1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นางนีย์ เกลื่อนกลับ

แหล่งเรียนรู้: ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นางนีย์ เกลื่อนกลับ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรการเรียนรู้ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก
นางนีย์ เกลื่อนกลับ ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

หลักสูตรการเรียนรู้ “ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก” จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล โดยใช้ นางณี เกลื่อนกลับ ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการนำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการลงมือปฏิบัติ

เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก การรู้จักและคัดเลือกวัสดุ การเตรียมก้านจาก เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ หลักการและรูปแบบการจักสาน ขั้นตอนการขึ้นรูปและเก็บรายละเอียด การดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการนำภูมิปัญญาไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากรในท้องถิ่น

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการ เรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สังเกต สาธิต ทดลอง ลงมือปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียน โดยผู้เรียนสามารถฝึกทักษะการจักสานก้านจากตามขั้นตอน เรียนรู้การใช้วัสดุอย่างประหยัดและคุ้มค่า รวมทั้งสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและพัฒนาเป็นทักษะอาชีพได้

หลักสูตรยังมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักถึง คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน เกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตำบลย่านซื่อ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตลอดจนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

การจัดการเรียนรู้สามารถบูรณาการกับการเรียนรู้ด้านอาชีพ ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจชุมชน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชน และภาคีเครือข่าย อันนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนสามารถ

อธิบายความเป็นมาและคุณค่าของภูมิปัญญาการจักสานก้านจากได้
บอกชนิดและลักษณะของวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการจักสานได้
อธิบายขั้นตอนการเตรียมวัสดุและกระบวนการจักสานก้านจากได้
ปฏิบัติการจักสานก้านจากตามขั้นตอนพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม
นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตหรือพัฒนาทักษะอาชีพได้
ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากของตำบลย่านซื่อ

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นางนีย์ เกลื่อนกลับ

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
1.1 ความเป็นมาของภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก

การจักสานเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกิดจากความสามารถของคนในชุมชนในการนำวัสดุจากธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมและถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

พื้นที่ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะ ต้นจาก ซึ่งเป็นพืชที่สามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งด้านอาหาร การใช้สอย และการนำวัสดุมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

ก้านจาก เป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจักสานได้ โดยผู้มีความรู้จะต้องอาศัยทักษะในการเลือกวัสดุ การเตรียมวัสดุ การจัดเรียง การสอด การขัด และการขึ้นรูปให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแข็งแรงและเหมาะสมต่อการใช้งาน

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากจึงเป็นองค์ความรู้ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนในชุมชนในการนำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

1.2 ประวัติและบทบาทของนางณี เกลื่อนกลับ

นางณี เกลื่อนกลับ เป็นบุคคลภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ที่มีความรู้และทักษะด้าน การจักสานก้านจาก สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่มีมาถ่ายทอดให้แก่ผู้สนใจและคนในชุมชน

องค์ความรู้ของนางณีครอบคลุมตั้งแต่การรู้จักวัสดุ การคัดเลือกก้านจาก การเตรียมวัสดุ การจักสาน การขึ้นรูป การเก็บรายละเอียด และการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ประโยชน์ โดยการถ่ายทอดเน้นการสาธิตและการฝึกปฏิบัติจริง ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและเห็นกระบวนการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน

บทบาทดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากได้รับการสืบทอดและเป็นที่รู้จักในชุมชน อีกทั้งสามารถนำมาใช้เป็นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นและทักษะอาชีพ

1.3 ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญากับวิถีชีวิตชุมชน

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนในหลายด้าน เนื่องจากเป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวัสดุจากภายนอกทั้งหมด

การจักสานยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเรื่อง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การประหยัด การพึ่งพาตนเอง และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดำรงชีวิตในปัจจุบันได้

นอกจากนี้ กระบวนการจักสานยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันในครอบครัวและชุมชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้มีประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ และช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน

1.4 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

การถ่ายทอดภูมิปัญญาการจักสานก้านจากมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์องค์ความรู้ของชุมชน เพราะภูมิปัญญาประเภทนี้ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ในตำราเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการฝึกฝนและประสบการณ์จริง

รูปแบบการถ่ายทอดสามารถดำเนินการผ่านการ บอกเล่า สาธิต ให้ผู้เรียนสังเกต ทดลองทำ และฝึกปฏิบัติซ้ำ จนเกิดความชำนาญ โดยผู้เรียนสามารถสอบถามและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับภูมิปัญญาได้โดยตรง

การนำภูมิปัญญาการจักสานก้านจากเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ของ ศกร.ระดับตำบลย่านซื่อ จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากบุคคลจริงและสถานการณ์จริง สามารถเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตประจำวัน และเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาในชุมชน

1.5 คุณค่าของภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากมีคุณค่าหลายด้าน ได้แก่

ด้านวัฒนธรรม
เป็นองค์ความรู้ที่สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

ด้านการศึกษา
สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน ผู้เรียน และประชาชน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

ด้านอาชีพ
สามารถพัฒนาเป็นทักษะอาชีพและนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้

ด้านเศรษฐกิจชุมชน
เป็นแนวทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น

ด้านสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า

ด้านสังคม
สร้างพื้นที่ให้คนในชุมชนได้พบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

1.6 ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในปัจจุบันรูปแบบการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการรักษาองค์ความรู้ไม่ให้สูญหาย

การรวบรวมข้อมูล ประวัติ องค์ความรู้ ขั้นตอนการจักสาน และการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้โดยนางณี เกลื่อนกลับ จะช่วยสร้างฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลของชุมชน และสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ของ ศกร.ระดับตำบลย่านซื่อได้อย่างเป็นระบบ

1.7 สรุป

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากของ นางณี เกลื่อนกลับ เป็นองค์ความรู้ท้องถิ่นที่เกิดจากการนำทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ผ่านทักษะและประสบการณ์ด้านการจักสานที่สามารถถ่ายทอดสู่ผู้เรียนและประชาชนได้

ภูมิปัญญาดังกล่าวมีคุณค่าทั้งด้านวัฒนธรรม การศึกษา อาชีพ เศรษฐกิจชุมชน และสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้นางณี เกลื่อนกลับ เป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดภูมิปัญญาการจักสานก้านจากของตำบลย่านซื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนในชุมชนและคนรุ่นต่อไป

2.1 ความเชี่ยวชาญด้านการจักสานก้านจาก

นางณี เกลื่อนกลับ เป็นบุคคลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความรู้และทักษะด้าน การจักสานก้านจาก ซึ่งเป็นการนำวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ โดยอาศัยความชำนาญในการคัดเลือก เตรียม และจัดรูปแบบวัสดุให้สามารถนำมาสานเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

การจักสานก้านจากเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งความละเอียด ความอดทน ความประณีต และความเข้าใจธรรมชาติของวัสดุ ผู้สานจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าวัสดุแต่ละชิ้นมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร และควรนำมาใช้ในส่วนใดของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีความแข็งแรง สวยงาม และเหมาะสมต่อการใช้งาน

2.2 ความเชี่ยวชาญด้านการคัดเลือกและเตรียมวัสดุ

การเลือกวัสดุถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการจักสานก้านจาก เพราะคุณภาพของวัสดุมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและความสวยงามของผลิตภัณฑ์

องค์ความรู้ที่สำคัญ ได้แก่

การพิจารณาความสมบูรณ์ของก้านจาก
การคัดเลือกวัสดุให้มีขนาดเหมาะสม
การคัดแยกวัสดุที่ชำรุดหรือไม่เหมาะสม
การทำความสะอาดวัสดุ
การเตรียมวัสดุให้พร้อมสำหรับการจักสาน
การจัดเก็บวัสดุเพื่อป้องกันความเสียหาย

การเตรียมวัสดุอย่างเหมาะสมช่วยให้การจักสานทำได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความเรียบร้อยและคงทนมากขึ้น

2.3 ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการจักสาน

การจักสานก้านจากต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดวางและการสอดวัสดุอย่างเป็นระบบ ผู้สานต้องควบคุมน้ำหนักมือและระยะห่างของเส้นวัสดุ เพื่อให้เกิดรูปแบบที่สม่ำเสมอ

เทคนิคพื้นฐานประกอบด้วย

1. การจัดวางวัสดุ
จัดวางก้านจากให้เป็นแนวตามรูปแบบที่กำหนด

2. การสอดและขัด
นำวัสดุสอดสลับกันตามรูปแบบการสาน เพื่อให้เกิดโครงสร้างที่แข็งแรง

3. การควบคุมความแน่น
ควบคุมแรงมือในการสานให้มีความแน่นพอดี ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป

4. การขึ้นรูป
ปรับทิศทางและรูปทรงของวัสดุให้เป็นไปตามรูปแบบผลิตภัณฑ์

5. การเก็บริมและรายละเอียด
เก็บปลายวัสดุ ตัดแต่ง และตรวจสอบความเรียบร้อยของชิ้นงาน

2.4 ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

นอกจากทักษะการจักสานแล้ว ภูมิปัญญายังสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยพิจารณาทั้งรูปทรง ขนาด ความแข็งแรง และความสวยงาม

การพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถดำเนินการโดย

ปรับรูปแบบให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
พัฒนารูปทรงให้มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์
ทดลองสร้างผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่
ผสมผสานลวดลายการจักสาน
พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้
เพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบและการนำเสนอผลิตภัณฑ์

แนวทางดังกล่าวช่วยให้ภูมิปัญญาดั้งเดิมสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของงานจักสานไว้

2.5 ความเชี่ยวชาญด้านการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น

จุดเด่นของภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก คือการนำวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสะท้อนถึงความรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรของชุมชน

การนำก้านจากมาใช้ประโยชน์ช่วยให้เกิดแนวคิดเรื่อง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดการสูญเปล่าของวัสดุ และการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรท้องถิ่น

องค์ความรู้นี้สามารถนำไปเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจชุมชน และการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงได้

2.6 ความเชี่ยวชาญด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้

นางณี เกลื่อนกลับ สามารถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจักสานผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริง โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากการสังเกตการสาธิตและทดลองทำด้วยตนเอง

กระบวนการถ่ายทอดประกอบด้วย

บอกเล่า → สาธิต → สังเกต → ทดลองปฏิบัติ → ให้คำแนะนำ → ฝึกปฏิบัติ → ตรวจสอบผลงาน → สรุปบทเรียน

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจทั้งด้านความรู้และทักษะ สามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติ และพัฒนาฝีมือได้อย่างต่อเนื่อง

2.7 ทักษะที่ผู้เรียนสามารถได้รับ

การเรียนรู้จากภูมิปัญญาการจักสานก้านจากสามารถพัฒนาทักษะของผู้เรียนได้หลายด้าน ได้แก่

ทักษะการปฏิบัติ จากการลงมือจักสานจริง
ทักษะความคิดสร้างสรรค์ จากการออกแบบผลิตภัณฑ์
ทักษะการแก้ปัญหา จากการปรับแก้ชิ้นงาน
ทักษะการทำงานร่วมกัน จากการเรียนรู้เป็นกลุ่ม
ทักษะอาชีพ จากการเรียนรู้กระบวนการผลิต
ทักษะการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ทักษะการสื่อสารและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2.8 การประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างอาชีพ

องค์ความรู้ด้านการจักสานสามารถนำไปต่อยอดเป็นทักษะอาชีพได้ โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการเตรียมวัสดุ การผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

หากมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ และช่องทางการจำหน่ายอย่างเหมาะสม งานจักสานก้านจากสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากรในชุมชน

2.9 การอนุรักษ์และสืบสานองค์ความรู้

การถ่ายทอดความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน มีความสำคัญต่อการรักษาองค์ความรู้ไม่ให้สูญหาย

แนวทางสำคัญ ได้แก่

บันทึกองค์ความรู้และขั้นตอนการจักสาน
จัดทำฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น
จัดกิจกรรมสาธิตและฝึกปฏิบัติ
ส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้จากภูมิปัญญาโดยตรง
นำภูมิปัญญาเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ของ ศกร.
จัดแสดงผลิตภัณฑ์และเผยแพร่เรื่องราวของภูมิปัญญาผ่านสื่อที่เหมาะสม
2.10 สรุป

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ นางณี เกลื่อนกลับ ครอบคลุมองค์ความรู้ตั้งแต่การรู้จักและคัดเลือกก้านจาก การเตรียมวัสดุ เทคนิคการจักสาน การขึ้นรูป การเก็บรายละเอียด การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้สนใจ

องค์ความรู้ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น การพัฒนาทักษะอาชีพ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยสามารถนำมาเป็นฐานการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน ศกร.ระดับตำบลย่านซื่อ และประชาชนในชุมชนได้อย่างเหมาะสม

3.1 ผลงานด้านการจักสานก้านจาก

นางณี เกลื่อนกลับ มีความรู้และทักษะด้านการจักสานก้านจาก สามารถนำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาผ่านกระบวนการเตรียมวัสดุและจักสานให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบสวยงาม มีความประณีต และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ผลงานการจักสานสะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญในการควบคุมวัสดุ การจัดลวดลาย การขึ้นรูป และการเก็บรายละเอียดของชิ้นงาน โดยอาศัยประสบการณ์และความประณีตในการทำงาน

3.2 ผลงานด้านการสร้างผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ

จุดเด่นของผลงาน คือการนำ ก้านจาก ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่พบในท้องถิ่นมาเพิ่มคุณค่าด้วยภูมิปัญญาการจักสาน สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทภาชนะ ตะกร้า กระจาด กระบุง ถาด หรือผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นตามความเหมาะสม

การนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ช่วยสะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในชุมชน

3.3 ผลงานด้านความประณีตและการออกแบบ

งานจักสานที่มีคุณภาพต้องอาศัยความสม่ำเสมอของลวดลาย ความแน่นของการสาน ความเหมาะสมของรูปทรง และการเก็บรายละเอียดบริเวณขอบหรือส่วนประกอบต่าง ๆ

นางณีสามารถนำประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการจัดรูปแบบชิ้นงานให้เหมาะสมกับวัสดุและวัตถุประสงค์การใช้งาน แสดงให้เห็นถึงทักษะด้านงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

3.4 ผลงานด้านการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

อีกหนึ่งผลงานสำคัญคือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจักสานก้านจาก ให้แก่ผู้สนใจ เด็ก เยาวชน ผู้เรียน และประชาชนในชุมชน

รูปแบบการถ่ายทอดเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ได้แก่

การบอกเล่า → การสาธิต → การสังเกต → การทดลองทำ → การฝึกปฏิบัติ → การให้คำแนะนำ → การปรับปรุงผลงาน

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ทั้งความรู้ ทักษะ และแนวคิดในการทำงานจากภูมิปัญญาโดยตรง

3.5 ผลงานด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การนำความรู้ด้านการจักสานก้านจากมาถ่ายทอดและเผยแพร่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์องค์ความรู้ท้องถิ่น เพราะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักวัสดุ ภูมิปัญญา และกระบวนการทำงานที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน

การจัดทำข้อมูลประวัติ องค์ความรู้ ผลงาน และขั้นตอนการจักสานของนางณี ยังช่วยสร้างฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลสำหรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ของ ศกร.ระดับตำบลย่านซื่อ

3.6 ผลงานด้านการนำภูมิปัญญามาใช้ในการจัดการเรียนรู้

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากสามารถนำมาใช้เป็นฐานการเรียนรู้แบบ Learning by Doing โดยให้ผู้เรียนได้สัมผัสวัสดุจริง เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์จริง และทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง

สามารถบูรณาการกับการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ได้แก่

การประกอบอาชีพ
ศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
เศรษฐกิจชุมชน
การสร้างผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่า
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
3.7 ผลงานด้านการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน

การจักสานก้านจากไม่ได้เป็นเพียงงานฝีมือ แต่สามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชนได้หลายด้าน โดยเฉพาะการนำวัสดุในพื้นที่มาใช้ประโยชน์ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการสร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของท้องถิ่น

ผลงานของนางณีจึงมีคุณค่าในฐานะ ตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างคุณค่าทางการศึกษา สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน

3.8 ผลงานที่สามารถนำไปต่อยอด

องค์ความรู้และผลงานการจักสานก้านจากสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้หลายแนวทาง เช่น

พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน
พัฒนาบรรจุภัณฑ์และรูปแบบการนำเสนอ
จัดทำสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับการจักสาน
จัดกิจกรรมฝึกอบรมและถ่ายทอดภูมิปัญญา
เชื่อมโยงกับกิจกรรมส่งเสริมอาชีพของชุมชน
เผยแพร่เรื่องราวภูมิปัญญาผ่านสื่อดิจิทัล
พัฒนาเป็นฐานการเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น
3.9 จุดเด่นของผลงาน

ผลงานการจักสานก้านจากของนางณี เกลื่อนกลับ มีจุดเด่นสำคัญ ดังนี้

1. ใช้วัสดุในท้องถิ่น
นำก้านจากซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติมาใช้ประโยชน์

2. ใช้ภูมิปัญญาและทักษะฝีมือ
อาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ และความประณีตในการจักสาน

3. มีคุณค่าด้านการเรียนรู้
สามารถนำมาใช้เป็นฐานการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

4. สามารถต่อยอดด้านอาชีพ
องค์ความรู้สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และทักษะอาชีพ

5. ช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
เป็นช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากคนรุ่นเดิมสู่คนรุ่นใหม่

3.10 สรุปผลงานเด่น

ผลงานเด่นของ นางณี เกลื่อนกลับ คือการนำความรู้และทักษะด้านการจักสานก้านจากมาสร้างสรรค์เป็นงานหัตถกรรมจากวัสดุธรรมชาติ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้สนใจในชุมชน

ผลงานดังกล่าวมีความโดดเด่นในด้าน การใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า การรักษาทักษะงานฝีมือ การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ

จึงสามารถใช้เป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลที่เชื่อมโยง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา อาชีพ และการพัฒนาชุมชน ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

4.1 หลักการสำคัญของการจักสานก้านจาก

การจักสานก้านจากเป็นงานหัตถกรรมที่ต้องอาศัยทั้งความรู้เกี่ยวกับวัสดุและทักษะในการปฏิบัติ ผู้สานต้องเข้าใจคุณสมบัติของก้านจาก สามารถเลือกและเตรียมวัสดุให้เหมาะสม รวมทั้งควบคุมจังหวะและความแน่นของการสาน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแรงและมีความประณีต

เทคนิคสำคัญประกอบด้วย การเลือกวัสดุ การเตรียมวัสดุ การจัดวาง การสอดและขัด การขึ้นรูป การเก็บริม และการตรวจสอบคุณภาพ

4.2 การเตรียมวัสดุ

ก่อนเริ่มจักสานควรเตรียมวัสดุให้พร้อม โดยมีขั้นตอนพื้นฐาน ดังนี้

คัดเลือกก้านจากที่มีสภาพสมบูรณ์
คัดแยกขนาดและความยาวของวัสดุ
ทำความสะอาดวัสดุ
เตรียมวัสดุให้มีความเหมาะสมต่อการสาน
จัดเก็บวัสดุให้เป็นหมวดหมู่และป้องกันความชื้น

การเตรียมวัสดุที่ดีช่วยให้การสานทำได้ง่ายขึ้นและช่วยให้ชิ้นงานมีความสม่ำเสมอ

4.3 เทคนิคการจัดวางวัสดุ

การจัดวางก้านจากเป็นพื้นฐานสำคัญของการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ ผู้สานควรจัดวัสดุให้มีระยะห่างเหมาะสมและวางในแนวที่ต้องการก่อนเริ่มสอดหรือขัด

ควรตรวจสอบแนวของวัสดุอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเบี้ยวและช่วยให้ลวดลายของผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอ

4.4 เทคนิคการสอดและขัด

การสอดและขัดเป็นหัวใจสำคัญของการจักสาน โดยนำวัสดุสอดสลับกันตามรูปแบบที่กำหนด ผู้สานต้องควบคุมแรงมือให้เหมาะสม

เทคนิคสำคัญ

สอดวัสดุให้เป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ
ควบคุมระยะห่างของเส้นวัสดุ
ไม่ดึงวัสดุแรงเกินไปจนเกิดการหัก
ไม่ปล่อยให้การสานหลวมเกินไป
ตรวจสอบแนวและรูปทรงเป็นระยะ
4.5 เทคนิคการควบคุมความแน่น

ความแน่นของการสานมีผลต่อความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์ หากสานหลวมเกินไป ผลิตภัณฑ์อาจเสียรูปหรือไม่แข็งแรง ในทางกลับกัน หากสานแน่นเกินไปอาจทำให้วัสดุเสียหายหรือเกิดการหักได้

ผู้สานจึงต้องอาศัยประสบการณ์ในการควบคุมแรงมือและจังหวะการสานให้เหมาะสมกับลักษณะของวัสดุ

4.6 เทคนิคการขึ้นรูป

เมื่อโครงสร้างของผลิตภัณฑ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ต้องค่อย ๆ ปรับทิศทางของวัสดุให้ได้รูปทรงตามที่ออกแบบไว้

ควรตรวจสอบขนาดและรูปทรงเป็นระยะ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความสมดุล ไม่เอียง และมีสัดส่วนเหมาะสม

4.7 เทคนิคการเก็บริมและเก็บรายละเอียด

หลังจากสานเสร็จแล้ว ต้องเก็บปลายวัสดุและส่วนที่เกินให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกี่ยวหรือบาดมือ และทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม

การเก็บรายละเอียดควรทำอย่างประณีต โดยตรวจสอบขอบ มุม จุดเชื่อม และส่วนประกอบต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์

4.8 เทคนิคการตรวจสอบคุณภาพ

ก่อนนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานหรือจำหน่าย ควรตรวจสอบคุณภาพ ดังนี้

ความแข็งแรงของโครงสร้าง
ความแน่นของการสาน
ความสม่ำเสมอของลวดลาย
รูปทรงและขนาด
ความเรียบร้อยของขอบ
ความสะอาดของผลิตภัณฑ์
ความเหมาะสมต่อการใช้งาน

หากพบจุดที่ไม่เรียบร้อย ควรแก้ไขก่อนนำผลิตภัณฑ์ไปใช้หรือจัดจำหน่าย

4.9 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์

การออกแบบผลิตภัณฑ์ควรคำนึงถึง ประโยชน์ใช้สอย ความแข็งแรง ความสวยงาม และความเหมาะสมกับผู้ใช้

สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ตะกร้า กระจาด กระบุง ถาด กระเป๋า ภาชนะ และของใช้หรือของตกแต่งรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของวัสดุและทักษะของผู้สาน

4.10 วิธีการถ่ายทอดเทคนิคแก่ผู้เรียน

การถ่ายทอดภูมิปัญญาการจักสานก้านจากควรใช้กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน

ขั้นตอนการถ่ายทอด

1. สร้างความรู้ความเข้าใจ
อธิบายประวัติ ความสำคัญ และคุณค่าของภูมิปัญญา

2. สาธิต
ภูมิปัญญาสาธิตการเตรียมวัสดุและขั้นตอนการจักสาน

3. สังเกต
ผู้เรียนสังเกตเทคนิค วิธีการใช้มือ และการควบคุมวัสดุ

4. ทดลองปฏิบัติ
ผู้เรียนทดลองจักสานด้วยตนเอง

5. ให้คำแนะนำ
ภูมิปัญญาช่วยตรวจสอบและแนะนำวิธีแก้ไข

6. ฝึกปฏิบัติซ้ำ
ผู้เรียนฝึกซ้ำจนเกิดความชำนาญ

7. ประเมินผลงาน
ตรวจสอบความเรียบร้อย ความแข็งแรง และความเหมาะสมของชิ้นงาน

8. ถอดบทเรียน
ผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ ปัญหา และแนวทางการนำความรู้ไปใช้

4.11 ข้อควรระวังในการปฏิบัติงาน

การจักสานอาจมีการใช้อุปกรณ์สำหรับตัดหรือแต่งวัสดุ ผู้เรียนควรได้รับคำแนะนำก่อนปฏิบัติงาน และใช้อุปกรณ์อย่างระมัดระวัง

ควรคำนึงถึง

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือ
การจัดพื้นที่ปฏิบัติงานให้เหมาะสม
การจัดเก็บวัสดุให้เป็นระเบียบ
การป้องกันวัสดุที่มีปลายแหลม
การรักษาความสะอาดของพื้นที่
การพักมือและสายตาเมื่อปฏิบัติงานเป็นเวลานาน
4.12 การนำเทคนิคไปพัฒนาผลิตภัณฑ์

เมื่อผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานแล้ว สามารถนำความรู้ไปทดลองออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยอาจปรับรูปทรง ลวดลาย ขนาด หรือประโยชน์ใช้สอยให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้

กระบวนการพัฒนาสามารถดำเนินการเป็นวงจร ได้แก่

คิด → ออกแบบ → ทดลอง → ประเมิน → ปรับปรุง → ผลิต → นำเสนอ

กระบวนการดังกล่าวช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาทักษะอาชีพได้

4.13 สรุป

เทคนิคและวิธีการจักสานก้านจากเป็นองค์ความรู้ที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในวัสดุ ทักษะการปฏิบัติ ความละเอียด และประสบการณ์ของผู้สาน ตั้งแต่การเลือกและเตรียมวัสดุ การจัดวาง การสอดและขัด การควบคุมความแน่น การขึ้นรูป การเก็บรายละเอียด และการตรวจสอบคุณภาพ

การถ่ายทอดโดย นางณี เกลื่อนกลับ สามารถใช้รูปแบบการสาธิตและการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะจากประสบการณ์ตรง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดเป็นทักษะอาชีพได้

องค์ความรู้ด้านเทคนิคและวิธีการจึงเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาการจักสานก้านจากของตำบลย่านซื่อให้คงอยู่และสามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างเหมาะสม

5.1 ความสำคัญของการถ่ายทอดองค์ความรู้

การถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ การฝึกฝน และความชำนาญของผู้ปฏิบัติ

นางณี เกลื่อนกลับ ในฐานะบุคคลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสานก้านจาก สามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เรียน ผู้สนใจ และประชาชนในชุมชน ผ่านการบอกเล่า การสาธิต และการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้

การถ่ายทอดองค์ความรู้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาให้คงอยู่ต่อไป

5.2 กลุ่มเป้าหมายในการถ่ายทอดองค์ความรู้

การถ่ายทอดภูมิปัญญาการจักสานก้านจากสามารถดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้แก่

ผู้เรียนของ ศกร.ระดับตำบลย่านซื่อ
เด็กและเยาวชนในชุมชน
ประชาชนทั่วไป
กลุ่มอาชีพและกลุ่มผู้สนใจงานหัตถกรรม
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะอาชีพ
นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจภูมิปัญญาท้องถิ่นตามความเหมาะสม
5.3 รูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้

การถ่ายทอดองค์ความรู้ควรเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ ลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะจากประสบการณ์ตรง

รูปแบบการถ่ายทอดประกอบด้วย

1. การบอกเล่า
อธิบายประวัติ ความเป็นมา และคุณค่าของการจักสานก้านจาก

2. การสาธิต
สาธิตการเตรียมวัสดุ การจัดวาง การสอด การขัด และการขึ้นรูป

3. การสังเกต
ให้ผู้เรียนสังเกตวิธีการใช้มือ การควบคุมวัสดุ และเทคนิคการจักสาน

4. การทดลองปฏิบัติ
ให้ผู้เรียนทดลองทำตามขั้นตอนด้วยตนเอง

5. การให้คำแนะนำ
ภูมิปัญญาช่วยแนะนำและแก้ไขข้อผิดพลาดของผู้เรียน

6. การฝึกปฏิบัติซ้ำ
ผู้เรียนฝึกฝนจนเกิดความเข้าใจและความชำนาญ

7. การประเมินผลงาน
ตรวจสอบความเรียบร้อย ความแข็งแรง และความเหมาะสมของชิ้นงาน

8. การถอดบทเรียน
ให้ผู้เรียนสรุปความรู้ ทักษะ ปัญหา และแนวทางการนำความรู้ไปใช้

5.4 กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้

สามารถกำหนดกระบวนการถ่ายทอดเป็น 7 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 สร้างแรงจูงใจ
พูดคุยเกี่ยวกับความสำคัญของต้นจาก ก้านจาก และภูมิปัญญาการจักสาน

ขั้นที่ 2 เรียนรู้วัสดุ
ให้ผู้เรียนรู้จักก้านจาก ลักษณะของวัสดุ และวิธีการคัดเลือก

ขั้นที่ 3 เรียนรู้จากการสาธิต
นางณีสาธิตวิธีการเตรียมวัสดุและเทคนิคการจักสาน

ขั้นที่ 4 ลงมือปฏิบัติ
ผู้เรียนทดลองจักสานด้วยตนเอง

ขั้นที่ 5 ฝึกฝนและปรับปรุง
ผู้เรียนฝึกปฏิบัติและปรับแก้ผลงานตามคำแนะนำ

ขั้นที่ 6 สร้างสรรค์ผลงาน
ผู้เรียนสามารถออกแบบหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของตนเอง

ขั้นที่ 7 สรุปและเผยแพร่
นำเสนอผลงานและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ พร้อมเผยแพร่คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น

5.5 สื่อและอุปกรณ์ประกอบการถ่ายทอด

สื่อและอุปกรณ์ที่สามารถนำมาใช้ในการถ่ายทอด ได้แก่

วัสดุก้านจากจริง
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จักสาน
อุปกรณ์สำหรับตัดและเตรียมวัสดุ
ภาพถ่ายขั้นตอนการจักสาน
คลิปวิดีโอการสาธิต
ใบความรู้
ใบกิจกรรม
แบบฝึกปฏิบัติ
แบบประเมินผลงาน
สื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น

การใช้สื่อจริงควบคู่กับการสาธิตจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจขั้นตอนการทำงานได้ง่ายและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

5.6 กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมการเรียนรู้สามารถจัดเป็นฐานการเรียนรู้ ดังนี้

ฐานที่ 1 รู้จักต้นจากและก้านจาก
เรียนรู้ลักษณะและประโยชน์ของต้นจาก

ฐานที่ 2 การเตรียมวัสดุ
เรียนรู้การคัดเลือกและเตรียมก้านจาก

ฐานที่ 3 เทคนิคการจักสาน
เรียนรู้การจัดวาง การสอด การขัด และการขึ้นรูป

ฐานที่ 4 ลงมือสร้างผลงาน
ผู้เรียนฝึกจักสานผลิตภัณฑ์ตามตัวอย่าง

ฐานที่ 5 การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์
ผู้เรียนทดลองคิดรูปแบบและประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์

ฐานที่ 6 การเพิ่มมูลค่าและการประกอบอาชีพ
เรียนรู้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำเสนอ และการสร้างรายได้

5.7 การมีส่วนร่วมของผู้เรียน

การถ่ายทอดองค์ความรู้ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ โดยผู้เรียนสามารถ

ซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ทดลองเตรียมวัสดุ
ฝึกจักสานด้วยตนเอง
ทำงานร่วมกับเพื่อน
ออกแบบผลิตภัณฑ์
นำเสนอผลงาน
ประเมินและปรับปรุงผลงาน
ถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ให้แก่ผู้อื่น

กระบวนการดังกล่าวช่วยพัฒนาทั้งทักษะการปฏิบัติ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบ

5.8 การประเมินผลการเรียนรู้

การประเมินควรครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ

ด้านความรู้
ประเมินความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติ วัสดุ เทคนิค และคุณค่าของภูมิปัญญาการจักสาน

ด้านทักษะ
ประเมินความสามารถในการเตรียมวัสดุ จักสาน ขึ้นรูป และเก็บรายละเอียดของผลิตภัณฑ์

ด้านคุณลักษณะ
ประเมินความตั้งใจ ความรับผิดชอบ ความประณีต การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น

สามารถใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น แบบทดสอบ การสังเกต การปฏิบัติจริง การประเมินชิ้นงาน และการนำเสนอผลงาน

5.9 การนำองค์ความรู้ไปใช้

หลังจากผ่านการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้หลายด้าน ได้แก่

ใช้ในชีวิตประจำวัน
ฝึกเป็นงานอดิเรก
พัฒนาทักษะอาชีพ
สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในครัวเรือน
พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้
ถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกในครอบครัว
มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
5.10 การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้

การถ่ายทอดภูมิปัญญาจะเกิดความต่อเนื่องได้เมื่อมีการสร้างเครือข่ายระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานศึกษา ศกร. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพ และประชาชน

เครือข่ายสามารถร่วมกันจัดกิจกรรม เช่น การอบรม การสาธิต การจัดนิทรรศการ การจัดตลาดชุมชน และการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ

5.11 การจัดทำฐานข้อมูลและสื่อดิจิทัล

เพื่อให้องค์ความรู้สามารถเผยแพร่และเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ควรมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เช่น

ประวัติของภูมิปัญญา
ภาพถ่ายกิจกรรม
ขั้นตอนการจักสาน
ภาพผลิตภัณฑ์
คลิปวิดีโอการสาธิต
ใบความรู้
แบบทดสอบ
ผลงานของผู้เรียน

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปจัดทำเป็นฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หรือสื่อดิจิทัลของ ศกร. ตามความเหมาะสม

5.12 แนวทางการอนุรักษ์และสืบสาน

การอนุรักษ์ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและคนรุ่นใหม่

แนวทางสำคัญ ได้แก่

ส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้จากภูมิปัญญาโดยตรง
บันทึกและจัดเก็บองค์ความรู้
จัดกิจกรรมถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง
พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับยุคสมัย
ส่งเสริมการสร้างรายได้จากภูมิปัญญา
ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงาน
สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน
5.13 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

จากการถ่ายทอดองค์ความรู้ ผู้เรียนและประชาชนจะ

มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการจักสานก้านจาก
มีทักษะพื้นฐานในการจักสาน
เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น
เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชุมชน
สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต
สามารถพัฒนาทักษะเป็นแนวทางประกอบอาชีพ
มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างภูมิปัญญา สถานศึกษา และชุมชน
5.14 สรุป

การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจักสานก้านจากของ นางณี เกลื่อนกลับ เป็นกระบวนการสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การสาธิต และการลงมือปฏิบัติ

การนำองค์ความรู้เข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ของ ศกร.ระดับตำบลย่านซื่อ จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากบุคคลภูมิปัญญาโดยตรง เกิดทักษะการปฏิบัติ ความคิดสร้างสรรค์ และความภาคภูมิใจในท้องถิ่น อีกทั้งสามารถนำความรู้ไปต่อยอดด้านอาชีพและการดำรงชีวิต

การบันทึกองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการใช้สื่อดิจิทัลร่วมกับการถ่ายทอดแบบดั้งเดิม จะช่วยให้ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากสามารถสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และคงคุณค่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนต่อไป
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นางนีย์ เกลื่อนกลับ (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ ภูมิปัญญาการจักสานก้านจาก ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นางนีย์ เกลื่อนกลับ
1 นางณี เกลื่อนกลับ มีความเชี่ยวชาญด้านใด
2 วัสดุหลักที่ใช้ในการจักสานตามภูมิปัญญานี้คืออะไร
3 การจักสานก้านจากสะท้อนแนวคิดใด
4 ขั้นตอนใดควรดำเนินการก่อนการจักสาน
5 เพราะเหตุใดจึงต้องเลือกก้านจากก่อนนำมาจักสาน
6 การออกแบบผลิตภัณฑ์ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
7 การจักสานสามารถส่งเสริมทักษะใดแก่ผู้เรียน
8 ภูมิปัญญาการจักสานมีความสำคัญต่อชุมชนอย่างไร
9 การถ่ายทอดภูมิปัญญาให้แก่เยาวชนมีประโยชน์อย่างไร
10 ผลิตภัณฑ์จากก้านจากสามารถนำไปพัฒนาในด้านใด
11 การเก็บผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติควรทำอย่างไร
12 การเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นควรเน้นวิธีใด
13 ข้อใดเป็นประโยชน์ของการนำก้านจากมาจักสาน
14 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ควรคำนึงถึงเรื่องใด
15 บุคคลภูมิปัญญาท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญอย่างไร
16 การจักสานก้านจากสามารถนำไปบูรณาการกับการเรียนรู้ด้านใดได้บ้าง
17 การบันทึกขั้นตอนการจักสานมีประโยชน์อย่างไร
18 การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อดิจิทัลมีประโยชน์อย่างไร
19 สิ่งใดช่วยให้ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากคงอยู่ต่อไป
20 เป้าหมายสำคัญของการเรียนรู้ภูมิปัญญาการจักสานก้านจากคือข้อใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ