1
ลงทะเบียน
2
เนื้อหาบทเรียน
3
ทำแบบทดสอบ
4
ผลการทดสอบ

พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)

แหล่งเรียนรู้: พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)

รายละเอียดหลักสูตร

ความเป็นมา
จังหวัดตรังมีประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า โดยเฉพาะอำเภอกันตังซึ่งมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคม และการคมนาคมของจังหวัดตรังในอดีต หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาท้องถิ่น คือ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) อดีตเจ้าเมืองตรัง ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมือง การส่งเสริมการปลูกยางพารา การคมนาคม การค้า และการบริหารราชการ
พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เดิมเป็นจวนเจ้าเมืองหรือบ้านพักของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทำงาน ภาพถ่ายโบราณ เครื่องใช้ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและผลงานของท่าน ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่และวัตถุจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
แหล่งเรียนรู้ดังกล่าวยังมีคุณค่าในด้านการอนุรักษ์บ้านประวัติศาสตร์และการเรียนรู้บุคคลสำคัญของท้องถิ่น จึงสามารถนำมาใช้เป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชุมชน รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
ดั งนั้น ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอกันตัง จึงจัดทำหลักสูตรการอบรมประชาชน เรื่อง “เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านแหล่งเรียนรู้บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี” จำนวน 6 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและจากประสบการณ์จริง ผ่านการศึกษาข้อมูล การเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ การสังเกต การซักถาม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
หลักการของหลักสูตร
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญและใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning) โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการศึกษาและสำรวจพิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
หลักการสำคัญของหลักสูตร ประกอบด้วย
1. หลักการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้จากสถานที่ วัตถุ สิ่งของ เอกสาร ภาพถ่าย และเรื่องราวที่มีอยู่จริงในแหล่งเรียนรู้
2. หลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างต่อเนื่อง และนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิต
3. หลักการเรียนรู้จากท้องถิ่น ใช้ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ สถานที่ และภูมิปัญญาในพื้นที่เป็นฐานในการสร้างองค์ความรู้
4. หลักการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถาม แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำงานกลุ่ม และร่วมกันสรุปองค์ความรู้
5. หลักการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม สร้างความตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งประวัติศาสตร์และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่
6. หลักการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้สมาชิกในครอบครัว ชุมชน เยาวชน และบุคคลอื่น ๆ รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น
จุดมุ่งหมาย
หลักสูตรนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม
1. มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญของพิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
3. สามารถเรียนรู้และสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้จริงได้
4. สามารถเชื่อมโยงบทบาทของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ กับการพัฒนาเมืองกันตัง จังหวัดตรัง และภาคใต้ได้
5. มีทักษะในการสังเกต การตั้งคำถาม การวิเคราะห์ การสรุป และการถ่ายทอดองค์ความรู้
6. เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น
7. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
8. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และถ่ายทอดให้บุคคลอื่นในครอบครัวและชุมชนได้
กลุ่มเป้าหมาย
ประชาชนทั่วไปในพื้นที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และประชาชนผู้สนใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความสนใจด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวชุมชน และการเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้าร่วมกิจกรรม
ระยะเวลา
- ภาคทฤษฎีและการเตรียมความรู้ 2 ชั่วโมง
- การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริง 2 ชั่วโมง
- การวิเคราะห์ แลกเปลี่ยน และสรุปองค์ความรู้ 1 ชั่วโมง
- การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และประเมินผล 1 ชั่วโมง

จำนวนชั่วโมงเรียน
1.0 ชั่วโมง
เกณฑ์ผ่าน
60%
จำนวนบทเรียน
5 บท

ลงทะเบียนผู้เรียน

เนื้อหาบทเรียน

พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)

ความคืบหน้า: 0/5 บท 0%

อนุสาวรีย์พระรัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)

อยู่ในบริเวณสวนสาธารณะเขตเทศบาลเมืองตรัง ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เส้นทางถนนตรัง-พัทลุง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ได้สร้างความเจริญแก่จังหวัดตรังเป็นอย่างมาก เช่น การคมนาคม เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ การศึกษา การปกครอง และเป็นผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกในจังหวัดตรัง จนแพร่หลายไปทั่วภาคใต้

ประวัติพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) 8 เมษายน พ.ศ. 2400 – 10 เมษายน พ.ศ. 2456 เป็นข้าราชการชาวไทย ระหว่างเป็นเจ้าเมืองตรัง ได้พัฒนาเมืองให้เจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นเมือเกษตรกรรม จึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต และเป็นผู้ได้รับพระราชทานนามสกุล ณ ระนอง คอซิมบี๊ ณ ระนอง เกิดที่จังหวัดระนองเมื่อวันพุธ เดือนห้า ปีมะเส็ง ตรงกับเดือนเมษายน พ.ศ. 2400เป็นบุตรคนสุดท้องของพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง ณ ระนอง) ซึ่งเป็นชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 3 และนางกิม ชื่อ "ซิมบี๊" เป็นภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า "ผู้มีจิตใจดีงาม"

เมื่ออายุได้ 9 ปี ได้ติดตามบิดาเดินทางกลับไปประเทศจีนและอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และได้ดูแลกิจการแทนบิดา ทั้ง ๆ ที่มิได้เรียนหนังสือ มีความรู้หนังสือเพียงแค่ลงลายมือชื่อตนได้เท่านั้น แต่มีความสามารถพูดได้ถึง 9 ภาษา บิดาจึงหวังจะให้สืบทอดกิจการการค้าแทนตน มิได้ประสงค์จะให้รับราชการเลยเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงบริรักษ์โลหวิสัย ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองระนอง ต่อมา ได้เลื่อนเป็นผู้ว่าราชการเมืองกระบี่ บรรดาศักดิ์ พระอัษฎงคตทิศรักษา แล้วได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี

ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ทั้งนี้เนื่องจากราษฎรชาวตรังได้ยื่นฎีกาถวายความว่าเจ้าเมืองตรังคนก่อน (พระยาตรังคภูมิภาบาล (เอี่ยม ณ นคร)) กดขี่ข่มเหงราษฎรทั้งที่สภาพเศรษฐกิจไม่ดีพระยารัษฎานุประดิษฐ์ เมื่อรับตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง ได้พัฒนาปรับปรุงสภาพหลายอย่างในเมืองตรังให้เจริญรุ่งเรืองหลายอย่าง ด้วยกุศโลบาลส่วนตัวที่แยบยล เช่น การตัดถนนที่ไม่มีผู้ใดเหมือน รวมทั้งส่งเสริมชาวบ้านให้กระทำการเกษตร เช่น ให้เลี้ยงไก่โดยบอกว่า เจ้าเมืองต้องการไข่ไก่ ให้เอากาฝากออกจากต้นไม้ โดยบอกว่าเจ้าเมืองต้องการเอาไปทำยาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟ และยางพารา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำยางพารามาปลูกที่ภาคใต้ จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นในปัจจุบันในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้จัดตั้งกองโปลิศภูธรขึ้นแล้วซื้อเรือกลไฟไว้เป็นพาหนะตรวจลาดตระเวน บังคับให้ทุกบ้านเรือนต้องมีเกราะตีเตือนภัยไว้หน้าบ้าน หากบ้านใดได้ยินเสียงเกราะแล้วไม่ตีรับจะมีโทษ เป็นต้นพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2456 ณ บ้านจักรพงษ์ ปีนัง ด้วยสาเหตุเจ็บป่วยจากการถูกคนสนิทยิงพร้อมกับพระสถลสถานพิทักษ์ (คอยู่เกียด ณ ระนอง) หลานชาย ที่ท่าเทียบเรือกันตัง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456 สิริอายุได้ 56 ปีปัจจุบัน อนุสาวรีย์ของพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองตรัง

สถานการณ์สิ่งแวดล้อม

เนื่องด้วยบริเวณอนุสาวรีย์ฯ ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะที่ประชาชน เข้ามาเคารพสักการะฯจำนวนมากและเป็นสถานที่พักผ่อน สถานที่ออกกำลังกาย มีสนามเด็กเล่น มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก บริเวณโดยรอบมีการจารจรค่อนข้างคับคั่งเนื่องจากเป็นวงเวียน

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมา วิถีชีวิต บุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่น การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจรากเหง้าของตนเอง เกิดความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองตรังและกันตัง
จังหวัดตรังเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะอำเภอกันตัง ซึ่งมีความสำคัญในด้านการค้า การคมนาคม และการติดต่อกับพื้นที่ต่าง ๆ ในอดีต ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือ คอซิมบี้ ณ ระนอง เป็นบุคคลสำคัญของเมืองตรัง มีบทบาทในการพัฒนาเมืองตรังในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม การเกษตร และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถใช้หลักฐานหลายประเภท เช่น
• อาคารและสถานที่สำคัญ
• ภาพถ่ายเก่า
• เอกสารและหนังสือ
• เครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต
• คำบอกเล่าของผู้รู้ในชุมชน
• โบราณวัตถุและสิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงช่วยให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์ตรง สามารถเชื่อมโยงความรู้จากเอกสารกับสิ่งที่พบเห็นจริง ฝึกการสังเกต การตั้งคำถาม การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์หลักฐาน
กิจกรรม “ตามรอยพระยารัษฎาฯ”
ผู้เรียนศึกษาบ้านพระยารัษฎาฯ โดยใช้กระบวนการ
สังเกต → ตั้งคำถาม → สืบค้น → บันทึก → วิเคราะห์ → สรุป
ระหว่างการศึกษา ผู้เรียนควรสังเกตสิ่งต่าง ๆ เช่น
• รูปแบบและลักษณะของอาคาร
• ห้องและพื้นที่ภายในบ้าน
• ภาพถ่ายและเอกสาร
• เครื่องใช้และสิ่งของในอดีต
• เรื่องราวเกี่ยวกับพระยารัษฎาฯ
• ข้อมูลที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในอดีต
การเก็บข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้
ผู้เรียนสามารถใช้วิธีการต่าง ๆ ได้แก่
1. การจดบันทึก
2. การถ่ายภาพตามความเหมาะสมและกฎของสถานที่
3. การสัมภาษณ์ผู้รู้หรือวิทยากร
4. การอ่านข้อมูลจากป้ายหรือเอกสารประกอบ
5. การสแกน QR Code หรือค้นคว้าจากสื่อดิจิทัล


สิ่งที่ควรฝึกจากการเรียนรู้จริง
• ฝึกสังเกตอย่างละเอียด
• ฝึกตั้งคำถามจากสิ่งที่พบ
• แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
• ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง
• เคารพหลักฐานและไม่บิดเบือนข้อมูล

หลังจากผู้เรียนได้ลงพื้นที่และเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดระบบเป็นองค์ความรู้ จากนั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน
กระบวนการสร้างองค์ความรู้
รวบรวมข้อมูล → ตรวจสอบข้อมูล → วิเคราะห์ → สังเคราะห์ → สรุปองค์ความรู้ → แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผู้เรียนสามารถนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นผลงาน เช่น
• Timeline ประวัติศาสตร์
• แผนผังความคิด (Mind Map)
• โปสเตอร์
• Infographic
• แผ่นพับ
• นิทรรศการ
• คลิปวิดีโอสั้น
• การนำเสนอหน้าชั้นเรียน
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลที่ค้นพบ จากนั้นเปิดโอกาสให้เพื่อนซักถาม แสดงความคิดเห็น และเพิ่มเติมข้อมูล โดยยึดหลัก
• รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
• ใช้ข้อมูลและหลักฐานประกอบความคิดเห็น
• เคารพความแตกต่าง
• ไม่ล้อเลียนหรือปฏิเสธความคิดเห็นของผู้อื่น
• นำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงผลงาน
ผลที่คาดว่าจะเกิดกับผู้เรียน
ผู้เรียนสามารถสรุปความรู้จากประสบการณ์จริง อธิบายความสำคัญของพระยารัษฎาฯ และบ้านพระยารัษฎาฯ ได้ รวมทั้งสามารถสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้ผู้อื่นเข้าใจได้

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไม่ได้จบเพียงการรู้เรื่องราวในอดีต แต่ควรนำความรู้ไปสู่การเห็นคุณค่า ความภาคภูมิใจ และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งเรียนรู้ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรของท้องถิ่น
คุณค่าของการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
• ช่วยรักษาเรื่องราวและความทรงจำของชุมชน
• ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักรากเหง้าของตนเอง
• สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น
• ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างคนต่างวัย
• เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนในชุมชนและผู้มาเยือน
• ช่วยสร้างจิตสำนึกในการดูแลมรดกทางวัฒนธรรม
แนวทางการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
1. ศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
2. ดูแลรักษาแหล่งเรียนรู้และสถานที่สำคัญ
3. ปฏิบัติตามกฎระเบียบเมื่อเข้าเยี่ยมชมสถานที่
4. ถ่ายทอดเรื่องราวให้คนรุ่นใหม่
5. ใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์
6. สนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในชุมชน
7. มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ของชุมชน




ภารกิจ “นักอนุรักษ์ท้องถิ่นรุ่นใหม่”
ให้ผู้เรียนร่วมกันคิดและออกแบบกิจกรรม 1 กิจกรรมที่สามารถช่วยเผยแพร่หรืออนุรักษ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เช่น
• ทำอินโฟกราฟิกประชาสัมพันธ์
• จัดทำคลิปแนะนำแหล่งเรียนรู้
• จัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
• จัดทำแผ่นพับความรู้
• ทำสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับเยาวชน
• ถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกในครอบครัวหรือชุมชน
กรุณาเปิดอ่านเนื้อหาให้ครบทุกบทก่อนทำแบบทดสอบ

แบบทดสอบ

พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) (10 ข้อ)

00:00
แบบทดสอบ
00:00
ตอบแล้ว 0/10 ข้อ พิพิธภัณฑ์บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)
1 ข้อใดอธิบายความหมายของ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” ได้เหมาะสมที่สุด
2 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์จังหวัดตรังในด้านใด
3 การศึกษาบ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีมีประโยชน์สำคัญอย่างไร
4 ข้อใดเป็นหลักฐานที่สามารถใช้ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้
5 เมื่อผู้เรียนลงพื้นที่ศึกษาบ้านพระยารัษฎาฯ ขั้นตอนใดเหมาะสมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
6 หลังจากเก็บข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้แล้ว ผู้เรียนควรทำสิ่งใดเพื่อสร้างองค์ความรู้
7 ข้อใดเป็นวิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุด
8 ข้อใดเป็นการนำความรู้จากหลักสูตรไปใช้เพื่ออนุรักษ์ท้องถิ่น
9 ข้อใดสะท้อนผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้เรียนจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
10 ข้อใดแสดงกระบวนการเรียนรู้ของหลักสูตรได้ครบถ้วนที่สุด
สถานะการตอบ
ตอบแล้ว
ยังไม่ได้ตอบ
0 /10 ข้อ