา

5.11 แนวทางการพัฒนาในอนาคต

เพื่อให้วัดย่านซื่อสามารถดำรงบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง สามารถกำหนดแนวทางพัฒนาในระยะต่อไป ดังนี้

ระยะที่ 1 : รวบรวมข้อมูล

รวบรวมประวัติ ภาพถ่าย เอกสาร และองค์ความรู้จากผู้รู้

ระยะที่ 2 : จัดระบบองค์ความรู้

จัดหมวดหมู่ข้อมูลและจัดทำฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้

ระยะที่ 3 : พัฒนาสื่อ

จัดทำป้ายความรู้ Infographic QR Code และสื่อออนไลน์

ระยะที่ 4 : พัฒนากิจกรรม

จัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชน

ระยะที่ 5 : สร้างเครือข่าย

ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ชุมชน หน่วยงานราชการ และภาคีเครือข่าย

ระยะที่ 6 : ติดตามและพัฒนา

ประเมินผลการใช้แหล่งเรียนรู้และนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

5.12 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

จากการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และพัฒนา คาดว่าจะเกิดผลดังนี้

วัดย่านซื่อได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
ศิลปวัฒนธรรมและองค์ความรู้ท้องถิ่นได้รับการสืบสาน
ข้อมูลประวัติศาสตร์ของวัดได้รับการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
เด็กและเยาวชนมีโอกาสเรียนรู้จากสถานที่จริง
ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนาแหล่งเรียนรู้
เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน สถานศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ
วัดสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน
เกิดความภาคภูมิใจและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น
สามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่การประชาสัมพันธ์และการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมได้
5.13 สรุป

การอนุรักษ์และพัฒนาวัดย่านซื่อควรดำเนินการบนพื้นฐานของการ รักษาคุณค่าเดิม ควบคู่กับการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน โดยให้พระสงฆ์ ชุมชน เยาวชน สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม

หัวใจสำคัญของการพัฒนาคือการทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานที่มีคุณค่า ขณะเดียวกันสามารถทำหน้าที่เป็น แหล่งเรียนรู้ของชุมชน ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยเข้ามาศึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

“ร่วมอนุรักษ์ ร่วมสืบสาน ร่วมพัฒนา เพื่อให้วัดย่านซื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน”
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

วัดย่านซื่อ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ วัดย่านซื่อ
1 วัดย่านซื่อตั้งอยู่ในตำบลใด
2 วัดย่านซื่ออยู่ในอำเภอใด
3 วัดย่านซื่ออยู่ในจังหวัดใด
4 วัดย่านซื่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ใด
5 วัดย่านซื่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่เท่าใด
6 บุคคลใดร่วมกับประชาชนสร้างวัดย่านซื่อ
7 วัดย่านซื่อสังกัดคณะสงฆ์นิกายใด
8 วัดย่านซื่อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปีใด
9 วัดย่านซื่อมีพื้นที่ประมาณเท่าใด
10 ข้อใดเป็นอาคารสำคัญภายในวัดย่านซื่อ
11 วัดสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านใดได้บ้าง
12 การสัมภาษณ์พระสงฆ์หรือผู้รู้ในชุมชนจัดเป็นวิธีการเรียนรู้แบบใด
13 ข้อใดเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แบบ Active Learning
14 การศึกษาประวัติของวัดช่วยให้ผู้เรียนเกิดประโยชน์อย่างไร
15 ข้อใดเป็นคุณธรรมที่สามารถเรียนรู้ผ่านกิจกรรมของวัด
16 การจัดกิจกรรมจิตอาสาที่วัดส่งเสริมคุณลักษณะใด
17 ใครสามารถใช้วัดย่านซื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ได้
18 สิ่งใดเหมาะสำหรับใช้บันทึกข้อมูลจากการศึกษาภาคสนาม
19 การจัดทำ QR Code เกี่ยวกับประวัติวัดมีประโยชน์อย่างไร
20 ข้อใดสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะแหล่งเรียนรู้ได้ดีที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ