1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี

แหล่งเรียนรู้: พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี

รายละเอียดหลักสูตร

การทำพวงหรีดจากผ้าทอนาหมื่นศรี

จำนวนชั่วโมงเรียน
2.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

นาหมื่นศรีเป็นชื่อตำบลหนึ่งในอำเภอนาโยง ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดตรัง ตรังเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทยด้านฝั่งทะเลตะวันตก มีหลักฐานความเป็นมาที่ยาวนาน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตรังเป็นเมืองท่าโบราณที่มีประวัติยาวนานนับพันปี สามารถย้อนกลับไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ผู้คนยังไม่รู้จักสื่อสารด้วยตัวอักษร มีหลักฐานตามถ้ำเขาต่าง ๆ ว่าบรรพบุรุษของชาวตรังอาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้มาไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ ปี
ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยความรุ่งเรืองของอาณาจักรโบราณในภาคใต้ เช่น ตามพรลิงค์ ศรีวิชัย แม่น้ำตรังเป็นหนึ่งในเส้นทางข้ามคาบสมุทรของผู้คนจากอินเดีย อาหรับ ตลอดจนยุโรป แสดงให้เห็นว่าท่าเรือเมืองตรังเป็นประตูทางผ่านศาสนา การค้าและการทูตจากต่างแดนตั้งแต่เริ่มอาณาจักรโบราณในภาคใต้ โดยเมืองตรังมีชื่อในฐานะเป็นหนึ่งในเมือง ๑๒ นักษัตร ของนครศรีธรรมราช ในอดีต เมืองตรังมักจะถูกกล่าวชื่อในฐานะส่วนหนึ่งของนครศรีธรรมราชมาตลอด จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงได้เปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของหัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก และต่อมาเมื่อมีระบบมณฑลเทศาภิบาล ตรังอยู่ในการปกครองของมณฑลภูเก็ต หลังการประกาศยุบเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาล ตรังเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยมาจนปัจจุบัน
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผ้ายกเป็นที่นิยมในราชสำนักและแวดวงสังคมชั้นสูง จากเอกสารจดหมายเหตุ พระราชกิจรายวันวันที่ 29 มิถุนายน 2458 กล่าวถึงในสมัยที่รัชกาล ที่ 6 เสด็จจังหวัดตรัง ว่า “สมุหเทศาภิบาลมณฑลได้ทรงจัดผ้าพรรณทุกอย่างซึ่งเป็นของทำในพื้นบ้าน เช่น ผ้ายก ผ้าราชวัตร ผ้าตาสมุก ผ้าคาด ผ้าเช็ดหน้า ถวายประทานแจกแก่ข้าราชการตามสมควร” และได้ปรากฎหลักฐานจากจดหมายเหตุว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.128 ได้ทอดพระเนตรผ้าทอที่เมืองตรัง ข้อความตอนหนึ่งว่า "ใต้ถุนเรือนใช้เป็นที่หัดทอผ้ามีผู้หญิงมาหัดทอมาก" ย่อมแสดงว่าผ้าทอเมืองตรังมีมาก รวมทั้งในชุมชนนาหมื่นศรีด้วย
จากเอกสารจดหมายเหตุ พระราชกิจรายวันวันที่ 29 มิถุนายน 2458 กล่าวถึงในสมัยที่รัชกาล ที่ 6 เสด็จจังหวัดตรัง ว่า “สมุหเทศาภิบาลมณฑล ได้ทรงจัดผ้าพรรณทุกอย่างซึ่งเป็นของทำในพื้นบ้าน เช่น ผ้ายก ผ้าราชวัตร ผ้าตาสมุก ผ้าคาด ผ้าเช็ดหน้า ถวายประทานแจกแก่ข้าราชการตามสมควร” และได้ปรากฎหลักฐานจากจดหมายเหตุว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.128 ได้ทอดพระเนตรผ้าทอที่เมืองตรัง ข้อความตอนหนึ่งว่า "ใต้ถุนเรือนใช้เป็นที่หัดทอผ้ามีผู้หญิงมาหัดทอมาก" ย่อมแสดงว่าผ้าทอเมืองตรังมีมาก รวมทั้งในชุมชนนาหมื่นศรีด้วย
จากคำบอกเล่าของคนเฒ่า คนแก่แห่งบ้านนาหมื่นศรี ทำให้รู้ว่าการทอผ้าได้ขาดหายไปช่วงหนึ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเพราะขาดเส้นด้ายที่จะใช้ทำวัตถุดิบ รวมทั้งการทอผ้าประจำบ้านที่ใช้วัสดุธรรมชาติปั่นฝ้ายย้อมสีเองก็ลดลง เนื่องจากการมีเส้นใยย้อมสีสำเร็จรูปเข้ามาแทนที่ หรือการมีผ้าจากโรงงานและเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สามารถซื้อได้ง่ายกว่าการลงมือทอเอง การทอผ้านาหมื่นศรีฟื้นคืนมาอีกครั้งเมื่อราว พ.ศ.2514 โดยยายนาง ช่วยรอด คนดั้งเดิมของหมู่บ้านรวบรวมคนทอผ้าอายุรุ่นเดียวกัน ได้ 3 คน คือ ยายผอม ขุนทอง ยายอิน เชยชื่นจิตร และยายเฉิ่ม ชูบัว ช่วยกันซ่อมแซม กี่ กับเครื่องมือเก่าๆ ให้ใช้การได้แล้วลงมือทอผ้าด้วยความตั้งใจว่าจะให้ลูกหลานได้รู้จักผ้าทอและวิธีทอผ้าแบบดั้งเดิม ต่อมา นางกุศล นิลลออ บุตรสาวของยายนาง เป็นผู้รับช่วงกิจกรรมงานทอผ้า จากนั้นหน่วยงานราชการได้ให้ความสนใจและเข้ามาส่งเสริม

ผ้าทอนาหมื่นศรี แบ่งตามลักษณะโครงสร้างของผืนผ้า ได้ 3 ชนิด ได้แก่ ผ้าพื้น ผ้าตา และ ผ้ายกดอก ซึ่งแต่ละชนิดแบ่งย่อยเป็นชื่อลายต่างๆได้อีกหลายลาย
ผ้าพื้น เป็นผ้าที่ใช้ด้ายยืนสีเดียว มีผ้าพื้นธรรมดา แบ่งเป็นผ้าพื้นสีเรียบและผ้าพื้นสีเหลือบ ผ้าหางกระรอก และผ้าล่อง หรือผ้าริ้ว มีลายต่างๆ ได้แก่ ลายหัวพลู ลายดอกเข็ม ลายดอกข่อย
ผ้าตา เป็นผ้าที่ใช้ด้ายยืนสลับกันตั้งแต่สองสีขึ้นไป ลายตาสมุก ลายลูกโซ่ตาราง ลายตานก และ ลายดอกมุด
ผ้ายกดอก เป็นผ้าที่ใช้ด้ายพุ่ง 2 ชนิด เกิดจากการทอด้วยวิธียกดอก หรือการสร้างลวดลาย โดยการเพิ่มด้ายพุ่ง มักใช้ลวดลายดั้งเดิมที่มีความซับซ้อน ใช้จำนวนตะกอ (เขา) มาก ในอดีตมีการทอผ้าเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีจำนวนตะกอนับร้อย ลวดลายเฉพาะของผ้ายกนาหมื่นศรี ได้แก่ ลายลูกแก้ว ลายแก้วชิงดวง ลายลูกแก้วโข่ง ลายลูกแก้วสี่หน่วยใน ลายราชวัตร ลายดอกจัน ลายเกสร ลายดอกกก ลายดอกพิกุล ปัจจุบันมีลวดลายที่นิยมทอเพิ่มอีกกว่า 30 ลาย เช่น ลายพิกุลแก้ว ลายดาวล้อมเดือน ลายลูกแก้วลูกศร ลายขนมเปียกปูน ลายลูกหวาย ลายจัตุรัส ลายดาวล้อมเดือน ลายช่อมาลัย ลายช่อลอกอ ลายดอกมะพร้าว ลายดอกเทืยน ลายท้ายมังคุด ลายเม็ดแตง ลายข้าวหลามตัด ลายราชวัตรห้อง ลายทีนัด ลายครุฑ ลายนกเหวก(นกการะเวก) ลายตุ๊กตาถือดอกบัว ลายกินรี ลายตัวหนังสือ และลายประสม

ลายดอกพิกุล เป็นลวดลายผ้าโบราณที่มีการออกแบบสำหรับทอผ้ายกลำพูนในอดีต ซึ่งต่อมาได้มีการออกแบบลวดลายดอกพิกุลที่หลากหลายขึ้น เช่น พิกุลเครือ พิกุลมีขอบ พิกุลก้านแย่ง พิกุลเชิงใหญ่ พิกุลถมเกสร พิกุลเล็ก พิกุลใหญ่ พิกุลสมเด็จ และพิกุลกลม เป็นต้น ซึ่งแต่ละลวดลายจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันคือ ขนาดของดอกพิกุล และสีสันของเส้นไหมหรือดิ้นเงิน ดิ้นทองที่กำหนดลงไปให้แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลวดลายอื่นๆ ลงไปประกอบกับดอกพิกุลเช่น การเพิ่มกลีบ ก้าน ใบ เกสร และการเพิ่มเหลี่ยมของดอกพิกุล เป็นต้น เนื่องด้วยลายดอกพิกุลเป็นลวดลายโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้ายกลำพูน และเป็นที่รู้จักของคนส่วนมาก ดังนั้นผู้ออกแบบจึงนิยมนำลายดอกพิกุลมาผสมผสานกับลวดลายประยุกต์อื่นๆ เพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของผ้ายกลำพูนให้ดำรงอยู่สืบไป

กี่ที่ใช้ทอผ้านาหมื่นศรีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. กี่พื้นเมือง การทอผ้าของชาวบ้านนาหมื่นศรีในอดีตมักจะทอด้วยหูกซึ่งเป็นกี่ทอผ้าแบบพื้นเมือง เป็นกี่ขนาดเล็ก ในภาคใต้ช่างทอเรียกกันว่า กี่เตี้ย การสอดเส้นพุ่งจะใช้ “ตรน” ที่ทำมาจากไม้ไผ่ลำเล็กๆแทนกระสวย ปัจจุบันกี่แบบนี้มักจะทอผ้าบางชนิดเท่านั้น ส่วนใหญ่จะทอเป็นผ้าเช็ดหน้า ผ้าพานช้าง (ใช้ในพิธีศพ) ผ้าสไบ ทั้งนี้เพราะกี่ประเภทนี้เป็นกี่ขนาดเล็ก ทอผ้าได้ช้า ลายที่ทอส่วนใหญ่เป็นลายลูกแก้ว และลูกแก้วชิงดวง
2. กี่กระตุก เป็นกี่ทอผ้าชนิดหนึ่งที่มีสายกระตุกเพื่อให้กระสวยพุ่งไปได้เอง ชาวนาหมื่นศรีจะทอด้วยกี่กระตุกสำหรับผ้าที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกี่ที่ทอได้เร็วและสามารถทอผ้าหน้ากว้าง ๆ ได้ ขณะที่ทอมือและเท้าจะสัมพันธ์กัน และทอได้เร็วกว่ากี่พื้นเมือง ส่วนใหญ่จะทอผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า มีลายต่าง ๆ เช่น ลายตาหมากรุก ลายหางกระรอก ลายดอกจัน

ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา
ลักษณะพิเศษ ของผ้าทอนาหมื่นศรี ได้แก่ โครงสร้างของผืนผ้า ลวดลายและสี ผู้ทอที่มีฝีมือจะนำลายหลายๆลายมารวมไว้ เช่น ลายลูกแก้วใหญ่ ลายลูกแก้วสี่หน่วยใน ลายดอกจัน บางผืนประสมเฉพาะชุดลูกแก้ว เป็นต้น ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ด้านสี ถ้าเป็นประเภทผ้าห่ม และผ้าเช็ดหน้ายกดอก ที่ทอขึ้นใช้เองหรือให้แก่กัน จะใช้ด้ายยืนสีแดง ยกดอกสีเหลือง มีบ้างที่ยกดอกสีขาวหรือสีเขียว หากเป็นผ้าทอเพื่อขาย พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงสีด้ายยืน และด้ายพุ่งตามความต้องการตลาด และในกรณีทอใช้เอง ยังคงเป็นสีแดงเหลืองไม่เปลี่ยนแปลง

ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา
ลายแก้วชิงดวง
ลายแก้วชิงดวง ลักษณะลวดลายเป็นวงกลมหรือรูปไข่เกี่ยวร้อยทับกันภายในช่องที่เป็นใจกลางมีลูกแก้วฝูง 4 เม็ดส่วนช่องที่เกี่ยวทับกัน4ช่องใน 1 วงจะมีลูกแก้วฝูงช่องละ 2 เม็ด ซึ่งจะอยู่ในเขตของวงกลม 2 วง เหมือนแก้ว 2 ดวงแย่งชิงกันอยู่จึงเรียกชื่อลายว่าแก้วชิงดวง

ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา
ผ้าพานช้าง

ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา
ลายราชวัตร

ผ้าทอนาหมื่นศรี มีการทอหลายรูปแบบตามประโยชน์ใช้สอย ได้แก่ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าสำหรับนุ่งห่ม เช่น ผ้าผืนยาวสำหรับโจงกระเบน ผ้าถุง ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า ผ้าเบี่ยงหรือผ้าสไบ และผ้าทอด้วยจุดประสงค์พิเศษ เช่น ผ้าพานช้าง ผ้าอาสนะ และผ้าตั้ง
ผ้าพานช้าง เป็นผ้าที่ทอเป็นผ้าเช็ดหน้าต่อกันยาวๆ จำนวน ๘ – ๑๒ ผืน พับทบกันเป็น ๔ ทบ วางบนพานและพาดขึ้นไปบนหีบศพก่อนเผา ผ้าพานช้างจะทอเป็นตัวอักษรเรียงเป็นบรรทัด เป็นคำกลอนหรือโคลงประวัติผู้ตาย มีคติสอนใจให้ยึดมั่นในคุณความดี เป็นมรณานุสติ เมื่อเผาศพแล้ว เจ้าภาพจะตัดแบ่งผ้าพานช้างออกเป็นชิ้น ๆ ถวายพระ เพื่อใช้เป็นผ้าเช็ดปาก เช็ดมือ หรือแจกญาติพี่น้อง
ผ้าเบี่ยงหรือผ้าสไบ ทอสำหรับใช้พาดบ่าห่มเฉียงไหล่ นิยมใช้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมักใช้ห่มไปทำบุญที่วัดหรือไปงานพิธีต่าง ๆ หรือเจ้าบ่าวเจ้าสาวใช้ห้อยไหล่ในพิธีแต่งงาน ผ้าเบี่ยงนิยมทอเป็นลายลูกแก้วเชิงเป็นสีไม่มีลาย สีที่นิยมกันคือพื้นสีแดงลายสีเหลืองทอง
ผ้าขาวม้า ชาวบ้านภาคใต้นิยมมีผ้าขาวม้าไว้ติดประจำตัว สำหรับใช้เอนกประสงค์ ผ้าขาวม้าของนาหมื่นศรีทอจากฝ้าย มีขนาดใหญ่กว่าผ้าขาวม้าทั่วไปเนื่องจากใช้เป็นผ้าห่มและผ้าห้อยไหล่ของคนเฒ่าคนแก่ขณะไปงานพิธีต่างๆด้วย และมีความประณีตงดงามโดยส่วนกลางผืนจะทอสลับสีเป็นลายราชวัตรที่ละเอียดประณีต (ผ้าขาวม้าลายราชวัตร) มีลายยกสลับเป็นเชิงคั่นก่อนถึงชายหรือเชิงผ้าซึ่งทอเป็นริ้ว ขอบริมผ้านิยมใช้สีแดง
ปัจจุบันผ้าทอนาหมื่นศรี ทอเป็นผ้าใช้สำหรับตัดเสื้อได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งยังทอเป็นผ้าถุง ผ้าโสร่ง สำหรับนุ่งด้วย

กิจกรรมไฮไลท์เพื่อการเรียนรู้ชมพิพิธภัณฑ์ผ้าทอโบราณ: นิทรรศการ "สืบโยด สาวย่าน" รวบรวมลายผ้าดั้งเดิมสุดหายาก.มัคคุเทศก์น้อยนำชม: เยาวชนในชุมชน เป็นผู้บอกเล่าประวัติและเรื่องราวลายผ้า.สาธิตการทอผ้าใต้ถุนเรือน: ชมกลุ่มคุณยายปราชญ์ชุมชน ทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง.ทดลองทอผ้าด้วยตัวเอง: กิจกรรมเวิร์กชอป ฝึกหัดเรียงเส้นด้ายและลองสอดกระสวย.ช้อปสินค้าชุมชน: เลือกซื้อผ้าทอยกดอก เสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าสลิปเปอร์.บริการนำเที่ยวชุมชน: กิจกรรมท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรม รอบหมู่บ้านนาหมื่นศรี

แนวทางการอนุรักษ์และสืบสานจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้: รวบรวมผ้าโบราณและถ่ายทอดวิธีทอให้คนรุ่นใหม่ ที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี ตำบลนาหมื่นศรีฟื้นฟูลวดลายดั้งเดิม: แกะแบบและสืบทอดลวดลายโบราณหายาก เช่น ลายลูกแก้ว ลายช่อละกอ และลายท้ายมังคุดถ่ายทอดภูมิปัญญา: สอนเยาวชนและผู้สนใจให้ฝึกทอผ้าสืบต่อจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูกพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย: นำผ้าทอมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าและเสื้อผ้าแฟชั่น เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเพิ่มมูลค่า
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี (20 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/20 ข้อ พิพิธภัณฑ์ผ้าทอนาหมื่นศรี
1 ผ้าทอนาหมื่นศรีเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดใด
2 จุดเด่นของการนำผ้าทอนาหมื่นศรีมาประดิษฐ์เป็นพวงหรีดคือข้อใด
3 ขั้นตอนแรกที่ควรทำก่อนประดิษฐ์พวงหรีดจากผ้าทอนาหมื่นศรีคือข้อใด
4 วัสดุใดเหมาะสำหรับใช้เป็นโครงพวงหรีด
5 ก่อนนำผ้าทอนาหมื่นศรีมาตกแต่งพวงหรีด ควรทำสิ่งใด
6 การเลือกสีของผ้าทอนาหมื่นศรีสำหรับทำพวงหรีดควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
7 เครื่องมือใดใช้สำหรับตัดผ้าให้ได้ขนาดตามต้องการ
8 หากต้องใช้ปืนกาวในการประกอบพวงหรีด ควรปฏิบัติอย่างไร
9 การจัดผ้าบนโครงพวงหรีดที่ดีควรเป็นอย่างไร
10 เหตุใดจึงควรวางแผนรูปแบบพวงหรีดก่อนลงมือทำ
11 การตกแต่งพวงหรีดจากผ้าทอนาหมื่นศรีควรยึดหลักใด
12 หากผ้าที่นำมาทำพวงหรีดมีรอยยับ ควรทำอย่างไร
13 ข้อใดเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการทำพวงหรีดจากผ้าทอนาหมื่นศรี
14 การนำผ้าทอพื้นถิ่นมาประยุกต์เป็นพวงหรีดสะท้อนแนวคิดใด
15 ข้อใดเป็นวิธีช่วยลดต้นทุนในการผลิตพวงหรีดได้เหมาะสมที่สุด
16 ก่อนส่งมอบพวงหรีดให้ลูกค้า ควรตรวจสอบสิ่งใด
17 การกำหนดราคาขายพวงหรีดควรพิจารณาจากข้อใด
18 หากต้องการให้พวงหรีดมีเอกลักษณ์ของนาหมื่นศรีมากขึ้น ควรทำอย่างไร
19 ข้อใดเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของผู้ประดิษฐ์พวงหรีดจากผ้าทอนาหมื่นศรี
20 คุณค่าที่สำคัญที่สุดของการทำพวงหรีดจากผ้าทอนาหมื่นศรีคือข้อใด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /20 ข้อ