1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง

แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง

รายละเอียดหลักสูตร

เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนที่พัฒนาขึ้นควบคู่กับ โครงการฝายคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรตามแนวพระราชดำริ

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง
1. ประวัติศูนย์เรียนรู้

ชื่อศูนย์: ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง
สถานที่ตั้ง: ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
ลักษณะ: ศูนย์เรียนรู้และแหล่งศึกษาดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตร และการจัดการทรัพยากร

ความเป็นมา

โครงการฝายคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลลิพังที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค จึงมีการขอพระราชทานพระมหากรุณาให้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการก่อสร้างฝายทดน้ำคลองลิพัง พร้อมระบบส่งน้ำและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โครงการดังกล่าวได้รับการรับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จากการพัฒนาแหล่งน้ำ จึงมีการนำพื้นที่และองค์ความรู้มาต่อยอดสู่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ตำบลลิพัง เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์แห่งนี้สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร ประชาชน และผู้สนใจ โดยเน้นการเรียนรู้จาก “การลงมือปฏิบัติจริง” และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือนและชุมชน

## ลักษณะทางกายภาพ

### ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ตำบลลิพัง

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ตำบลลิพัง ตั้งอยู่ **หมู่ที่ 2 ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง** มีพื้นที่ประมาณ **21 ไร่** เป็นพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโครงการฝายคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร การจัดการทรัพยากร และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สภาพพื้นที่ของศูนย์มีลักษณะเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่สาธิตการเรียนรู้ โดยมีการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับกิจกรรมทางการเกษตรหลายรูปแบบ สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ตั้งแต่ **การจัดการน้ำ การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ การประมง การทำปุ๋ย และการใช้เทคโนโลยีในการเกษตร** เข้าด้วยกันเป็นระบบ

ภายในพื้นที่มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ **พื้นที่ปศุสัตว์สำหรับเลี้ยงไก่และแปลงหญ้า แปลงสาธิตพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน บ่อสาธิตแหนแดง แปลงเกษตรผสมผสาน ระบบน้ำอัจฉริยะ และพื้นที่สาธิตการทำปุ๋ยหมัก** นอกจากนี้ยังมีฐานด้านประมง ได้แก่ การเลี้ยงปลาและการเลี้ยงกบ ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่สาธิตและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงได้

ในด้านทรัพยากรน้ำ ศูนย์มีความเชื่อมโยงกับ **โครงการฝายคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ** ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมระบบส่งน้ำและระบบสำหรับน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชนในพื้นที่ โดยดำเนินการแล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. 2543

ลักษณะทางกายภาพของศูนย์จึงสะท้อนแนวคิด **“น้ำเป็นต้นทุน การเกษตรเป็นฐาน และการเรียนรู้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต”** โดยจัดพื้นที่ให้ผู้เรียน เกษตรกร และประชาชนสามารถเรียนรู้จากสถานที่จริง เห็นกระบวนการผลิตจริง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือนและชุมชนได้

### องค์ประกอบทางกายภาพที่สำคัญ

1. **พื้นที่แหล่งน้ำและระบบจัดการน้ำ**
เป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการใช้ประโยชน์ในชุมชน

2. **พื้นที่เกษตรผสมผสาน**
จัดแสดงการปลูกพืชหลายชนิดและการเชื่อมโยงกิจกรรมทางการเกษตร เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

3. **แปลงพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน**
เป็นพื้นที่สาธิตการปลูกและดูแลพืชที่มีความเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่น

4. **พื้นที่ปศุสัตว์**
ใช้สำหรับสาธิตการเลี้ยงไก่และการจัดการแปลงหญ้า

5. **พื้นที่ประมง**
ประกอบด้วยพื้นที่สาธิตการเลี้ยงปลาและการเลี้ยงกบ

6. **บ่อแหนแดง**
ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการนำแหนแดงมาใช้ประโยชน์ในระบบเกษตร

7. **พื้นที่ทำปุ๋ยหมัก**
แสดงการนำเศษวัสดุอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อลดของเสียและลดต้นทุนการผลิต

8. **ระบบน้ำอัจฉริยะ**
เป็นพื้นที่เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ

9. **พื้นที่พืชผักและพืชพื้นเมือง**
ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพืชในท้องถิ่น

10. **พื้นที่สำหรับการถ่ายทอดองค์ความรู้**
ใช้รองรับการศึกษาดูงาน การสาธิต การฝึกปฏิบัติ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชน

### ภาพรวมลักษณะพื้นที่

**แหล่งน้ำ → เกษตรผสมผสาน → ปศุสัตว์ → ประมง → ปุ๋ยหมัก → พืชผัก → ระบบน้ำอัจฉริยะ → การถ่ายทอดความรู้ → การนำไปใช้ในครัวเรือนและชุมชน**

การจัดพื้นที่ดังกล่าวทำให้ศูนย์มีลักษณะเป็น **“แหล่งเรียนรู้มีชีวิต” (Living Learning Center)** ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสภาพจริงและเห็นความสัมพันธ์ของทรัพยากร น้ำ ดิน พืช สัตว์ และคน ตามแนวทางการพัฒนาอย่างพอเพียงและยั่งยืน

นี่คือรายละเอียดเนื้อหา "🎓 คุณค่าด้านการเรียนรู้ (Learning Values)" ของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง ที่เรียบเรียงให้อย่างละเอียด สมบูรณ์ และครอบคลุมความยาวประมาณ 2 หน้ากระดาษ (A4) สำหรับนำไปใช้จัดทำคู่มือการเรียนรู้ รายงานโครงการ หรือเอกสารประกอบหลักสูตรครับ

🎓 คุณค่าด้านการเรียนรู้ (Learning Values)
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง มุ่งเน้นการเป็นแหล่งเรียนรู้ชีววิถีตลอดชีวิตที่ผสมผสานศาสตร์พระราชาเข้ากับบริบทพื้นที่จริง โดยมิได้มุ่งหวังเพียงการถ่ายทอดเนื้อหาเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังกระบวนการคิด ทักษะปฏิบัติ และค่านิยมในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน คุณค่าด้านการเรียนรู้ของศูนย์ฯ สามารถจำแนกและอธิบายรายละเอียดเชิงลึกได้ดังนี้

1. การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Action Learning & Hands-on Experience)
กระบวนการเรียนรู้ของศูนย์ฯ ยึดหลัก "การลงมือปฏิบัติจริง" เป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและจดจำได้ยาวนานที่สุดเกิดจากการที่ผู้เรียนได้ใช้สัมผัสทั้งห้าในการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมจริง

กระบวนการเรียนรู้ผ่านสัมผัสและประสบการณ์ (Experiential Learning Cycle): ผู้เรียนจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟังบรรยาย แต่จะได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่จริงเพื่อสังเกต ทดลอง และสัมผัสกับระบบการเกษตรจริง เช่น การทดลองผสมสูตรดินปลูก การทดลองทำน้ำหมักชีวภาพ การฝึกให้อาหารสัตว์ตามช่วงวัย และการทดสอบระบบน้ำ

การแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง (Problem-Based Learning): ในระหว่างการลงมือปฏิบัติ ผู้เรียนจะได้เผชิญกับโจทย์และปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในแปลงเกษตร เช่น สภาพดินเสื่อมโทรม ศัตรูพืช หรือความผันผวนของสภาพอากาศ กระบวนการนี้ช่วยฝึกให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ การสังเกตอย่างมีระบบ และการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่

การถอดบทเรียนเพื่อสร้างองค์ความรู้ของตนเอง (Reflective Practice): หลังจากลงมือปฏิบัติจริง ผู้เรียนจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สรุปผลการทดลอง และถอดบทเรียนร่วมกับวิทยากรปราชญ์ชาวบ้าน ทำให้เกิดการตกผลึกเป็นความเข้าใจลึกซึ้งที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงการท่องจำขั้นตอน

2. การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Local Wisdom Hybridized with Innovation)
ศูนย์ฯ ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการสะพานเชื่อมระหว่าง "ภูมิปัญญาพื้นบ้าน" อันเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมการเกษตร กับ "เทคโนโลยีสมัยใหม่" เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและแก้จุดอ่อนของการทำเกษตรแบบเดิม

การผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิม: การนำความรู้เรื่องทิศทางแสงแดด ฤดูกาล การใช้วัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น พืชสมุนไพรไล่แมลง หรือวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มาใช้เป็นพื้นฐานในการทำเกษตรกรรม

การประยุกต์ใช้นวัตกรรมเกษตรแม่นยำ (Smart Agriculture): การนำเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Irrigation System) เข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำในแปลงสาธิต โดยใช้อุปกรณ์เซนเซอร์วัดความชื้นในดินและอุณหภูมิ ควบคุมการเปิด-ปิดน้ำผ่านระบบอัตโนมัติหรือแอปพลิเคชัน

คุณค่าที่เกิดขึ้นต่อผู้เรียน: ผู้เรียนจะได้เห็นเชิงประจักษ์ว่า เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวหรือขัดแย้งกับวิถีพอเพียง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดแรงงาน ประหยัดเวลา และเพิ่มความแม่นยำในการจัดการทรัพยากร ทำให้คนรุ่นใหม่และเกษตรกรยุคใหม่เห็นความเป็นไปได้ในการทำเกษตรกรรมยั่งยืน

3. การสร้างความมั่นคงทางอาหารและชีวิต (Food & Life Security)
คุณค่าสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการปลูกฝังจิตสำนึกและทักษะการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและวิกฤตการณ์ต่างๆ

ระบบเกษตรผสมผสานและการหมุนเวียนทรัพยากร (Zero Waste Agriculture): ผู้เรียนจะได้ศึกษาระบบนิเวศเกษตรที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ได้แก่

แหล่งน้ำ: เป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับพืชและสัตว์ และเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงระบบนิเวศ

พืชผักและสวนผลไม้: ให้ผลผลิตเป็นอาหารและสร้างรายได้

ปศุสัตว์และประมง: ให้โปรตีนแก่ครัวเรือน โดยมูลสัตว์นำไปทำ ก๊าซชีวภาพ (Biogas) สำหรับหุงต้ม และนำไปทำ ปุ๋ยหมักหมุนเวียน กลับคืนสู่แปลงพืช

การลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในครัวเรือน: การเรียนรู้การผลิตปัจจัยการผลิตเอง เช่น ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และอาหารสัตว์ลดต้นทุน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเกษตรอย่างเห็นผล ขณะเดียวกัน ผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือนสามารถนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริม

การสร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิต: การมีความรู้ในการผลิตอาหารปลอดภัยด้วยตนเอง ถือเป็นการสร้างหลักประกันและความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้แก่ครอบครัวในทุกสภาวการณ์

4. จิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Consciousness)
การเรียนรู้ภายในศูนย์ฯ มุ่งเน้นการสร้างเจตคติ (Attitude) และความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรักและผูกพันกับสิ่งแวดล้อม

การเข้าใจคุณค่าของทรัพยากรน้ำ: ผ่านการศึกษาประวัติความเป็นมาของฝายทดน้ำคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผู้เรียนจะได้ตระหนักถึงความยากลำบากในอดีตยามขาดแคลนน้ำ นำไปสู่การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศดินและป่า: การเรียนรู้โทษของสารเคมีทางการเกษตร และการเห็นผลดีของการใช้หญ้าแฝกเพื่อยึดหน้าดิน การปลูกพืชตระกูลถั่วปรับปรุงดิน และการคืนชีวิตให้ดินด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติ ช่วยสร้างจิตสำนึกในการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): การสอนให้ผู้เรียนมองเห็นคุณค่าของ "ขยะ" หรือ "เศษวัสดุเหลือทิ้ง" นำกลับมาใช้ซ้ำและแปรรูปเป็นพลังงานและปุ๋ย ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการสร้างมลพิษแก่ชุมชน

5. การขยายผลสู่ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน (Community Empowerment & Sustainability)
คุณค่าของการเรียนรู้ไม่ได้จบลงเพียงแค่ตัวบุคคล แต่มีเป้าหมายเพื่อการส่งต่อและสร้างแรงกระทบเชิงบวก (Social Impact) ให้กับสังคมในวงกว้าง

การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning Hub): ศูนย์ฯ เปิดพื้นที่ให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลาย เช่น การเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน กับความสนใจของนักเรียน นักศึกษา และความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่

การถอดบทเรียนสู่การปฏิบัติระดับครัวเรือน: ส่งเสริมให้ผู้เรียนนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปทดลองปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง เริ่มจากแปลงเล็กๆ ในบ้าน ขยายผลสู่ระดับไร่นา และนำไปสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน เช่น กลุ่มเกษตรอินทรีย์ หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและส่งต่อภูมิปัญญา: การสร้างเครือข่ายผู้เจริญรอยตามรอยพระราชดำริ เพื่อร่วมกันถอดบทเรียน ถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนรุ่นหลัง และร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ และมีการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
💡 สรุปภาพรวมคุณค่าการเรียนรู้
การเรียนรู้ ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง จึงเป็นการเรียนรู้ที่ "ลงมือทำจริง - อิงนวัตกรรม - นำสู่ความมั่นคง - ดำรงสิ่งแวดล้อม - ยกระดับชุมชน" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคนและสังคมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

กิจกรรมการเรียนรู้
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้น การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Learning by Doing) เปิดโอกาสให้ผู้เรียน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ศึกษา สังเกต ทดลอง และลงมือปฏิบัติในฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ครัวเรือน และชุมชน
1. กิจกรรมเรียนรู้ประวัติและความเป็นมาของโครงการ
ผู้เรียนศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของ โครงการฝายคลองลิพังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชนในพื้นที่ แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ และการต่อยอดจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสู่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรม
ชมสื่อ/นิทรรศการเกี่ยวกับโครงการ
ฟังบรรยายจากวิทยากร
ศึกษาเส้นทางการพัฒนาจาก “แหล่งน้ำ” สู่ “แหล่งเรียนรู้”
ร่วมอภิปรายสิ่งที่ได้รับจากโครงการ
2. กิจกรรมเรียนรู้การจัดการน้ำ
เรียนรู้ความสำคัญของน้ำต่อการดำรงชีวิตและการเกษตร รวมทั้งแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด
กิจกรรม
สำรวจแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ
เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร
ทดลองวางแผนการใช้น้ำในแปลงเกษตร
ร่วมเสนอแนวทางประหยัดน้ำในครัวเรือน
3. กิจกรรมเรียนรู้เกษตรผสมผสาน
เรียนรู้การจัดกิจกรรมทางการเกษตรหลายรูปแบบให้สามารถเกื้อกูลกัน เช่น พืช สัตว์ ประมง และการจัดการวัสดุเหลือใช้
กิจกรรม
สำรวจแปลงเกษตร
เรียนรู้การปลูกพืชหลากหลายชนิด
ทดลองวางผังพื้นที่เกษตรผสมผสาน
วิเคราะห์ต้นทุนและประโยชน์ที่ได้รับ
4. กิจกรรมเรียนรู้การปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน

เรียนรู้การปลูกและดูแลพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ซึ่งเป็นพืชที่มีความเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น
กิจกรรม
ศึกษาลักษณะของต้นพริกไทย
เรียนรู้การเตรียมพื้นที่และวัสดุปลูก
สาธิตการดูแลรักษา
เรียนรู้การเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์
5. กิจกรรมเรียนรู้ด้านปศุสัตว์

เรียนรู้การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือน
กิจกรรม
ศึกษาการเลี้ยงไก่
เรียนรู้การจัดการโรงเรือน
ศึกษาการจัดการอาหารสัตว์
เรียนรู้การนำมูลสัตว์ไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย
6. กิจกรรมเรียนรู้ด้านประมง

เรียนรู้การเลี้ยงปลาและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์ต่อครัวเรือน
กิจกรรม
สำรวจบ่อเลี้ยงปลา
เรียนรู้การเตรียมบ่อ
เรียนรู้การให้อาหารปลา
ศึกษาการดูแลและการเก็บเกี่ยวผลผลิต
7. กิจกรรมเรียนรู้การเลี้ยงกบ

เรียนรู้การเลี้ยงกบเป็นแหล่งอาหารและอาชีพเสริม
กิจกรรม
ศึกษาลักษณะและวงจรชีวิตของกบ
เรียนรู้การเตรียมสถานที่เลี้ยง
ศึกษาการให้อาหารและการดูแล
วิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนเบื้องต้น
8. กิจกรรมเรียนรู้แหนแดง

เรียนรู้การใช้แหนแดงเป็นทรัพยากรในระบบเกษตรและการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุน
กิจกรรม
ศึกษาลักษณะและการขยายพันธุ์แหนแดง
สาธิตการเพาะเลี้ยง
เรียนรู้การนำแหนแดงไปใช้ประโยชน์
ทดลองวางแผนการใช้แหนแดงในแปลงเกษตร
9. กิจกรรมเรียนรู้การทำปุ๋ยหมัก

ส่งเสริมการนำเศษวัสดุอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์ ลดปริมาณขยะ และลดต้นทุนด้านปุ๋ย
กิจกรรม
คัดแยกวัสดุสำหรับทำปุ๋ยหมัก
สาธิตขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก
ฝึกปฏิบัติการผสมวัสดุ
เรียนรู้วิธีดูแลและตรวจสอบความพร้อมของปุ๋ยหมัก
10. กิจกรรมเรียนรู้ระบบน้ำอัจฉริยะ
เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำในภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ
กิจกรรม
สาธิตระบบควบคุมการให้น้ำ
เรียนรู้การทำงานของอุปกรณ์
ทดลองวางแผนการให้น้ำตามความต้องการของพืช
วิเคราะห์ประโยชน์ของเทคโนโลยีต่อการลดต้นทุน
11. กิจกรรมอนุรักษ์และขยายพันธุ์ผักพื้นเมืองภาคใต้
ส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของทรัพยากรท้องถิ่นและร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นเมือง
กิจกรรม
สำรวจชนิดของผักพื้นเมือง
เรียนรู้วิธีขยายพันธุ์
ฝึกการเพาะเมล็ด/ปักชำตามชนิดพืช
แลกเปลี่ยนภูมิปัญญาการนำผักพื้นเมืองมาใช้ประกอบอาหาร
12. กิจกรรม “น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชีวิตประจำวัน”
ให้ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้จากฐานเรียนรู้ต่าง ๆ กับหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
3 ห่วง

พอประมาณ
มีเหตุผล
มีภูมิคุ้มกันที่ดี

2 เงื่อนไข

ความรู้
คุณธรรม

กิจกรรม

วิเคราะห์สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
ออกแบบกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงที่ทำได้ในครัวเรือน
จัดทำแผน “1 ครัวเรือน 1 กิจกรรมพอเพียง”
นำเสนอแนวคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นที่ 1 สำรวจและสร้างความสนใจ
ผู้เรียนสำรวจพื้นที่และเรียนรู้ความเป็นมาของศูนย์

⬇️

ขั้นที่ 2 เรียนรู้จากฐาน
หมุนเวียนศึกษาฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ

⬇️

ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติจริง
ทดลอง ปฏิบัติ และเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

⬇️

ขั้นที่ 4 แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผู้เรียนสะท้อนสิ่งที่ค้นพบและแลกเปลี่ยนประสบการณ์

⬇️

ขั้นที่ 5 นำไปประยุกต์ใช้
ออกแบบกิจกรรมที่สามารถนำกลับไปทำได้จริงในครัวเรือนและชุมชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง
ผู้เรียนเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้เรียนมีทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริง
ผู้เรียนสามารถนำความรู้ด้านการเกษตรไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือน
ผู้เรียนสามารถวางแผนลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้
ผู้เรียนเห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการต่อยอดองค์ความรู้สู่ชุมชน
แนวคิดสำคัญ

“เรียนรู้จากพื้นที่จริง
ลงมือทำจริง
ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
พึ่งพาตนเอง
สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน”

🌿 การอนุรักษ์และการพัฒนา (Conservation & Development)
การดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด "อนุรักษ์เพื่อการพัฒนา พัฒนาอย่างอนุรักษ์" ซึ่งเป็นการประสานศาสตร์พระราชาเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยแบ่งรายละเอียดออกเป็น 2 มิติหลัก ดังนี้

💧 1. ด้านการอนุรักษ์ (Conservation)
มุ่งเน้นการฟื้นฟู รักษา และดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดความสมดุลเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน

การอนุรักษ์แหล่งน้ำและป่าต้นน้ำ (Water & Watershed Conservation)

ฝายทดน้ำชะลอความชุ่มชื้น: การสร้างฝายตามแนวพระราชดำริช่วยลดความเร็วการไหลของน้ำในฤดูน้ำหลาก กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และช่วยเพิ่มความชื้นให้กับดินและป่าไม้โดยรอบ

การปกป้องป่าต้นน้ำคลองลิพัง: รณรงค์และสร้างข้อตกลงร่วมกันในชุมชนเพื่อหยุดยั้งการบุกรุกป่าต้นน้ำ พร้อมทั้งปลูกป่าเสริมเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและการตลิ่งพัง

การอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศเกษตร (Soil & Agro-Ecosystem Conservation)

การปรับปรุงดินด้วยวิธีธรรมชาติ: เลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีที่เป็นพิษ หันมาปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักมูลสัตว์ ปุ๋ยหมักชีวภาพ และน้ำหมักจุลินทรีย์ เพื่อคืนชีวิตให้จุลินทรีย์ในดิน

การใช้พืชอนุรักษ์ดิน: ปลูก หญ้าแฝก เพื่อยึดเกาะหน้าดินและกรองตะกอนดินก่อนไหลลงแหล่งน้ำ และปลูก พืชตระกูลถั่ว เป็นพืชคลุมดินเพื่อเพิ่มไนโตรเจนและตรึงสารอาหารให้แก่ดิน

การใช้นวัตกรรมเพื่อประหยัดพลังงานและทรัพยากร (Eco-Innovation & Resource Efficiency)

ระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Irrigation): ติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้นในดินเชื่อมต่อกับระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติ ช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ และมั่นใจได้ว่าพืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมพอดี

พลังงานหมุนเวียนและระบบชีวมวล: นำมูลสัตว์จากแปลงปศุสัตว์เข้าสู่ระบบหมักก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อนำก๊าซมาใช้เป็นพลังงานความร้อนในครัวเรือน ช่วยลดการใช้แก๊สหุงต้มและลดขยะอินทรีย์ในชุมชน

🚀 2. ด้านการพัฒนา (Development)
มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร สร้างอาชีพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนบนพื้นฐานของความพอเพียง

การพัฒนาอาชีพและความมั่นคงทางอาหาร (Career Development & Food Security)

เกษตรผสมผสานแบบพึ่งตนเอง: จัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระบบโดยรวมการปลูกพืชผัก สวนผลไม้ ปศุสัตว์ และประมงไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ชุมชนมีแหล่งอาหารที่ปลอดภัยไว้บริโภคตลอดปี

การลดต้นทุนและเพิ่มรายได้สุทธิ: สอนเทคนิคการทำปุ๋ยใช้เอง การผลิตอาหารสัตว์ลดต้นทุนจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ทำให้เกษตรกรลดภาระค่าใช้จ่ายและมีรายได้เหลือเก็บมากขึ้น

การพัฒนาคนและศักยภาพชุมชน (Human Resource & Capacity Building)

ศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Center): เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดกว้างสำหรับนักเรียน เกษตรกร และหน่วยงานศึกษาดูงาน โดยเน้นกระบวนการ Action Learning (เรียนรู้จากการลงมือทำจริง)

การสร้างกระบวนการคิดและแก้ปัญหา: ฝึกให้เกษตรกรและผู้เรียนรู้จักการสังเกต วิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่ของตนเอง และวางแผนแก้ปัญหาโดยใช้หลักเหตุและผลตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน (Sustainable Community Empowerment)

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ: ขยายผลจากความสำเร็จในระดับครัวเรือนไปสู่การตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การแปรรูปผลผลิต และการบริหารจัดการตลาดร่วมกัน

การส่งต่อภูมิปัญญาและสร้างเครือข่าย: จัดทำถอดบทเรียน ความรู้ และนวัตกรรมของศูนย์ฯ เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง พร้อมสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับศูนย์เรียนรู้อื่นๆ ในระดับจังหวัดและประเทศ

🔄 หัวใจสำคัญ: "อนุรักษ์เพื่อการพัฒนา พัฒนาอย่างอนุรักษ์"
การอนุรักษ์ เป็นการวางรากฐานทางธรรมชาติให้สมบูรณ์ เพื่อให้เรามีทรัพยากร น้ำ ดิน และป่าไม้ ไว้ใช้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น

การพัฒนา เป็นการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด เพื่อยกย่องคุณภาพชีวิต รักษาสภาพแวดล้อม และสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง (15 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/15 ข้อ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง
1 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการพระราชดำริฝายคลองลิพัง ตั้งอยู่ในพื้นที่ใด
2 ปัญหาสำคัญของประชาชนในพื้นที่ก่อนมีโครงการฝายคลองลิพังคืออะไร
3 โครงการฝายคลองลิพังเกิดขึ้นจากแนวทางใด
4 วัตถุประสงค์สำคัญของการก่อสร้างฝายทดน้ำคลองลิพังคือข้อใด
5 หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วยอะไร
6 ข้อใดเป็น “3 ห่วง” ของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
7 ข้อใดเป็น “2 เงื่อนไข” ของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
8 การทำเกษตรผสมผสานมีข้อดีอย่างไร
9 ข้อใดเป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
10 การเรียนรู้ของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เน้นรูปแบบใด
11 ข้อใดเป็นกลุ่มเป้าหมายของศูนย์เรียนรู้
12 ข้อใดเป็นฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์
13 การนำระบบน้ำอัจฉริยะมาใช้ในภาคการเกษตรมีประโยชน์อย่างไร
14 หากผู้เรียนต้องการนำแนวคิดจากศูนย์เรียนรู้ไปใช้ที่บ้าน ควรเริ่มต้นอย่างไร
15 ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้คือข้อใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /15 ข้อ